สำหรับเลอโนโว่ ผู้ผลิตพีซีรายใหญ่ที่สุดของโลก การขาดแคลนหน่วยความจำนี้คือการโจมตีเข้าสู่ธุรกิจหลักของบริษัทโดยตรง แม้ว่าราคาหุ้นของเลอโนโว่จะพุ่งสูงขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2026 หลังจากที่แสดงให้เห็นว่าบริษัทสามารถผลักภาระต้นทุนที่สูงขึ้นด้วยแบรนด์ที่แข็งแกร่งและการมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม แต่ความเสี่ยงยังคงรุนแรงอยู่ Ivan Lam จาก Counterpoint Research ระบุว่าต้นทุนหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นคือนรกสำหรับเลอโนโว่ พร้อมเตือนว่าราคาที่สูงขึ้นอาจบีบอัตรากำไรและบังคับให้ต้องขึ้นราคาสินค้าต่อผู้บริโภค ซึ่งอาจฉุดรั้งอุปสงค์ในจังหวะที่บริษัทกำลังมุ่งสู่เป้าหมายรายได้ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ความเจ็บปวดไม่ได้จำกัดอยู่แค่พีซี IDC ได้สรุปสถานการณ์ความเสี่ยงขาลงสำหรับทั้งตลาดสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โดยระบุว่าตลาดหน่วยความจำอยู่ในภาวะอุปสงค์และอุปทานที่ไม่สมดุลอย่างไม่เคยมีมาก่อน ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอาจถูกบังคับให้ลดสเปกหน่วยความจำหรือขึ้นราคาขายปลีก ผู้ซื้อไอทีระดับองค์กรกำลังเผชิญกับระยะเวลารอสินค้าที่ยาวนานขึ้น และตัวเลือกในการกำหนดค่าสำหรับเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์เครือข่ายที่แคบลง
ความร้ายแรงของสถานการณ์ได้นำมาซึ่งคำเตือนจากผู้นำระดับสูงสุดในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เหล่าผู้นำจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึง Tim Cook และ Elon Musk ต่างเตือนว่าวิกฤตชิปหน่วยความจำที่กำลังก่อตัวขึ้นนี้คือ 'หายนะระดับโลก' และเริ่มส่งผลกระทบต่อผลกำไรและทำให้ป้ายราคาสินค้าสำหรับผู้บริโภคพองตัวขึ้นแล้ว นักวิเคราะห์บางรายเตือนหนักกว่านั้นว่า หากสถานการณ์เลวร้ายลง ผู้ผลิตอุปกรณ์อาจต้องเผชิญกับการชะลอหรือปิดสายการผลิต หากไม่สามารถจัดหาชิ้นส่วนหน่วยความจำได้เพียงพอ
ไม่มีทางแก้ไขที่รวดเร็ว การขาดแคลนนี้ผูกโยงอยู่กับการตัดสินใจจัดสรรกำลังการผลิตของโรงงานผลิตชิปมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ซึ่งมีกรอบเวลาที่วัดกันเป็นปี นั่นหมายความว่าความช่วยเหลือไม่น่าจะมาถึงก่อนปี 2027 หรือ 2028 สำหรับผู้บริโภคและภาคธุรกิจแล้ว สัญญาณจากตลาดนั้นชัดเจน: ยุคของหน่วยความจำราคาถูกและล้นตลาดกำลังหยุดชะงักลง และคุณจะต้องรับรู้ถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในอุปกรณ์ทุกชิ้นที่คุณซื้อ
Comments
0 comments