วันที่ 12 พฤษภาคม KOSPI ขึ้นถึง 7,999.67 จุด ก่อนปิดที่ 7,643.15 จุด ลดลง 2.29% และรายงานบางแห่งระบุว่าระหว่างวันร่วงมากกว่า 5% [4][1][3]. แรงขายทำกำไรของนักลงทุนต่างชาติเป็นชนวนสำคัญ หลังตลาดวิ่งแรงจากธีม AI และหุ้นชิป โดยต่างชาติเคยขายสุทธิรวมกว่า 12 ล้านล้านวอนในวันที่ 7–8 พฤษภาคม [20].

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Why South Korea’s KOSPI Plunged Near 8,000: Foreign Selling and AI Dividend Fears. Article summary: South Korea’s KOSPI reversal was mainly a crowded AI chip rally meeting foreign profit taking and policy uncertainty: the index hit 7,999.67 before closing at 7,643.15, while Kim Yong beom’s AI “national dividend” com.... Topic tags: south korea, kospi, ai, semiconductors, samsung electronics. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "* South Korea's stock market has swung wildly this week. * The Kospi index plunged 12% on Wednesday, marking its largest single-day drop on record. South Korea's benchmark index Ko" source context "Kospi: South Korea's stock market volatility - CNBC" Reference image 2: visual subject "# Why South Korea’s stock index has plunged by 12%. Currency tra
การร่วงของ KOSPI ครั้งนี้ไม่ใช่คำตอบง่าย ๆ ว่านักลงทุนหมดศรัทธากับ AI แล้ว ตรงกันข้าม มันเหมือนการทดสอบว่า “ธีม AI” ที่คนแห่เข้ามายืนกันแน่นนั้นเปราะแค่ไหน: ดัชนีหุ้นหลักของเกาหลีใต้เกือบแตะ 8,000 จุด นักลงทุนต่างชาติเร่งขายทำกำไร และข้อเสนอ “เงินปันผลแห่งชาติจาก AI” ของคิม ยง-บอมทำให้ตลาดต้องคิดใหม่ว่า ส่วนหนึ่งของผลประโยชน์จาก AI และเซมิคอนดักเตอร์อาจถูกจัดสรรผ่านนโยบายรัฐหรือไม่ .
สำหรับผู้อ่านที่ไม่ได้ตามตลาดเกาหลีทุกวัน KOSPI คือดัชนีอ้างอิงของหุ้นกระดานหลักเกาหลีใต้ หรือพูดง่าย ๆ คือเครื่องวัดอุณหภูมิสำคัญของตลาดหุ้นเกาหลีโดยรวม .
วันที่ 12 พฤษภาคม KOSPI ดีดขึ้นไปสูงสุดที่ 7,999.67 จุดหลังเปิดตลาดไม่นาน ก่อนพลิกลงแรงและปิดที่ 7,643.15 จุด ลดลง 2.29% จากวันก่อนหน้า . ระหว่างวันดัชนีหลุดลงไปแถว 7,400 จุด ก่อนฟื้นกลับมาบางส่วน
ขณะที่รายงานบางแห่งบรรยายแรงขายระหว่างวันว่ามากกว่า 5%
.
จังหวะนี้สำคัญ เพราะวันก่อนหน้า KOSPI เพิ่งทำสถิติสูงสุดตลอดกาลที่ 7,822.24 จุด . เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม Channel NewsAsia รายงานว่าหุ้นเกาหลีใต้ทำสถิติใหม่จากแรงซื้อหุ้นชิปที่โยงกับ AI โดย Samsung Electronics บวกมากกว่า 5% และ SK Hynix พุ่งมากกว่า 10% พร้อมทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ทั้งคู่
.
เมื่อดัชนีวิ่งเร็วจากหุ้นนำไม่กี่ตัว ตลาดจะมีสภาพเหมือนรถที่แล่นเร็วบนถนนแคบ: แค่มีคนเริ่มเบรกขายทำกำไร แรงเหวี่ยงก็ขยายเป็นการปรับฐานใหญ่ได้ทันที
ปัจจัยตลาดที่เห็นชัดที่สุดคือแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติ รายงานระบุว่า KOSPI พลิกลงใกล้ระดับ 8,000 จุด เพราะต่างชาติขายจำนวนมากเพื่อล็อกกำไรหลังตลาดขึ้นแรงก่อนหน้า .
