ยอดขายรถ EV ในจีนลดลง 3.9% ในเดือนกรกฎาคม 2569 เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นการร่วงลงเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน จากปัจจัยเงินอุดหนุนภาครัฐที่ลดลง กำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนแอจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และสงครามราคาที่ยืดเยื้อ แม้ยอดขาย EV จะลดลงในเชิงปริมาณ แต่รถ EV กลับมีส่วนแบ่งตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลสูงสุดเป็นประวัติการณ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What caused China's EV domestic sales to decline for a seventh consecutive month in July 2026, and how do the 3.9% year-on-year drop and 5.8. Article summary: Here is a detailed breakdown of the situation.. Topic tags: general, general web, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
ตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ในประเทศจีน เดือนกรกฎาคม 2566 มียอดขายในประเทศอยู่ที่ 951,000 คัน ลดลง 3.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 5.8% จากเดือนมิถุนายน นับเป็นการลดลงเดือนต่อเดือนติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 ซึ่งเป็นสถิติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในตลาดรถ EV ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวทั้งหมด ตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลโดยรวมของจีนในเดือนกรกฎาคมทรุดตัวลงถึง 20.9% ซึ่งเป็นการลดลงเดือนต่อเดือนเป็นเดือนที่ 10 ติดต่อกัน ยอดขายรถยนต์เบนซินเพียงอย่างเดียวร่วงลงถึง 44% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ผลลัพธ์ที่ได้คือ แม้ยอดขาย EV ในเชิงปริมาณจะลดลง แต่ส่วนแบ่งตลาดกลับพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 65.1% ซึ่งหมายความว่า EV ได้ส่วนแบ่งที่มากขึ้นของ 'เค้ก' ที่เล็กลงอย่างมาก
สมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน (CPCA) นักวิเคราะห์อุตสาหกรรม และรายงานหลายฉบับชี้ไปที่สาเหตุหลักสามประการ:
1. เงินอุดหนุนจากภาครัฐที่ลดน้อยลง รัฐบาลปักกิ่งลดเงินอุดหนุนรถยนต์ลงประมาณหนึ่งในสามในปี 2569 และมีแผนจะยกเลิกการลดหย่อนภาษีการซื้อรถ EV บางส่วนตั้งแต่เดือนมกราคม 2570 เป็นต้นไป การดำเนินการนี้ได้ดึงอุปสงค์หรือปัจจัยกระตุ้นการซื้อที่สำคัญออกไป ซึ่งเคยเป็นตัวขับเคลื่อนยอดขายมาหลายปี
2. กำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนแอ ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัวและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงส่งผลกระทบต่อการซื้อสินค้าราคาแพงในทุกหมวดหมู่ ยอดค้าปลีกรถยนต์นั่งในประเทศเดือนกรกฎาคมลดลงประมาณ 21% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงการชะลอตัวที่ทำให้ปี 2569 อาจกลายเป็นปีที่เลวร้ายที่สุดของตลาดรถยนต์จีนนับตั้งแต่ปี 2564
3. สงครามราคาที่ยืดเยื้อ ส่วนลดเฉลี่ยของรถ EV ในจีนยังคงอยู่ในระดับสูงเป็นเวลาหลายเดือน ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิของอุตสาหกรรมถูกบีบอย่างหนัก เมื่อถึงกลางปี 2569 มีแบรนด์รถ EV เพียงสามแบรนด์เท่านั้นที่ทำกำไรได้ ได้แก่ BYD, Xiaomi และ Leapmotor ตามข้อมูลของ AlixPartners ที่ถูกอ้างอิงโดยสื่อหลายสำนัก
นักวิเคราะห์จาก Wood Mackenzie อธิบายว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงที่มีการเติบโตจำกัดในเชิงโครงสร้าง
นี่คือภาพรวมของตลาดรถยนต์จีนในเดือนกรกฎาคม 2569:
ประเด็นสำคัญคือ ตลาดรถยนต์โดยรวมทรุดตัว (–21%) หนักกว่ากลุ่ม EV มาก (–3.9%) เพราะยอดขายรถยนต์เบนซินร่วงลงอย่างหนัก (ประมาณ –44%) EV กลับมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น (65.1%) แม้ยอดขายรวมจะลดลงเล็กน้อย แต่เนื่องจากรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) มียอดขายลดลงถล่มทลาย
การส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด (+147.8%) เป็น 'วาล์วระบาย' สำคัญของอุตสาหกรรม โดยผู้ผลิตรถยนต์อย่าง BYD และ Geely หันไปส่งออกเพื่อดูดซับกำลังการผลิตส่วนเกิน
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ยอดขายรถ EV ในจีนลดลง 3.9% ในเดือนกรกฎาคม 2569 เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นการร่วงลงเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน จากปัจจัยเงินอุดหนุนภาครัฐที่ลดลง กำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนแอจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และสงครามราคาที่ยืดเยื้อ
ยอดขายรถ EV ในจีนลดลง 3.9% ในเดือนกรกฎาคม 2569 เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นการร่วงลงเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน จากปัจจัยเงินอุดหนุนภาครัฐที่ลดลง กำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนแอจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และสงครามราคาที่ยืดเยื้อ แม้ยอดขาย EV จะลดลงในเชิงปริมาณ แต่รถ EV กลับมีส่วนแบ่งตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 65.1% ในเดือนกรกฎาคม เนื่องจากยอดขายรถยนต์เบนซินทรุดตัวลงถึง 44%
มีเพียง 3 แบรนด์รถ EV ในจีนเท่านั้นที่ทำกำไรได้ ได้แก่ BYD, Xiaomi และ Leapmotor ส่วนแบรนด์เล็ก ๆ เสี่ยงปิดตัวท่ามกลางสงครามราคาที่บีบกำไรจนแทบเหลือศูนย์