HYPE พุ่งแตะจุดสูงสุดตลอดกาลเหนือ $64 ปลายเดือนพฤษภาคม 2026 ขับเคลื่อนโดยการยื่นขอจัดตั้ง ETF จาก Bitwise, 21Shares และ Grayscale, โปรแกรมซื้อคืนโทเค็น และกระแสคลั่งสัญญา Perpetual ก่อน IPO แบบสังเคราะห์สำหรับ SpaceX... สัญญา Perpetual ก่อน IPO เปิดทางให้นักลงทุนรายย่อยเก็งกำไรมูลค่าบริษัทเอกชนโดยไม่ต้องถือหุ้นจริง...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What caused Hyperliquid's HYPE token to surge to an all-time high above $64, and why are the synthetic pre-IPO perpetual contracts for Space. Article summary: ## What Caused Hyperliquid's HYPE Token to Surge Past $64. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "But a decentralized crypto exchange (DEX) called **Hyperliquid** (HYPE 0.14%) just changed the game by launching a synthetic derivative contract that tracks SpaceX's implied share" source context "Hyperliquid Is Offering Pre-IPO Trading for SpaceX. Is ..." Reference image 2: visual subject "But a decentralized crypto exchange (DEX) called **Hyperliquid** (HYPE 0.14%) just changed the game by launching a synthetic derivative contract that tracks SpaceX's implied share" sour
โทเค็นพื้นเมืองของ Hyperliquid หรือ HYPE ได้ทำลายสถิติเดิมด้วยการทะยานขึ้นเหนือระดับ 64 ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2026 ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap และ CoinLore ราคาได้ทำจุดสูงสุดตลอดกาล (All-Time High) ที่ประมาณ $64.55 ในวันที่ 26 พฤษภาคม ซึ่งเป็นการปิดท้ายสัปดาห์ที่ราคาพุ่งขึ้นมากกว่า 40% การเคลื่อนไหวครั้งประวัติศาสตร์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในตลาด Spot เท่านั้น แต่ยอด Open Interest (OI) ในตลาดซื้อขายล่วงหน้าแบบ Perpetual Futures บนแพลตฟอร์มก็พุ่งแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.95 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งบ่งชี้ถึงการมีส่วนร่วมของตลาดในวงกว้าง
แรง rally ครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ Bitcoin ยังคงดิ้นรนเพื่อกลับไปยืนเหนือระดับ $110,000 และเหรียญ Altcoin ขนาดใหญ่จำนวนมากเคลื่อนไหว sideways ตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งเฉพาะตัวของระบบนิเวศ Hyperliquid
ราคาที่พุ่งขึ้นนี้ได้รับแรงหนุนจากตัวเร่งเชิงโครงสร้าง 3 ประการที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วต่อเนื่องกัน
ประการแรก เม็ดเงินจากสถาบันหลั่งไหลเข้ามาผ่านการยื่นขอจัดตั้ง Spot HYPE ETF โดยบริษัทจัดการสินทรัพย์ยักษ์ใหญ่อย่าง 21Shares, Bitwise, และ Grayscale กองทุน ETF เหล่านี้เริ่มดึงดูดเงินทุนจำนวนมากเข้าสู่ HYPE โดยมีเงินไหลเข้าสุทธิมากกว่า 72 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในสัปดาห์เดียว CoinMarketCap รายงานว่า ETF ของ HYPE สามารถดูดซับมูลค่าตลาดของโทเค็นไปถึง 1.04% ภายใน 10 วันแรกของการซื้อขาย
กระแส ETF นี้นับเป็นตัวขับเคลื่อนราคาหลักที่ดึงดูดเงินทุนซึ่งปกติแล้วอาจจะอยู่นอกตลาดคริปโตในระบบการเงินดั้งเดิม (Traditional Finance)