นี่ไม่ใช่สัญญาณที่เกิดขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ไม่กี่วันก่อนหน้านั้น หลัง KOSPI ข้ามระดับ 7,000 จุด นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิมากกว่า 12 ล้านล้านวอนในช่วงวันที่ 7–8 พฤษภาคม แบ่งเป็น 6.7 ล้านล้านวอนในวันที่ 7 พฤษภาคม และ 5.3 ล้านล้านวอนในวันที่ 8 พฤษภาคม . อีกรายงานหนึ่งชี้ว่าต่างชาติไม่ได้ขายแบบเหมาเข่ง แต่มีการหมุนตัวเลือกหุ้น โดยช่วงวันที่ 4–7 พฤษภาคมต่างชาติซื้อ Samsung Electronics ประมาณ 1.5 ล้านล้านวอน ขณะเดียวกันขาย SK Hynix และ SK Square รวมประมาณ 1.45 ล้านล้านวอน
.
ความหมายคือ นักลงทุนต่างชาติไม่ได้จำเป็นต้องทิ้งเรื่องราว AI ของเกาหลีทั้งหมด แต่สถานะเริ่มไม่นิ่ง: เมื่อกำไรบนกระดาษสะสมมากพอ เงินทุนก็พร้อมขายทำกำไร หมุนจากผู้ชนะรายหนึ่งไปอีกรายหนึ่ง และขายเข้าใส่ช่วงที่ตลาดกำลังพุ่ง
แรงขายยิ่งรุนแรงขึ้นเพราะไปชนกับความไม่แน่นอนด้านนโยบาย รายงานระบุว่าความผันผวนของ KOSPI เชื่อมโยงกับข้อถกเถียงเรื่อง “AI national dividend” หรือ “เงินปันผลแห่งชาติจาก AI” ที่คิม ยง-บอมเสนอ รวมถึงโพสต์บนโซเชียลมีเดียที่ทำให้เกิดคำถามเรื่องการนำกำไรของบริษัทในยุค AI มาจัดสรรคืนสังคม .
ในภาษาเงินลงทุน คำว่า “ปันผล” ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงเงินปันผลปกติที่บริษัทจ่ายให้ผู้ถือหุ้น แต่เป็นแนวคิดทางนโยบายที่รายงานอธิบายว่า ความมั่งคั่งและรายได้ภาษีจำนวนมากจากอุตสาหกรรม AI และเซมิคอนดักเตอร์ควรถูกคืนให้ประชาชนในรูปแบบเงินปันผล .
สำหรับนักลงทุน ปัญหาไม่ใช่แค่แนวคิดนี้มีอยู่หรือไม่ แต่คือ “รายละเอียดจะออกมาอย่างไร” หากข้อเสนอนำไปสู่ภาษีใหม่ ค่าธรรมเนียม หรือกลไกแบ่งกำไรที่แตะบริษัท AI และหุ้นชิปโดยตรง ส่วนเพิ่มของกำไรที่ตลาดเคยคาดหวังไว้ก็อาจถูกหักลดลง แต่ถ้าเป็นเพียงการใช้รายได้ภาษีส่วนเกิน ผลกระทบโดยตรงต่อบริษัทอาจน้อยกว่ามาก
รายงานหนึ่งระบุภายหลังว่าคิมชี้แจงว่าแผนจะใช้ “รายได้ภาษีส่วนเกิน” ไม่ใช่ภาษีนิติบุคคลโดยตรง . ความแตกต่างนี้สำคัญ แต่ในตลาดที่ราคาหุ้นวิ่งแรงจากความหวังสูงมากต่อชิป AI ความคลุมเครือช่วงแรกก็เพียงพอให้ผู้เล่นหลายรายลดความเสี่ยงก่อน
Samsung Electronics และ SK Hynix ไม่ใช่แค่หุ้นใหญ่ที่ถูกขายตามตลาด แต่เป็นแกนกลางของรอบขึ้นครั้งนี้ การวิ่งเข้าใกล้ 8,000 จุดของ KOSPI ถูกขับเคลื่อนโดยความคาดหวังต่อ AI และชิปหน่วยความจำ โดยสองบริษัทนี้ถูกกล่าวถึงซ้ำ ๆ ในฐานะผู้ได้ประโยชน์หลัก .
