นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การบุกตอบโต้ของยูเครนในปี 2023 ที่เครื่องจักรสงครามของรัสเซียไม่ได้รุกคืบยึดพื้นที่ในสนามรบอีกต่อไป แต่กลับเป็นฝ่าย สูญเสีย พื้นที่ ข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบจากสถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม (Institute for the Study of War - ISW) และกลุ่มตรวจสอบอิสระของยูเครน DeepState แสดงให้เห็นว่า รัสเซียประสบภาวะสูญเสียดินแดนสุทธิในทั้งเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2026 ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับการสูญเสียกำลังพลรายเดือนที่สูงกว่ายอดการเกณฑ์ทหารใหม่ประมาณ 9,000 นาย แนวโน้มนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในสงครามที่ยืดเยื้อยาวนาน และทำให้ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ประกาศเป้าหมายที่ชัดเจน นั่นคือการยุติความเป็นปรปักษ์ก่อนฤดูหนาวจะมาเยือน
การพลิกกลับของสถานการณ์เริ่มขึ้นในเดือนเมษายน เมื่อข้อมูลจาก ISW เผยให้เห็นว่ากองกำลังรัสเซียสูญเสียการควบคุมพื้นที่ 116 ตารางกิโลเมตร มากกว่าที่พวกเขายึดได้ ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงสุทธิรายเดือนติดลบครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูร้อนปี 2023 การวิเคราะห์ของสำนักข่าว AFP จากข้อมูลเดียวกันยืนยันว่า มอสโกสูญเสียพื้นที่ประมาณ 120 ตร.กม. ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเมษายน
นี่คือการเสียพื้นที่ของรัสเซียครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหนึ่งเดือน นับตั้งแต่การบุกเข้าไปในแคว้นคูสก์ของรัสเซียโดยยูเครนในเดือนสิงหาคม 2024
การถดถอยยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นในเดือนพฤษภาคม โครงการแผนที่ข่าวกรองโอเพนซอร์ส (OSINT) DeepState รายงานว่า รัสเซียยึดดินแดนใหม่ได้เพียง 14 ตร.กม. ตลอดทั้งเดือน ซึ่งเป็นตัวเลขต่ำสุดในรอบสามปี แม้ว่าจะมีการเปิดปฏิบัติการโจมตีมากกว่า 7,000 ครั้ง แต่กองกำลังรัสเซียกลับไม่สามารถยึดพื้นที่ที่บุกเข้าไปได้ และยูเครนสามารถยึดดินแดนคืนได้มากกว่าที่รัสเซียยึดได้ ผลักดันให้ภาพรวมพื้นที่ครอบครองของรัสเซียติดลบเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023
มีหลายปัจจัยโดยตรงที่ทำให้เกิดการพลิกกลับครั้งนี้:
การสูญเสียดินแดนไม่ได้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบโดดๆ แต่เป็นผลพวงจากแนวโน้มที่เห็นได้ตั้งแต่ปลายปี 2025 ระหว่างเดือนตุลาคม 2024 ถึงมีนาคม 2025 กองกำลังรัสเซียยึดพื้นที่ได้ประมาณ 2,716 ตร.กม. เฉลี่ย 14.9 ตร.กม. ต่อวัน แต่ในช่วงเวลาเดียวกันของปีถัดมา ตัวเลขนั้นกลับลดลงเหลือ 1,833 ตร.กม. เฉลี่ย 10.07 ตร.กม. ต่อวัน หรือลดลงประมาณหนึ่งในสาม ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2026 พื้นที่ที่ยึดได้รายเดือนทรุดตัวลงเหลือเพียง 14 ตร.กม.