ประการที่สอง Hyperliquid ได้เปิดตัว กลไกการซื้อคืนโทเค็น (Token Buyback) ซึ่งเป็นการปรับปรุง Tokenomics ขั้นพื้นฐาน โดยโปรแกรมนี้จะนำรายได้จากค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มมากถึง 97-99% ไปใช้ในการซื้อคืนโทเค็น HYPE แหล่งรายได้สำคัญของกลไกนี้มาจากข้อตกลง Stablecoin กับ Circle และ Coinbase ซึ่งดึงรายได้ราว 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีเข้าสู่ระบบนิเวศของ Hyperliquid และส่งต่อมูลค่าให้กับผู้ถือ HYPE
สิ่งนี้สร้างแรงกดดันด้านการซื้ออย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงการใช้งานแพลตฟอร์มเข้ากับอุปสงค์ของโทเค็นโดยตรง
ประการที่สาม และอาจมีความสำคัญที่สุดในแง่ของความแปลกใหม่และผลกระทบที่จะตามมา นั่นคือ การเปิดตัวกรอบการทำงาน HIP-3 ที่นำเสนอตลาดซื้อขายล่วงหน้าแบบสังเคราะห์ก่อน IPO (Pre-IPO) สำหรับบริษัทเอกชนรายใหญ่ ขณะนี้เทรดเดอร์สามารถสร้างสถานะการลงทุนแบบสังเคราะห์ใน SpaceX, Anthropic, และ OpenAI ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ยังไม่ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ได้แล้ว การเปิดตัวครั้งนี้สร้างความสนใจและปริมาณการซื้อขายมหาศาล และกิจกรรมเหล่านั้นไหลทะลักไปสู่อุปสงค์ของ HYPE โดยตรง เนื่องจากโทเค็นถูกใช้สำหรับการ Staking และการกำกับดูแลภายในแพลตฟอร์ม
ในขณะที่ตลาดซื้อขายก่อน IPO ภายใต้ HIP-3 ได้กระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ แต่ก็ทำให้ Hyperliquid ตกเป็นศูนย์กลางของข้อกังวลด้านกฎระเบียบที่กำลังก่อตัวขึ้น ประเด็นหลักคือสัญญาเหล่านี้เปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเก็งกำไรจากมูลค่าบริษัทเอกชน โดยไม่ต้องมีการถือหุ้นจริง ในโครงสร้างตลาดที่ดำเนินการอยู่นอกเหนือกฎหมายหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ โดยสิ้นเชิง
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้คือ สัญญา Perpetual Futures แบบสังเคราะห์ (Synthetic Perpetual Futures) ซึ่งแตกต่างจากผลิตภัณฑ์หุ้นโทเค็นไนซ์ (Tokenized Stock) ในอดีตที่ส่วนใหญ่ใช้ Special Purpose Vehicles (SPVs) หรือนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อถือครองหุ้นอ้างอิง แต่สัญญาของ Hyperliquid นั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหุ้นจริงเลย ยกตัวอย่างสัญญาซื้อขาย SpaceX "SPCX-USDC" เป็นตราสารอนุพันธ์ที่ชำระราคาด้วยเงินสด ซึ่งอ้างอิงกับราคาหุ้นโดยนัยของบริษัท
ไม่มีการส่งมอบหุ้น และไม่ต้องขออนุญาตจากบริษัทต้นทาง นี่คือข้อแตกต่างทางกฎหมายที่สำคัญ แต่ก็เป็นจุดอ่อนเช่นกัน เพราะโดยการออกแบบ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้เลี่ยงกลไกการกำกับดูแลทั้งหมดที่ควบคุมตลาด Pre-IPO แบบดั้งเดิม ซึ่งกำหนดให้ผู้ลงทุนต้องมีสถานะเป็น Accredited Investor, มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน และต้องเป็นหลักทรัพย์ที่จดทะเบียน
