Binance ประสบกับภาวะเงินทุน Stablecoin ไหลออกสุทธิกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม 2026 โดยเกือบทั้งหมดเป็น USDT ส่งผลให้ทุนสำรองลดลง 13.7% จากจุดสูงสุด 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน 2025 เหลือประมาณ 4.4 ห... สาเหตุหลักมาจากการลดความเสี่ยงของนักลงทุน อุปสงค์ Bitcoin ที่อ่อนแอ และนโยบาย ‘ดอกเบี้ยสูงยาวนาน...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What caused Binance to record a $1.2 billion stablecoin outflow in May 2026, reversing two months of inflows, reducing its reserves to rough. Article summary: Binance recorded a **$1.2 billion net stablecoin outflow in May 2026**, ending a two-month streak of inflows and pushing its reserves to roughly **$44 billion** — down 13.7% from a November 2025 peak of $51 billion. Near. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# Analysis: Binance Posts $1.2 Billion of Stablecoin Outflows in May as Liquidity Declines. Binance monthly net stablecoin inflows and outflows. Binance, the global cryptocurrency" source context "Analysis: Binance Posts $1.2 Billion of Stablecoin Outflows in May as Liquidity Declines" Reference image 2: visual s
การกลับทิศทางอย่างรุนแรงของกระแสเงินทุนบนกระดานเทรดคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก กำลังส่งสัญญาณเตือนถึงสุขภาพของตลาดในวงกว้าง หลังจากสองเดือนของการไหลเข้าอย่างต่อเนื่องที่บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นที่กำลังฟื้นตัว Binance ได้บันทึกการไหลออกสุทธิของ Stablecoin มูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม 2026 จากข้อมูลของ CryptoQuant ที่นักวิเคราะห์ออนเชนนาม Darkfost อ้างถึง การไหลออกอย่างกะทันหันนี้ซึ่งนำโดย Tether (USDT) เกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ ได้หยุดการฟื้นตัวที่เปราะบาง และลดทุนสำรอง Stablecoin ของกระดานเทรดลงเหลือประมาณ 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นการลดลง 13.7% จากจุดสูงสุดที่ 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน 2025
ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้บ่งชี้ถึงการแห่ถอนเงินออกจากกระดานเทรด (Bank Run) แต่มันเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าตลาดกำลังสูญเสียเชื้อเพลิงในการเก็งกำไร นักวิเคราะห์ตีความการเคลื่อนไหวนี้ว่าไม่ใช่การโยกย้ายไปยังสินทรัพย์คริปโตอื่น ๆ แต่เป็นการตัดสินใจอย่างจงใจของนักลงทุนที่จะแปลงสินทรัพย์เป็น Stablecoin และย้ายเงินออกจากแพลตฟอร์มโดยสิ้นเชิง ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าพวกเขากำลังหลบไปอยู่นอกสนาม
การไหลออก 1.2 พันล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคมเป็นการพลิกกลับจากแนวโน้มการไหลเข้าเชิงบวกที่ดำเนินมาสองเดือนติดต่อกัน โดยในเดือนมีนาคมมีเงินไหลเข้า 2.5 พันล้านดอลลาร์ และอีก 870 ล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน การพลิกกลับอย่างสิ้นเชิงนี้ชี้ให้เห็นถึงจิตวิทยาตลาดที่เปราะบาง ซึ่งสัญญาณของเงินทุนพร้อมใช้จำนวนเล็ก ๆ ก็ถูกกลบด้วยคลื่นการลดความเสี่ยงอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลกระแสเงินทุนในเดือนดังกล่าวเผยให้เห็นความผันผวนภายในเดือนที่รุนแรงมาก โดยมีการไหลออก 1.3 พันล้านดอลลาร์ในวันเดียว (12 พฤษภาคม) ตามมาด้วยการไหลเข้า 1.5 พันล้านดอลลาร์ในวันที่ 14 พฤษภาคมอย่างรวดเร็ว ซึ่งนักวิเคราะห์อธิบายว่าเป็นกิจกรรมที่ผิดปกติ หยุด ๆ เริ่ม ๆ และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การสะสมหรือกระจายสินทรัพย์ที่แน่ชัด รูปแบบนี้ ซึ่งควบคุมโดย ERC-20 USDT บ่งชี้ว่าแม้เงินทุนจะไหลกลับมาในช่วงสั้น ๆ แต่มันก็ไม่ใช่สัญญาณของความมุ่งมั่นที่ยั่งยืนต่อตลาด
ยิ่งไปกว่านั้น ราคา Bitcoin ยังคงซบเซาอยู่ที่ราว 77,600 ดอลลาร์ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยมีแรงซื้อที่อ่อนแอ ขณะที่กองทุน Bitcoin Spot ETF ของสถาบันก็มีการไหลออกอย่างต่อเนื่อง การผสมผสานระหว่างอุปสงค์ที่อ่อนแอและการไถ่ถอน ETF นี้ ได้ลดแรงจูงใจสำหรับผู้เล่นรายใหญ่ที่จะเก็บเงินสำรอง Stablecoin ไว้บนกระดานเทรดให้พร้อมสำหรับการลงทุน
ยอดคงเหลือ Stablecoin ที่หดตัวของ Binance เป็นเพียงอาการที่มองเห็นได้ชัดที่สุดของภาวะการหดตัวของสภาพคล่องที่ก่อตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2025 Darkfost จาก CryptoQuant ได้ระบุถึงภาวะแห้งแล้งของเงินทุนที่มีอยู่ โดยชี้ว่าปริมาณสำรองที่ลดลงได้ลดความสามารถของกระดานเทรดในการดูดซับความผันผวนของตลาดหรือสนับสนุนการปรับตัวขึ้นอย่างยั่งยืน ตัวเลขที่ลดลง 7 พันล้านดอลลาร์จากจุดสูงสุดในเดือนพฤศจิกายน ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่เป็นการเร่งตัวของแนวโน้มที่เริ่มขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อน
สิ่งสำคัญอย่างยิ่งคือ การเทขายและลดความเสี่ยงในคริปโตนี้ กำลังเกิดขึ้นในขณะที่ตลาดหุ้นแบบดั้งเดิมยังคงค่อนข้างแข็งแกร่ง ความแตกต่างนี้บ่งบอกถึงการเปลี่ยนไปถือ "สินทรัพย์ปลอดภัย" (Risk-off) ที่เฉพาะเจาะจงกับสินทรัพย์ดิจิทัล เทรดเดอร์ไม่ได้ดึงเงินทุนออกจากการลงทุนเก็งกำไรทั้งหมด แต่พวกเขากำลังดึงออกจากคริปโตโดยเฉพาะ ดังนั้น ตลาดคริปโตจึงถูกอธิบายว่ากำลัง "ตามหลังหุ้น" และได้รับผลกระทบจากอุปสรรคเศรษฐกิจมหภาคอย่างไม่สมส่วนเมื่อเทียบกับดัชนี S&P 500 ที่สามารถดูดซับไว้ได้
แรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจมหภาคที่อยู่เบื้องหลังการไหลออกของสภาพคล่องนี้คือ นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เฟดคงอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานไว้ที่ 3.5% ถึง 3.75% ตลอดการประชุมช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม รายงานการประชุมที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมเผยให้เห็นถึงคณะกรรมการที่มีท่าทีแข็งกร้าว โดย "เสียงส่วนใหญ่อย่างท่วมท้น" ส่งสัญญาณพร้อมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก หากเงินเฟ้อยังคงอยู่เหนือเป้าหมาย 2%
ท่าทีแข็งกร้าวนี้เป็นการตอบสนองโดยตรงต่อค่าครองชีพที่สูงอย่างดื้อรั้น อัตราเงินเฟ้อรายปีของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นเป็น 3.3% ในเดือนมีนาคม 2026 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2024 โดยได้รับแรงหนุนจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ดำเนินอยู่ ตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงนี้ได้ทำลายความหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ และตอกย้ำแนวคิดเรื่อง "ดอกเบี้ยสูงและยาวนาน" ซึ่งเป็นพิษต่อสินทรัพย์เก็งกำไร
อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเป็นการเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทน เช่น สกุลเงินดิจิทัล เมื่อนักลงทุนสามารถรับผลตอบแทนที่แทบไม่มีความเสี่ยงได้ 3.5% หรือมากกว่าจากสินทรัพย์แบบดั้งเดิมที่คล้ายเงินสด แรงจูงใจที่จะเก็บเงินทุนไว้ใน Stablecoin ที่ผันผวนบนกระดานเทรดก็หายไป พลวัตนี้นำไปสู่การเทขายอย่างรุนแรงตลอดทั้งปี ตัวอย่างเช่น Bitcoin ร่วงลงประมาณ 5% ในวันเดียวหลังจากการตัดสินใจของ FOMC ในเดือนมีนาคมเพียงอย่างเดียว การประชุมเฟดแต่ละครั้งที่ยืนยันนโยบายไม่ลดดอกเบี้ย กำลังกลายเป็นตัวเร่งให้เกิดการย้ายเงินทุนออกจากคริปโตซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แม้จะอยู่ในภาวะถดถอย แต่ความสำคัญเชิงโครงสร้างของ Binance ต่อระบบเศรษฐกิจคริปโตยังคงโดดเด่น ข้อมูลจาก CryptoQuant ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ระบุว่ากระดานเทรดนี้ควบคุมปริมาณสำรอง Stablecoin ทั้งหมดบนกระดานเทรดแบบรวมศูนย์ประมาณ 65% โดยถือครอง USDT และ USDC รวมกันกว่า 4.75 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าคู่แข่งที่ใกล้ที่สุดอย่าง OKX ถึงสามเท่า การกระจุกตัวในระดับมหาศาลนี้หมายความว่าสุขภาพสภาพคล่องของตลาดคริปโตทั้งหมดนั้นพ้องความหมายกับงบดุลของกระดานเทรดเพียงแห่งเดียว
ในขณะที่ส่วนแบ่งตลาด 65% ตอกย้ำบทบาทของ Binance ในฐานะศูนย์กลางสภาพคล่องคริปโตโลก แต่การพังทลายของเงินทุน 7 พันล้านดอลลาร์จากจุดสูงสุดได้เน้นย้ำถึงความเปราะบางเชิงระบบ เมื่อสภาพคล่องบนแพลตฟอร์มที่โดดเด่นเหือดแห้ง ผลกระทบจะกระจายออกไปทั่ว นำไปสู่คำสั่งซื้อขาย (Order Book) ที่บางลง ความผันผวนที่สูงขึ้น และความสามารถที่ลดลงในการดูดซับคำสั่งขายขนาดใหญ่ในสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมด ตลาดไม่ได้แค่เห็นเงินทุนย้ายไปยังสถานที่ใหม่ แต่มันกำลังเฝ้าดูเงินทุนที่พร้อมลงทุนได้ทั้งระบบหดตัวลงอย่างแท้จริง
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Binance ประสบกับภาวะเงินทุน Stablecoin ไหลออกสุทธิกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม 2026 โดยเกือบทั้งหมดเป็น USDT ส่งผลให้ทุนสำรองลดลง 13.7% จากจุดสูงสุด 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน 2025 เหลือประมาณ 4.4 ห...
Binance ประสบกับภาวะเงินทุน Stablecoin ไหลออกสุทธิกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม 2026 โดยเกือบทั้งหมดเป็น USDT ส่งผลให้ทุนสำรองลดลง 13.7% จากจุดสูงสุด 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน 2025 เหลือประมาณ 4.4 ห... สาเหตุหลักมาจากการลดความเสี่ยงของนักลงทุน อุปสงค์ Bitcoin ที่อ่อนแอ และนโยบาย ‘ดอกเบี้ยสูงยาวนาน’ ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งทำให้การถือเงินสดในตลาดแบบดั้งเดิมดูน่าดึงดูดใจมากกว่าการเก็บ Stablecoin ไว้บนกระดานเทรดพ...
แม้จะมีเงินทุนไหลออกมหาศาล Binance ยังคงถือครอง Stablecoin สำรองประมาณ 65% ของปริมาณทั้งหมดบนกระดานเทรดแบบรวมศูนย์ นั่นหมายความว่าการที่สภาพคล่องบนแพลตฟอร์มที่ใหญ่ที่สุดกำลังเหือดแห้ง คือวิกฤตเชิงระบบที่ส่งผลกระทบต่อส...