ในช่วงมกราคม–มีนาคม ซึ่งเป็นไตรมาสสี่ทางบัญชีของ Sony กำไรสุทธิลดลง 63% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 83.12 พันล้านเยน หรือประมาณ 529.6 ล้านดอลลาร์ สำหรับสามเดือนสิ้นสุดเดือนมีนาคม ABC News รายงานตัวเลขรายไตรมาสใกล้เคียงกันที่ราว 83 พันล้านเยน เทียบกับ 224 พันล้านเยนในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตัวเลขนี้ยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก โดยกำไร 83.12 พันล้านเยนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยคาดการณ์ 202.24 พันล้านเยนในโพลนักวิเคราะห์ของ S&P Global Market Intelligence ที่ Dow Jones/Morningstar อ้างถึง
สาเหตุที่ชัดเจนที่สุดของกำไรที่ร่วงแรงคือโครงการรถยนต์ไฟฟ้าของ Sony กับ Honda โดย Sony บันทึกขาดทุน 44.9 พันล้านเยนจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับบริษัทร่วมดังกล่าว ตามรายงานของ Dow Jones/Morningstar
สำหรับผู้อ่านที่ไม่คุ้นกับภาษาบัญชี “วิธีส่วนได้เสีย” คือการบันทึกส่วนแบ่งกำไรหรือขาดทุนจากกิจการที่บริษัทเข้าไปถือหุ้นหรือร่วมลงทุน ไม่ใช่ยอดขายสินค้าหน้าร้านโดยตรง แต่มีผลต่อบรรทัดกำไรสุทธิของบริษัทได้อย่างมีนัยสำคัญ
ABC News ยังรายงานว่า ผลประกอบการของ Sony ได้รับผลกระทบจากการยุติแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าร่วมกับ Honda Motor อย่างไรก็ตาม รายงานที่มีอยู่ไม่ได้ชี้ว่าการลดลง 63% มาจากแผนกปฏิบัติการใดแผนกหนึ่งเพียงลำพัง แต่ชี้ว่าโครงการ EV เป็นแรงกระแทกทางบัญชีที่ระบุได้ชัดที่สุด และมีแรงกดดันจากธุรกิจอื่นเข้ามาประกอบ
เกมเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ไตรมาสนี้อ่อนลง แต่รายละเอียดไม่ได้ตรงไปตรงมาว่า “PlayStation พัง” ทั้งหมด Dow Jones/Morningstar ระบุว่าความอ่อนแอในธุรกิจเกมและธุรกิจอื่นของ Sony เป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุที่กำไรไตรมาสลดลง
ขณะเดียวกัน Jiji Press รายงานว่าธุรกิจเกมหลักของ Sony ยังได้แรงหนุนจากยอดขายซอฟต์แวร์ที่เพิ่มขึ้น จุดที่กดดันมากกว่าคือฝั่งฮาร์ดแวร์: ยอดขายเครื่อง PlayStation 5 ถูกคาดว่าจะลดลงท่ามกลางราคาหน่วยความจำที่พุ่งสูง และ Sony ระบุว่าจะส่งเสริมยอดขาย PS5 ตามปริมาณชิปหน่วยความจำที่สามารถจัดหาได้ในราคาที่เหมาะสม
ดังนั้น ธุรกิจเกมน่าจะเป็นหนึ่งในแรงฉุดของไตรมาสนี้ แต่หลักฐานที่มีไม่ได้สนับสนุนให้สรุปว่า PlayStation เพียงอย่างเดียวคือสาเหตุหลักของกำไรสุทธิที่ลดลง 63%
ต้นทุนชิปที่สูงขึ้นเป็นอีกปัจจัยที่บีบกำไร Sony โดย ABC News รายงานว่าต้นทุนชิปคอมพิวเตอร์ที่เพิ่มขึ้นกัดกินกำไร และยังเป็นประเด็นกังวลของบริษัท รายงานของ Jiji เกี่ยวกับราคาหน่วยความจำและการจัดหาเครื่อง PlayStation 5 ก็สะท้อนปัญหาเดียวกันในภาพกว้าง คือราคาชิ้นส่วนและเงื่อนไขการจัดซื้อส่งผลต่อเศรษฐศาสตร์ของธุรกิจฮาร์ดแวร์
ประเด็นนี้สำคัญสำหรับบริษัทอย่าง Sony ซึ่งมีธุรกิจตั้งแต่เกม อิเล็กทรอนิกส์ เพลง ไปจนถึงภาพยนตร์ เพราะแรงกดดันจากต้นทุนชิ้นส่วนอาจกระทบสินค้าที่พึ่งพาฮาร์ดแวร์มากกว่า ขณะที่รายได้จากซอฟต์แวร์เกม เพลง และธุรกิจบันเทิงบางส่วนยังมีความยืดหยุ่นกว่า
ตัวเลขลดลง 63% เป็นการเปรียบเทียบเฉพาะไตรมาส ไม่ใช่ผลประกอบการทั้งปีของ Sony สำหรับปีสิ้นสุดเดือนมีนาคม Sony มีกำไรสุทธิ 1.03 ล้านล้านเยน ลดลงจาก 1.07 ล้านล้านเยนในปีก่อน นั่นยังเป็นการลดลง แต่ไม่รุนแรงเท่าภาพไตรมาสเดียว
Sony ยังให้มุมมองปีงบประมาณใหม่ในเชิงบวกมากขึ้น โดย Dow Jones/Morningstar รายงานว่า Sony คาดกำไรจะเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก สะท้อนความยืดหยุ่นของธุรกิจบันเทิงแม้ไตรมาสล่าสุดจะพลาดคาดการณ์ Jiji Press รายงานในทำนองเดียวกันว่า Sony คาดกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดในปีงบประมาณ 2026 ซึ่งเริ่มในเดือนเมษายน โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจเกม เพลง และธุรกิจบันเทิงอื่น ๆ ที่แข็งแรง
กำไรสุทธิของ Sony ในไตรมาสมกราคม–มีนาคมร่วงหนักเพราะหลายแรงกดดันเกิดขึ้นพร้อมกัน โดยขาดทุนจากบริษัทร่วมรถยนต์ไฟฟ้ากับ Honda คือรายการที่ระบุชื่อและมูลค่าได้ชัดที่สุด ขณะที่ความอ่อนแอในเกมและธุรกิจอื่น รวมถึงต้นทุนชิปที่สูงขึ้น ทำให้ภาพไตรมาสนี้แย่ลงไปอีก
แต่ถ้ามองภาพใหญ่ Sony ไม่ได้เผชิญปัญหาเดียวทั่วทั้งบริษัท กำไรทั้งปีลดลงเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับตัวเลขไตรมาส และบริษัทยังชี้ไปที่การเติบโตข้างหน้าจากธุรกิจบันเทิง ทั้งเกม เพลง และคอนเทนต์อื่น ๆ