ขนาดของสองหุ้นทำให้ทั้งตลาดเปราะมากขึ้น ต้นปี 2026 KED Global ระบุว่ามูลค่าของ Samsung และ SK Hynix รวมกันขึ้นถึงราว 40% ของกระดานหลักเกาหลี . เมื่อหุ้นนำกระจุกตัวขนาดนี้ ความกังวลใด ๆ ที่แตะกำไรจาก AI หรือผลตอบแทนจากเซมิคอนดักเตอร์ก็เปลี่ยนจากปัญหาหุ้นรายตัวเป็นปัญหาระดับดัชนีได้ทันที
สัญญาณความไม่สมดุลมีมาก่อนแล้ว วันที่ 4 พฤษภาคม รายงานหนึ่งระบุว่า KOSPI พุ่งมากกว่า 5% โดยมี Samsung และ SK Hynix ครองบทบาทนำ แต่จำนวนหุ้นที่ปรับลงยังมากกว่าหุ้นที่ปรับขึ้น . ตลาดแบบนี้ขึ้นต่อได้ตราบใดที่หัวขบวนยังแข็ง แต่เมื่อหุ้นนำสะดุด ดัชนีทั้งขบวนก็ถูกดึงลงง่าย
ข้อถกเถียงเรื่อง “ปันผล AI” ทำให้การปรับฐานของตลาดกลายเป็นคำถามทางเศรษฐกิจการเมืองที่ใหญ่ขึ้น รายงานเกี่ยวกับข้อเสนอนี้วางประเด็นว่า ความมั่งคั่งและรายได้ภาษีจาก AI และเซมิคอนดักเตอร์ควรถูกส่งคืนประชาชนบางส่วนหรือไม่ .
สำหรับตลาด สิ่งที่ต้องแยกคือสองกรณี หากรัฐมองผลประโยชน์จาก AI เป็นทรัพยากรเชิงชาติและสร้างกลไกใหม่ที่ดึงจากกำไรบริษัทโดยตรง นักลงทุนอาจต้องใส่ “ส่วนลดความเสี่ยงนโยบาย” ให้หุ้นที่ได้ประโยชน์มากที่สุด แต่หากแผนจำกัดอยู่ที่การใช้รายได้ภาษีส่วนเกินโดยไม่เพิ่มภาระต่อบริษัทโดยตรง ผลกระทบต่อหุ้นชิปอาจเล็กกว่าที่ตลาดกลัวในตอนแรก .
KOSPI ร่วงแรงเพราะความเสี่ยงหลายอย่างเข้ามาชนกันในเวลาเดียวกัน: ตลาดที่วิ่งเร็วจากธีม AI, แรงขายทำกำไรของต่างชาติใกล้ระดับจิตวิทยา 8,000 จุด, การกระจุกตัวสูงใน Samsung Electronics และ SK Hynix, และความไม่แน่นอนว่าข้อเสนอ “ปันผล AI” อาจเปลี่ยนการกระจายผลประโยชน์จากบูมเซมิคอนดักเตอร์หรือไม่ .
ข้อเสนอของคิม ยง-บอมไม่ได้เป็นสาเหตุเดียวที่ทำให้ตลาดกลับทิศ แต่ทำให้น้ำเสียงของการขายเปลี่ยนไป จากเดิมที่อาจเป็นแค่การขายทำกำไรตามปกติ กลายเป็นสัญญาณเตือนว่า บูม AI ของเกาหลีใต้ไม่ได้มีแค่ความเสี่ยงเรื่องมูลค่าหุ้นแพงขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีความเสี่ยงด้านนโยบายเข้ามาอยู่ในสมการด้วย
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
วันที่ 12 พฤษภาคม KOSPI ขึ้นถึง 7,999.67 จุด ก่อนปิดที่ 7,643.15 จุด ลดลง 2.29% และรายงานบางแห่งระบุว่าระหว่างวันร่วงมากกว่า 5% [4][1][3].
วันที่ 12 พฤษภาคม KOSPI ขึ้นถึง 7,999.67 จุด ก่อนปิดที่ 7,643.15 จุด ลดลง 2.29% และรายงานบางแห่งระบุว่าระหว่างวันร่วงมากกว่า 5% [4][1][3]. แรงขายทำกำไรของนักลงทุนต่างชาติเป็นชนวนสำคัญ หลังตลาดวิ่งแรงจากธีม AI และหุ้นชิป โดยต่างชาติเคยขายสุทธิรวมกว่า 12 ล้านล้านวอนในวันที่ 7–8 พฤษภาคม [20].
ข้อเสนอ “เงินปันผลแห่งชาติจาก AI” ของคิม ยง บอมเพิ่มความกังวลเรื่องความเสี่ยงนโยบายต่อกำไรกลุ่ม AI/เซมิคอนดักเตอร์ แม้ภายหลังมีรายงานว่าแผนจะใช้ “รายได้ภาษีส่วนเกิน” ไม่ใช่ภาษีนิติบุคคลโดยตรง [3][32].