การหดตัวของพื้นที่บนแผนที่นี้เชื่อมโยงโดยตรงกับวิกฤตกำลังพลที่ทวีความรุนแรงขึ้น ข้อมูลจากหลายแหล่งชี้ให้เห็นรูปแบบที่ชัดเจน นั่นคือ การสูญเสียของรัสเซียสูงกว่าการรับสมัครใหม่อย่างต่อเนื่อง
สมการแห่งการบั่นทอนกำลังอธิบายได้ว่าทำไมรัสเซียจึงไม่สามารถรักษาการบุกคืบเอาไว้ได้อีกต่อไป หน่วยทหารที่เข้าโจมตีมีกำลังพลไม่เต็มอัตรา อ่อนล้า และกำลังเผาผลาญกำลังพลเร็วกว่าที่ระบบการระดมพลของรัสเซียจะหามาทดแทนได้ ในช่วงสามเดือนแรกของปี 2026 รัสเซียสูญเสียกำลังพลประมาณ 316 นาย ต่อทุกๆ 1 ตารางกิโลเมตรที่ยึดได้ ซึ่งสูงกว่าเกือบสามเท่าเมื่อเทียบกับอัตรา 120 นายต่อ ตร.กม. ในปี 2025
ท่ามกลางพลวัตในสนามรบที่เปลี่ยนไปนี้ เจ้าหน้าที่ยูเครนได้เปิดเผยกรอบเวลาทางการทูตอย่างชัดเจน เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026 นายคีรีโล บูดานอฟ หัวหน้าสำนักประธานาธิบดี กล่าวในเวทีระหว่างประเทศ "สถาปัตยกรรมความมั่นคง" (Security Architecture) ว่า ประธานาธิบดีเซเลนสกีได้ออกคำสั่งโดยตรงให้ยุติความเป็นปรปักษ์โดยเร็วที่สุด หากเป็นไปได้ควรให้แล้วเสร็จก่อนฤดูหนาว และเขาอธิบายว่าเป้าหมายนี้ "เป็นไปได้จริง"
"ผมขอยืนยันว่า นี่คือความตั้งใจของประธานาธิบดีจริงๆ ที่จะยุติความเป็นปรปักษ์โดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนฤดูหนาว" บูดานอฟกล่าว "ในมุมมองของผม มันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ทันท่วงที และเป็นไปได้จริง"
คำสั่งอย่างเป็นทางการนี้สอดคล้องกับถ้อยแถลงอื่นๆ จากเคียฟ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม เซเลนสกีกล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า เขาต้องการเดินหน้าการเจรจาสันติภาพก่อนฤดูหนาว เพื่อใช้ประโยชน์จากตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ที่ดีขึ้นของยูเครน และเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม สมาชิกรัฐสภาพรรคผู้รับใช้ประชาชน (Servant of the People) ของเซเลนสกี เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีได้แจ้งให้สมาชิกรัฐสภาพราบถึงไทม์ไลน์ที่เป็นไปได้ในการยุติ "ช่วงสงครามร้อน" ก่อนฤดูหนาว โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องมีการค้ำประกันความมั่นคง
สำนักข่าวที่สนับสนุนเครมลินบางแห่งพยายามใส่สีตีไข่ว่าการผลักดันการหยุดยิงเป็นสัญญาณของความสิ้นหวังของยูเครน แต่คำพูดของทั้งเซเลนสกีและบูดานอฟต่างอ้างถึง จุดยืนที่แข็งแกร่งขึ้นในสนามรบของเคียฟ ไม่ใช่ความอ่อนแอ อันเป็นเหตุผลในการแสวงหาช่องทางทางการทูต ก่อนที่สภาพอากาศฤดูหนาวจะเปลี่ยนพลวัตของสงคราม
ข้อมูลที่ปรากฏนั้นชัดเจน: อัตราการรุกคืบยึดดินแดนของรัสเซียพังทลายลง การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ครอบครองสุทธิของพวกเขาติดลบเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 และอัตราการสูญเสียรายเดือนนั้นแซงหน้าความสามารถในการระดมพลมากขึ้นเรื่อยๆ การที่ความเป็นจริงในการปฏิบัติการทางทหารนี้จะนำไปสู่การเจรจายุติความเป็นปรปักษ์ก่อนฤดูหนาวได้หรือไม่นั้น ยังคงไม่แน่นอน แต่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่แนวโน้มของสนามรบกำลังเคลื่อนไปในทิศทางที่เป็นคุณต่อเคียฟ และเคียฟก็กำลังเดินหน้าใช้ประโยชน์จากมัน
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ข้อมูลจาก ISW และ DeepState ยืนยัน รัสเซียสูญเสียดินแดนสุทธิทั้งในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2026 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 โดยในเดือนพ.ค.
ข้อมูลจาก ISW และ DeepState ยืนยัน รัสเซียสูญเสียดินแดนสุทธิทั้งในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2026 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 โดยในเดือนพ.ค. วิกฤตกำลังพลขั้นรุนแรง: รัสเซียสูญเสียกำลังพลเกินกว่าที่เกณฑ์ได้ราว 9,000 นายต่อเดือน จำนวนทหารสัญญาจ้างใหม่ลดลง 20 25% สะท้อนระบบระดมพลที่กำลังล้มเหลว [5][34]
ประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครนออกคำสั่งชัดเจนให้ยุติความเป็นปรปักษ์ภายในช่วงก่อนฤดูหนาวปี 2026 โดยหัวหน้าสำนักประธานาธิบดี 'คีรีโล บูดานอฟ' ระบุว่าเป้าหมายนี้เป็นไปได้จริง เนื่องจากสถานการณ์ในสนามรบที่ดีขึ้นของยูเครน [...