HYPE พุ่งขึ้นใกล้ $59 หลัง short squeeze ทำให้สถานะชอร์ตถูกล้างราว $36.5M ขณะที่เงินทุนจาก ETF และนักลงทุนสถาบันเพิ่มแรงซื้อ [15][17][50] Funding rate ที่ติดลบและ open interest ที่เพิ่มขึ้นสะท้อนว่าตลาดมีการเดิมพันขาลงจำนวนมาก ซึ่งกลับกลายเป็นเชื้อเพลิงให้ราคาพุ่งเมื่อเกิดการ squeeze [8][2] ETF ใหม่ในสหรัฐและการสะสม...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What caused Hyperliquid’s HYPE token to surge close to its all‑time high near $59, including the role of the short squeeze that liquidated a. Article summary: If HYPE is moving toward its prior high, the provided evidence mainly supports a narrative around new U.S. spot ETF launches that could broaden access and bring fresh demand, plus the presence of a Hyperliquid-focused tr. Topic tags: general, general web, news, government, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "**Hyperliquid surged to a 2026 high of $59.06, placing it just cents away from its all-time high of $59.33 set in September 2025. * HYPE surged to $59.06 on Thursday morning, putti" source context "Hyperliquid Wipes out $36.5M Shorts as HYPE Climbs Within Cents ..." Reference image 2: visual sub
ราคาของโทเคน HYPE จากแพลตฟอร์มเทรดอนุพันธ์แบบกระจายศูนย์ Hyperliquid พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในเดือนพฤษภาคม 2026 จนเกือบแตะ จุดสูงสุดตลอดกาล (All‑Time High) ใกล้ $59 อีกครั้ง
การพุ่งขึ้นครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นการรวมกันของหลายแรงผลักดันในตลาดคริปโต ตั้งแต่ short squeeze ในตลาดอนุพันธ์ การเปิดตัว ETF ในสหรัฐ ไปจนถึงการสะสมโทเคนโดยนักลงทุนรายใหญ่
ด้านล่างคือปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคา—and สิ่งที่นักลงทุนกำลังจับตาต่อไป
ตัวเร่งสำคัญของการปรับตัวขึ้นคือ short squeeze ในตลาดฟิวเจอร์สของ HYPE เมื่อราคาวิ่งเข้าใกล้ระดับ $59
ข้อมูลตลาดแสดงให้เห็นว่า ภายใน 24 ชั่วโมง มีสถานะชอร์ตถูกบังคับปิดรวมประมาณ $36.5 ล้าน เทียบกับสถานะลองที่ถูกล้างเพียงราว $1.4 ล้านเท่านั้น
สถานการณ์นี้หมายความว่าเทรดเดอร์ที่ใช้เลเวอเรจส่วนใหญ่กำลังเดิมพันว่าราคาจะลง และเมื่อราคากลับขึ้นแรง พวกเขาจึงต้อง ซื้อคืนสินทรัพย์เพื่อปิดสถานะ ทำให้ราคาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
วงจรแบบนี้เรียกว่า short squeeze ซึ่งมักทำให้ราคาพุ่งเร็วและรุนแรง
ในกรณีของ HYPE แรงบีบดังกล่าวช่วยดันราคาเข้าใกล้ระดับสูงสุดเดิมที่ทำไว้ในเดือนกันยายน 2025
ก่อนที่ราคาจะพุ่งขึ้น ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์แสดงว่า funding rate กลายเป็นค่าติดลบอย่างชัดเจน
โดยปกติแล้ว funding rate ที่ติดลบหมายความว่า
แต่เมื่อราคากลับขึ้นแทนที่จะลง สถานะชอร์ตจำนวนมากจึงเริ่มเสี่ยงต่อการถูกล้าง และกลายเป็นเชื้อเพลิงให้เกิด short squeeze
พร้อมกันนั้น open interest ในฟิวเจอร์ส HYPE ก็เพิ่มขึ้น แสดงว่ากิจกรรมการเทรดด้วยเลเวอเรจกำลังขยายตัว ซึ่งมักทำให้ความผันผวนของราคาเพิ่มขึ้นด้วย
