ฝั่ง Ethereum ETF ก็ไม่ต่างกัน โดยเผชิญกับแรงเทขายติดต่อกัน 11 วันจนถึงวันที่ 26 พฤษภาคม นับเป็นช่วงเวลาที่มีแรงขายต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่มีการเปิดตัว Spot Ethereum ETF ในเดือนกรกฎาคม 2024
นี่คือหนึ่งในภาพของความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดของวัฏจักรตลาดคริปโทครั้งนี้ ด้านหนึ่งคือกระแสเก็งกำไรที่ร้อนแรงในโครงสร้างพื้นฐาน AI แบบกระจายศูนย์ และอีกด้านหนึ่งคือการถอยทัพอย่างระมัดระวังของนักลงทุนสถาบันออกจากสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก
แรงส่งสำคัญมาจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในเดือนเมษายน 2026 และสร้างจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทในกลุ่ม AI และการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คงอัตราดอกเบี้ยไว้ ความร้อนแรงนี้ทะลักเข้าสู่โลกสินทรัพย์ดิจิทัล เกิดเป็น “วงจรป้อนกลับอันทรงพลัง” (powerful feedback loop) ระหว่างหุ้น AI และโทเคนคริปโท AI
ทำให้นักลงทุนมองว่าเหรียญเหล่านี้คือช่องทางในการเข้าถึงธีมการลงทุน AI ได้อย่างรวดเร็วและมีสภาพคล่องสูง
ในเดือนมีนาคม 2026 ซีอีโอของ NVIDIA อย่าง Jensen Huang ได้กล่าวปาฐกถาในงาน GTC 2026 ซึ่งเปรียบเสมือนการจุดไฟให้กับตลาด AI Token อย่างเต็มรูปแบบ เขาประกาศคาดการณ์ความต้องการชิปมูลค่ามหาศาลถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จนถึงปี 2027 และยังกล่าวอย่างมั่นใจว่า “เราได้มาถึงระดับของความฉลาดทั่วไปเทียม (Artificial General Intelligence) แล้ว” ข้อความเหล่านี้สร้างกระแสฮือฮาและกลายเป็นเชื้อไฟชั้นดีให้โทเคน AI วิ่งขึ้นเป็นสัปดาห์ๆ
เชื้อไฟกองใหญ่ที่ทำให้นักลงทุนทั่วโลกจับตามองคือท่อส่งการเสนอขายหุ้น IPO ของสามบริษัทยักษ์ใหญ่ด้าน AI และเทคโนโลยีอวกาศที่มีมูลค่ารวมกันสูงที่สุดในประวัติศาสตร์
เมื่อรวมมูลค่าของทั้งสามบริษัทนี้เข้าด้วยกันจะอยู่ที่ประมาณ 3 - 3.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะระดมทุนได้เกือบ 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเทียบเท่ากับกว่า 60% ของมูลค่าตลาด Stablecoin ทั้งหมด การ IPO เหล่านี้สร้าง “Halo Effect” หรือรัศมีแห่งความน่าสนใจให้กับโทเคน AI ในโลกคริปโท เพราะนักลงทุนมองว่ามันคือตัวแทนการลงทุนในธีม AI ที่มีสภาพคล่อง ก่อนที่หุ้นของบริษัทเหล่านี้จะเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์
อย่างไรก็ตาม มีคำเตือนจากนักวิเคราะห์ว่า เม็ดเงินมหาศาลที่จะถูกระดมจากการ IPO ทั้งสามนี้อาจ “ดึงเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์ออกจากสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก — รวมถึงตลาดคริปโท — ซึ่งอาจทำให้สภาพคล่องในตลาดคริปโทโดยรวมตึงตัวขึ้น เมื่อเงินทุนสถาบันหมุนกลับเข้าสู่การเสนอขายหุ้นใหม่”
ความกว้างของการปรับตัวขึ้นในกลุ่ม AI Token นี้ถือว่าไม่ปกติ มีเหรียญจำนวนมากที่วิ่งขึ้นแรงจนน่าจับตามอง
นอกจากนี้ ยังมีเหรียญอื่นๆ ที่ทำผลงานโดดเด่น เช่น Telcoin (TEL) ที่พุ่ง 76.21% ในหนึ่งสัปดาห์จากกระแสการเติบโตของ DeFi และบริการโอนเงินข้ามพรมแดน และ Irys ที่บวก 40.12% จากความสนใจในระบบจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ที่เพิ่มขึ้น
ในขณะที่นักลงทุนรายย่อยและกระแสเงินเก็งกำไรกำลังไล่ล่าผลตอบแทนในตลาด AI Token อยู่นั้น นักลงทุนสถาบันกลับค่อยๆ ลดพอร์ตการลงทุนใน Bitcoin และ Ethereum ETF อย่างเงียบๆ ผ่านกองทุน ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่องและหนักหน่วงเป็นประวัติการณ์
แนวโน้มการไหลออกนี้สะท้อนให้เห็นถึง “ทิศทางที่กว้างขึ้นของการจัดพอร์ตการลงทุนอย่างระมัดระวัง” ของนักลงทุนสถาบัน ภาพที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นการแยกทางกันอย่างชัดเจน ระหว่างความโลภของเม็ดเงินเก็งกำไรในตลาด AI และความกลัวของเงินทุนสถาบันที่ทยอยลดความเสี่ยงออกจากสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดและมีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในไตรมาสที่สองของปี 2026 ตั้งคำถามสำคัญเกี่ยวกับความยั่งยืนของตลาดคริปโท นั่นคือ AI Token Rally ที่ขับเคลื่อนด้วยกระแสและความคาดหวัง จะสามารถต้านทานแรงดูดซับสภาพคล่องมหาศาลจากการ IPO ของยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีได้หรือไม่ ในขณะที่นักลงทุนสถาบัน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีน้ำหนักในการขับเคลื่อนตลาดมากที่สุด กำลังส่งสัญญาณเชิงลบต่อภาพรวมของสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยการถอนทุนออกจาก ETF ครั้งแล้วครั้งเล่า
สิ่งเดียวที่แน่นอนในตอนนี้คือ ตลาดกำลังเผชิญหน้ากับการแยกทางครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง และผลลัพธ์ของมันจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของเงินทุนในระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลไปอีกนาน
Comments
0 comments