อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวทั้งหมด ตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลโดยรวมของจีนในเดือนกรกฎาคมทรุดตัวลงถึง 20.9% ซึ่งเป็นการลดลงเดือนต่อเดือนเป็นเดือนที่ 10 ติดต่อกัน ยอดขายรถยนต์เบนซินเพียงอย่างเดียวร่วงลงถึง 44% เมื่อเทียบกับปีก่อน ผลลัพธ์ที่ได้คือ แม้ยอดขาย EV ในเชิงปริมาณจะลดลง แต่ส่วนแบ่งตลาดกลับพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 65.1% ซึ่งหมายความว่า EV ได้ส่วนแบ่งที่มากขึ้นของ 'เค้ก' ที่เล็กลงอย่างมาก
สมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน (CPCA) นักวิเคราะห์อุตสาหกรรม และรายงานหลายฉบับชี้ไปที่สาเหตุหลักสามประการ:
1. เงินอุดหนุนจากภาครัฐที่ลดน้อยลง รัฐบาลปักกิ่งลดเงินอุดหนุนรถยนต์ลงประมาณหนึ่งในสามในปี 2569 และมีแผนจะยกเลิกการลดหย่อนภาษีการซื้อรถ EV บางส่วนตั้งแต่เดือนมกราคม 2570 เป็นต้นไป การดำเนินการนี้ได้ดึงอุปสงค์หรือปัจจัยกระตุ้นการซื้อที่สำคัญออกไป ซึ่งเคยเป็นตัวขับเคลื่อนยอดขายมาหลายปี
2. กำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนแอ ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัวและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงส่งผลกระทบต่อการซื้อสินค้าราคาแพงในทุกหมวดหมู่ ยอดค้าปลีกรถยนต์นั่งในประเทศเดือนกรกฎาคมลดลงประมาณ 21% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงการชะลอตัวที่ทำให้ปี 2569 อาจกลายเป็นปีที่เลวร้ายที่สุดของตลาดรถยนต์จีนนับตั้งแต่ปี 2564
3. สงครามราคาที่ยืดเยื้อ ส่วนลดเฉลี่ยของรถ EV ในจีนยังคงอยู่ในระดับสูงเป็นเวลาหลายเดือน ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิของอุตสาหกรรมถูกบีบอย่างหนัก เมื่อถึงกลางปี 2569 มีแบรนด์รถ EV เพียงสามแบรนด์เท่านั้นที่ทำกำไรได้ ได้แก่ BYD, Xiaomi และ Leapmotor ตามข้อมูลของ AlixPartners ที่ถูกอ้างอิงโดยสื่อหลายสำนัก นักวิเคราะห์จาก Wood Mackenzie อธิบายว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงที่มีการเติบโตจำกัดในเชิงโครงสร้าง
นี่คือภาพรวมของตลาดรถยนต์จีนในเดือนกรกฎาคม 2569:
| ตัวชี้วัด | การเปลี่ยนแปลง (เทียบปีก่อน) | บริบทสำคัญ |
|---|---|---|
| ยอดขาย EV ในประเทศ | –3.9% | ลดลงเดือนที่ 7 ติดต่อกัน |
| ยอดขาย EV ในประเทศ (เทียบเดือนก่อน) | –5.8% | ลดลงจาก 1.04 ล้านคันในเดือนมิ.ย. เหลือ 951,000 คัน |
| ยอดขายรถยนต์รวมในประเทศ | –20.9% ถึง –21.1% | ลดลงเดือนที่ 10 ติดต่อกัน |
| ส่วนแบ่งตลาดของ EV | 65.1% | สูงสุดเป็นประวัติการณ์ — EV มีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นในตลาดที่หดตัว |
| ยอดขาย EV สะสม 7 เดือนแรกของปี | –12.5% | ลดลงสะสมในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 |
| การส่งออก NEV | +147.8% | พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์หันไปพึ่งพาตลาดต่างประเทศ |
ประเด็นสำคัญคือ ตลาดรถยนต์โดยรวมทรุดตัว (–21%) หนักกว่ากลุ่ม EV มาก (–3.9%) เพราะยอดขายรถยนต์เบนซินร่วงลงอย่างหนัก (ประมาณ –44%) EV กลับมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น (65.1%) แม้ยอดขายรวมจะลดลงเล็กน้อย แต่เนื่องจากรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) มียอดขายลดลงถล่มทลาย การส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด (+147.8%) เป็น 'วาล์วระบาย' สำคัญของอุตสาหกรรม โดยผู้ผลิตรถยนต์อย่าง BYD และ Geely