ตลาดยังจับตา เทรดเดอร์รายใหญ่ (whale) ที่ถือสถานะชอร์ตขนาดใหญ่ใน HYPE
รายหนึ่งมีสถานะชอร์ตมูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์ และกำลังเผชิญกับ ผลขาดทุนที่ยังไม่รับรู้จำนวนมาก เมื่อราคาปรับตัวขึ้น
อีกกรณีหนึ่ง เทรดเดอร์พยายามป้องกัน สถานะชอร์ตเลเวอเรจราว $103 ล้าน โดยถึงกับขาย HYPE มูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์เพื่อหลีกเลี่ยงการถูก liquidate
หากราคายังขึ้นต่อ จุดล้างสถานะของชอร์ตขนาดใหญ่นี้อยู่ราว ช่วงปลาย $60 ซึ่งอาจสร้างแรงซื้อรอบใหม่ได้
ด้วยขนาดของสถานะดังกล่าว เทรดเดอร์จำนวนมากจึงจับตาระดับราคานี้อย่างใกล้ชิด
นอกจากแรงจากตลาดอนุพันธ์แล้ว ดีมานด์จากนักลงทุนสถาบัน ก็มีบทบาทสำคัญ
เดือนพฤษภาคม 2026 มีการเปิดตัว ETF ที่ให้การลงทุนใน HYPE แบบสปอตในสหรัฐ หลายกองทุน เช่น
ETF ทำให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงราคาของโทเคนผ่านบัญชีโบรกเกอร์ทั่วไป โดยไม่ต้องถือคริปโตโดยตรง
ข้อมูลช่วงแรกของการซื้อขายแสดงให้เห็นว่า มีปริมาณการซื้อขายและเงินไหลเข้าหลายล้านดอลลาร์ หลังเปิดตัวไม่นาน สะท้อนความสนใจจากนักลงทุนดั้งเดิม
อีกปัจจัยเชิงโครงสร้างคือ การสะสมโทเคนจำนวนมากโดยบริษัทที่เน้นระบบนิเวศ Hyperliquid
Hyperliquid Strategies Inc. รายงานว่า ณ วันที่ 29 เมษายน 2026 บริษัทถือ โทเคน HYPE ประมาณ 20 ล้านเหรียญในคลัง
เมื่อโทเคนจำนวนมากถูกถือระยะยาวใน treasury
แม้ราคาจะพุ่งแรง แต่นักวิเคราะห์เตือนว่า HYPE กำลังเข้าใกล้ โซนแนวต้านสำคัญที่ $59–$60 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของรอบก่อน
ตัวชี้วัดทางเทคนิคบางตัว เช่น RSI อยู่ในโซน overbought ทำให้มีโอกาสเกิดการพักฐานระยะสั้น
เป้าหมายการย่อตัวที่ถูกพูดถึงคือช่วงประมาณ $51.5 ถึง $45 ซึ่งเป็นระดับแนวรับทางเทคนิคหลายจุด
อย่างไรก็ตาม หากราคายังคงขึ้นและบังคับให้ชอร์ตขนาดใหญ่ต้องปิดสถานะ โดยเฉพาะ ชอร์ตเลเวอเรจกว่า $100 ล้าน ก็อาจทำให้เกิด squeeze รอบใหม่ได้
การพุ่งขึ้นของ HYPE ใกล้จุดสูงสุดตลอดกาลเกิดจากการผสมกันของแรงผลักหลายด้าน
ผลลัพธ์คือแรงขึ้นของราคาที่รวดเร็วและรุนแรง แต่ด้วยเลเวอเรจในตลาดที่ยังสูง การเคลื่อนไหวครั้งต่อไปอาจเป็นได้ทั้ง short squeeze รอบใหม่ หรือการปรับฐานแรง ขึ้นอยู่กับว่าราคาจะทะลุหรือถูกปฏิเสธที่แนวต้านสำคัญนี้
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
HYPE พุ่งขึ้นใกล้ $59 หลัง short squeeze ทำให้สถานะชอร์ตถูกล้างราว $36.5M ขณะที่เงินทุนจาก ETF และนักลงทุนสถาบันเพิ่มแรงซื้อ [15][17][50]
HYPE พุ่งขึ้นใกล้ $59 หลัง short squeeze ทำให้สถานะชอร์ตถูกล้างราว $36.5M ขณะที่เงินทุนจาก ETF และนักลงทุนสถาบันเพิ่มแรงซื้อ [15][17][50] Funding rate ที่ติดลบและ open interest ที่เพิ่มขึ้นสะท้อนว่าตลาดมีการเดิมพันขาลงจำนวนมาก ซึ่งกลับกลายเป็นเชื้อเพลิงให้ราคาพุ่งเมื่อเกิดการ squeeze [8][2]
ETF ใหม่ในสหรัฐและการสะสมโทเคนจำนวนมากโดยบริษัท treasury ทำให้อุปทานในตลาดลดลง แต่ยังมีความเสี่ยงการย่อตัวสู่ช่วง $45–$51.5 หรือ squeeze รอบใหม่จากชอร์ตขนาดใหญ่กว่า $100M [5][14]