ก่อนหน้านี้บริษัทก็เผชิญแนวโน้มคล้ายกัน โดยรายงานหนึ่งระบุว่ากำไรเคยลดลงถึง 91% เมื่อเทียบรายปี จากการเพิ่มงบลงทุนใน AI และธุรกิจสุขภาพ รวมถึงมูลค่าการลงทุนบางรายการที่ลดลง
การลดลงของกำไรครั้งล่าสุดไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมา
ตัวอย่างเช่น
ภาพรวมสะท้อนกลยุทธ์ที่ชัดเจน: นำเงินจากธุรกิจฟินเทคที่เติบโตเต็มที่แล้ว ไปลงทุนสร้างธุรกิจใหม่ในอนาคต
การปรับกลยุทธ์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังรัฐบาลจีนเริ่มควบคุมอุตสาหกรรมฟินเทคอย่างเข้มงวดในปี 2020 ซึ่งส่งผลให้การเสนอขายหุ้น IPO ขนาดมหึมาของ Ant ถูกระงับ และบริษัทต้องปรับโครงสร้างธุรกิจการเงิน
ตั้งแต่นั้นมา Ant พยายามสร้างตัวตนใหม่ให้เป็นบริษัทเทคโนโลยีมากกว่าผู้ให้บริการการเงิน
เสาหลักของกลยุทธ์ใหม่ ได้แก่
1. แพลตฟอร์ม AI
บริษัทกำลังพัฒนาโมเดล AI และ LLM เพื่อนำไปใช้ในบริการการเงิน การชำระเงิน และซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร
2. เฮลท์เทคที่ขับเคลื่อนด้วย AI
Ant กำลังขยายสู่ตลาดบริการสุขภาพดิจิทัล เช่น ระบบแพทย์ AI และแพลตฟอร์มดูแลสุขภาพออนไลน์ ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังเติบโตในจีน
3. โครงสร้างพื้นฐานฟินเทคระดับโลก
บริษัทกำลังเร่งขยายบริการชำระเงินข้ามประเทศ ระบบกระเป๋าเงินดิจิทัล และเครื่องมือสำหรับร้านค้าทั่วโลก
เป้าหมายคือการลดการพึ่งพาธุรกิจการเงินภายในประเทศที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด และสร้างแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่เติบโตได้ในระดับโลก
หนึ่งในสัญญาณบวกของกลยุทธ์ใหม่นี้คือ Ant International หน่วยธุรกิจต่างประเทศที่มีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์
รายงานระบุว่าธุรกิจนี้สร้างรายได้ประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากบริการชำระเงินข้ามประเทศและโซลูชันฟินเทคสำหรับร้านค้า
การเติบโตดังกล่าวทำให้นักวิเคราะห์มองว่าธุรกิจต่างประเทศอาจกลายเป็นเสาหลักที่สองของบริษัท นอกเหนือจากระบบ Alipay ในจีน
หากขยายตัวได้ต่อเนื่อง ธุรกิจนี้อาจช่วยชดเชยการเติบโตที่ชะลอตัวของตลาดฟินเทคภายในจีน
กลยุทธ์ของ Ant ยังสะท้อนทิศทางเดียวกับบริษัทแม่อย่าง Alibaba
Alibaba เองกำลังลงทุนอย่างหนักในคลาวด์และ AI ซึ่งทำให้รายได้บางส่วนเติบโตเร็ว เช่น ธุรกิจ Cloud ที่มีรายได้จากลูกค้าภายนอกเพิ่มขึ้น 35% และผลิตภัณฑ์ AI เติบโตแบบเลขสามหลักต่อเนื่องหลายไตรมาส
แต่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ก็ทำให้กำไรของกลุ่มถูกกดดันเช่นกัน
กล่าวได้ว่าทั้ง Alibaba และ Ant กำลังเลือก “การเติบโตระยะยาว” มากกว่า “กำไรระยะสั้น”
สำหรับนักลงทุน กลยุทธ์นี้เป็นดาบสองคม
ด้านหนึ่ง ตลาดอย่าง AI เฮลท์เทค และการชำระเงินระดับโลกมีศักยภาพมหาศาล
อีกด้านหนึ่ง ธุรกิจเหล่านี้ต้องใช้เงินลงทุนสูง และการแข่งขันรุนแรง ขณะที่โมเดลรายได้ของ AI และแพลตฟอร์มสุขภาพยังต้องใช้เวลาในการพิสูจน์
ที่สำคัญ กำไรของ Ant ลดลงต่อเนื่องหลายไตรมาสแล้ว
การที่กำไรของ Ant Group ลดลงถึง 79% ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจหลักกำลังล้มเหลว แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์ครั้งใหญ่
บริษัทกำลังแลกกำไรระยะสั้นกับการเดิมพันระยะยาวใน AI เทคโนโลยีสุขภาพ และโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินระดับโลก
ความสำเร็จของกลยุทธ์นี้จะขึ้นอยู่กับสองปัจจัยสำคัญ: การทำเงินจากแพลตฟอร์ม AI และการเติบโตต่อเนื่องของ Ant International
ตอนนี้สิ่งที่เห็นชัดคือ “การลงทุนมหาศาล” ส่วนผลตอบแทนยังต้องใช้เวลาในการพิสูจน์