หันไปส่งออกเพื่อดูดซับกำลังการผลิตส่วนเกิน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวทั้งหมด ตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลโดยรวมของจีนในเดือนกรกฎาคมทรุดตัวลงถึง 20.9% ซึ่งเป็นการลดลงเดือนต่อเดือนเป็นเดือนที่ 10 ติดต่อกัน ยอดขายรถยนต์เบนซินเพียงอย่างเดียวร่วงลงถึง 44% เมื่อเทียบกับปีก่อน ผลลัพธ์ที่ได้คือ แม้ยอดขาย EV ในเชิงปริมาณจะลดลง แต่ส่วนแบ่งตลาดกลับพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 65.1% ซึ่งหมายความว่า EV ได้ส่วนแบ่งที่มากขึ้นของ 'เค้ก' ที่เล็กลงอย่างมาก
สมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน (CPCA) นักวิเคราะห์อุตสาหกรรม และรายงานหลายฉบับชี้ไปที่สาเหตุหลักสามประการ:
1. เงินอุดหนุนจากภาครัฐที่ลดน้อยลง รัฐบาลปักกิ่งลดเงินอุดหนุนรถยนต์ลงประมาณหนึ่งในสามในปี 2569 และมีแผนจะยกเลิกการลดหย่อนภาษีการซื้อรถ EV บางส่วนตั้งแต่เดือนมกราคม 2570 เป็นต้นไป การดำเนินการนี้ได้ดึงอุปสงค์หรือปัจจัยกระตุ้นการซื้อที่สำคัญออกไป ซึ่งเคยเป็นตัวขับเคลื่อนยอดขายมาหลายปี
2. กำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนแอ ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัวและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงส่งผลกระทบต่อการซื้อสินค้าราคาแพงในทุกหมวดหมู่ ยอดค้าปลีกรถยนต์นั่งในประเทศเดือนกรกฎาคมลดลงประมาณ 21% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงการชะลอตัวที่ทำให้ปี 2569 อาจกลายเป็นปีที่เลวร้ายที่สุดของตลาดรถยนต์จีนนับตั้งแต่ปี 2564
3. สงครามราคาที่ยืดเยื้อ ส่วนลดเฉลี่ยของรถ EV ในจีนยังคงอยู่ในระดับสูงเป็นเวลาหลายเดือน ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิของอุตสาหกรรมถูกบีบอย่างหนัก เมื่อถึงกลางปี 2569 มีแบรนด์รถ EV เพียงสามแบรนด์เท่านั้นที่ทำกำไรได้ ได้แก่ BYD, Xiaomi และ Leapmotor ตามข้อมูลของ AlixPartners ที่ถูกอ้างอิงโดยสื่อหลายสำนัก นักวิเคราะห์จาก Wood Mackenzie อธิบายว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงที่มีการเติบโตจำกัดในเชิงโครงสร้าง
นี่คือภาพรวมของตลาดรถยนต์จีนในเดือนกรกฎาคม 2569:
| ตัวชี้วัด | การเปลี่ยนแปลง (เทียบปีก่อน) | บริบทสำคัญ |
|---|---|---|
| ยอดขาย EV ในประเทศ | –3.9% | ลดลงเดือนที่ 7 ติดต่อกัน |
| ยอดขาย EV ในประเทศ (เทียบเดือนก่อน) | –5.8% | ลดลงจาก 1.04 ล้านคันในเดือนมิ.ย. เหลือ 951,000 คัน |
| ยอดขายรถยนต์รวมในประเทศ | –20.9% ถึง –21.1% | ลดลงเดือนที่ 10 ติดต่อกัน |
| ส่วนแบ่งตลาดของ EV | 65.1% | สูงสุดเป็นประวัติการณ์ — EV มีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นในตลาดที่หดตัว |
| ยอดขาย EV สะสม 7 เดือนแรกของปี | –12.5% | ลดลงสะสมในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 |
| การส่งออก NEV | +147.8% | พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์หันไปพึ่งพาตลาดต่างประเทศ |
ประเด็นสำคัญคือ ตลาดรถยนต์โดยรวมทรุดตัว (–21%) หนักกว่ากลุ่ม EV มาก (–3.9%) เพราะยอดขายรถยนต์เบนซินร่วงลงอย่างหนัก (ประมาณ –44%) EV กลับมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น (65.1%) แม้ยอดขายรวมจะลดลงเล็กน้อย แต่เนื่องจากรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) มียอดขายลดลงถล่มทลาย การส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด (+147.8%) เป็น 'วาล์วระบาย' สำคัญของอุตสาหกรรม โดยผู้ผลิตรถยนต์อย่าง BYD และ Geely หันไปส่งออกเพื่อดูดซับกำลังการผลิตส่วนเกิน