Matthew Pinnock, COO ของ Altura DeFi ให้สัมภาษณ์กับ Decrypt ว่าเขาคาดว่าหน่วยงานกำกับดูแลจะ "กลับมาตรวจสอบในที่สุดว่า ผลิตภัณฑ์ Perpetual ก่อน IPO นั้นทำหน้าที่เป็นการเปิดรับความเสี่ยงในหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนสำหรับนักลงทุนรายย่อยหรือไม่" นักวิเคราะห์ตลาดหลายคนก็สะท้อนความกังวลนี้ โดยให้ข้อสังเกตว่า แม้โมเดล HIP-3 จะปลดล็อคการค้นพบราคาก่อนการ IPO ของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี แต่มัน "อาจดึงดูดการตรวจสอบด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับการเปิดรับความเสี่ยงในหลักทรัพย์ที่อาจไม่ได้จดทะเบียน"
บริษัทต้นทางเองก็ได้ออกมาโต้กลับอย่างรุนแรงแล้ว OpenAI และ Anthropic ได้ออกคำเตือนนักลงทุนไม่ให้ทำการซื้อขายผลิตภัณฑ์หุ้นโทเค็นไนซ์ที่อ้างอิงกับหุ้นของตน โดยระบุว่าการโอนหุ้นผ่าน SPV เป็นโมฆะ ผลิตภัณฑ์โทเค็นไนซ์บนแพลตฟอร์มอย่าง PreStocks ราคาดิ่งลงประมาณ 50% หลังจากที่บริษัทออกแถลงการณ์ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ตัวอย่างที่ชัดเจนถึงความเปราะบางของตลาดที่ไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิง
เนื่องจาก Hyperliquid เป็น Decentralized Exchange (DEX) ที่ไม่มีตัวกลางในการควบคุม จึงไม่มีหนังสือชี้ชวน, ไม่มีข้อบังคับในการเปิดเผยข้อมูล, และไม่มีกรอบการคุ้มครองผู้ลงทุนสำหรับสัญญา Perpetual ก่อน IPO เหล่านี้ ช่องว่างทางกฎระเบียบนี้ได้ดึงดูดความสนใจจากตลาดหลักทรัพย์แบบดั้งเดิมแล้ว โดยมีรายงานว่า Intercontinental Exchange และ CME Group ได้เรียกร้องให้ CFTC (คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ) จัดการกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อความสมบูรณ์ของตลาด ที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมการซื้อขายแบบไม่เปิดเผยตัวตนของแพลตฟอร์มอย่าง Hyperliquid
ในขณะที่เงินทุนไหลเข้าสู่ตลาด Pre-IPO แบบสังเคราะห์มากขึ้นเท่าใด โอกาสที่หน่วยงานอย่าง SEC หรือ CFTC จะตอบสนองอย่างพร้อมเพรียงกันก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบไม่ต่างจากความแปลกใหม่ในแง่โครงสร้างตลาด
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
HYPE พุ่งแตะจุดสูงสุดตลอดกาลเหนือ $64 ปลายเดือนพฤษภาคม 2026 ขับเคลื่อนโดยการยื่นขอจัดตั้ง ETF จาก Bitwise, 21Shares และ Grayscale, โปรแกรมซื้อคืนโทเค็น และกระแสคลั่งสัญญา Perpetual ก่อน IPO แบบสังเคราะห์สำหรับ SpaceX...
HYPE พุ่งแตะจุดสูงสุดตลอดกาลเหนือ $64 ปลายเดือนพฤษภาคม 2026 ขับเคลื่อนโดยการยื่นขอจัดตั้ง ETF จาก Bitwise, 21Shares และ Grayscale, โปรแกรมซื้อคืนโทเค็น และกระแสคลั่งสัญญา Perpetual ก่อน IPO แบบสังเคราะห์สำหรับ SpaceX... สัญญา Perpetual ก่อน IPO เปิดทางให้นักลงทุนรายย่อยเก็งกำไรมูลค่าบริษัทเอกชนโดยไม่ต้องถือหุ้นจริง สร้างคำเตือนจากนักวิเคราะห์และตัวบริษัทเองว่าผลิตภัณฑ์นี้อาจเข้าข่าย...
OpenAI และ Anthropic ได้ออกมาเตือนนักลงทุนให้หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์หุ้นโทเค็นไนซ์ที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งราคาร่วงลงกว่า 50% หลังจากที่บริษัทปฏิเสธการมีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นการส่งสัญญาณความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและกฎหมายอย่างรุนแร...