Meta ระบุว่า Muse Spark พร้อมใช้งานผ่าน meta.ai และแอป Meta AI แล้ว รวมถึงเปิด private API preview ให้ผู้ใช้บางกลุ่ม บริษัทอ้างว่าโมเดลมีผลงานแข่งขันได้ในงานอย่างการรับรู้แบบมัลติโหมด การให้เหตุผล งานด้านสุขภาพ และงานเชิงเอเจนต์ แต่ Fortune ตั้งข้อสังเกตว่า benchmark ที่ Meta เผยแพร่ยังไม่ได้ชี้ว่าชนะคู่แข่งชั้นนำแบบครอบคลุมทุกด้าน และยังต้องรอการตรวจสอบอิสระ
Meta ระบุว่า Muse Spark จะทำให้ Meta AI ตอบด้วยเสียงได้เร็วขึ้นและเข้าใจบริบทมากขึ้น ในแอป Meta AI บริษัทบอกว่าผู้ใช้สามารถคุยแบบเป็นธรรมชาติ ขัดจังหวะผู้ช่วย เปลี่ยนหัวข้อ หรือสลับภาษาได้ ระหว่างการสนทนา Meta AI ยังสร้างภาพและดึงคำแนะนำจาก Reels แผนที่ และพื้นผิวอื่น ๆ ของ Meta ได้
การอัปเกรดไม่ได้หยุดที่แอปผู้ช่วย RTE รายงานว่า Meta AI กำลังเพิ่มโหมดช็อปปิง โดยเริ่มในสหรัฐฯ พร้อมความสามารถในการดึงคำตอบจากคำแนะนำและคอนเทนต์ที่ผู้คนแชร์บน Instagram, Facebook และ Threads
Muse Spark ขับเคลื่อนแอปและเว็บไซต์ Meta AI อยู่แล้ว และรายงานที่อ้างประกาศของ Meta ระบุว่าจะทยอยไปยัง WhatsApp, Instagram, Facebook, Messenger และแว่น AI ของ Meta ในประกาศของ Meta เอง บริษัทก็วางแว่นอัจฉริยะเป็นหนึ่งในกรณีใช้งานสำคัญ ควบคู่กับเสียงที่เร็วขึ้นในแอปและการช่วยเหลือรูปแบบใหม่ในบทสนทนา
อย่างไรก็ตาม ควรแยกสองเรื่องออกจากกัน: @meta.ai บน Threads คือการนำ Meta AI ไปฝังในผลิตภัณฑ์ แต่รายงานเกี่ยวกับ Threads ที่มีอยู่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทุกส่วนของโมเดลที่อยู่เบื้องหลังบัญชี @meta.ai หรือเปรียบเทียบประสิทธิภาพของมันโดยตรง สิ่งที่ยืนยันได้ชัดคือ Meta กำลังอัปเกรด Meta AI ด้วย Muse Spark พร้อมขยาย Meta AI ไปสู่พื้นที่ใช้งานมากขึ้น
Threads กำลังทดสอบบัญชีทางการ @meta.ai โดยผู้ใช้ที่มีบัญชีสาธารณะสามารถเมนชันบัญชีนี้ในโพสต์หรือรีพลาย แล้วให้บอตตอบกลับด้วยบริบท คำแนะนำ หรือคำตอบเชิงสนทนาในเธรดนั้น
Meta บอกกับ TechCrunch ว่าฟีเจอร์นี้ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ได้บริบทแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับกระแสที่กำลังพูดถึง ข่าวด่วน และคำแนะนำต่าง ๆ โดยไม่ต้องออกจากบทสนทนา
การทดสอบระยะแรกบน Threads เริ่มใน 5 ตลาด ได้แก่ มาเลเซีย ซาอุดีอาระเบีย เม็กซิโก อาร์เจนตินา และสิงคโปร์ Engadget รายงานว่าผู้ใช้ Threads ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถโต้ตอบกับบอตได้ แต่บัญชีสาธารณะ @meta.ai สามารถมองเห็นได้ในวงกว้างกว่า
การเปรียบเทียบกับ Grok อยู่ที่วิธีใช้งานในโซเชียลเป็นหลัก บน X ผู้ใช้สามารถเรียก Grok เข้ามาในบทสนทนาสาธารณะได้ ส่วน Threads กำลังทดสอบรูปแบบคล้ายกัน คือเมนชัน @meta.ai เพื่อให้ Meta AI เข้ามาตอบในโพสต์หรือรีพลายสาธารณะ
ความต่างสำคัญคือ @meta.ai เป็นส่วนหนึ่งของ Meta AI และกำลังทดสอบใน Threads ไม่ใช่บน X เบตารอบแรกยังจำกัดอยู่ที่ 5 ตลาดและผู้ใช้บัญชีสาธารณะ
ที่สำคัญ แหล่งข่าวชุดนี้อธิบายว่าเป็นฟีเจอร์คล้าย Grok ในเชิงรูปแบบการเรียกใช้งาน แต่ไม่ได้ให้ผลทดสอบอิสระว่า @meta.ai กับ Grok ใครแม่นกว่า ปลอดภัยกว่า หรือมีคุณภาพโมเดลดีกว่า
เสียงวิจารณ์หลักไม่ได้อยู่ที่การมีบอต AI เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การควบคุมของผู้ใช้ Gigazine รายงานว่า ณ เวลาที่เขียนบทความ ตัวเลือกบล็อกตามปกติไม่ปรากฏสำหรับบัญชี @meta.ai ขณะที่ Engadget รายงานว่าผู้ใช้ไม่สามารถ opt out หรือบล็อกบัญชีแชตบอตนี้ได้ แม้เบตาจะยังไม่เปิดให้คนส่วนใหญ่ใช้งาน
ประเด็นนี้สำคัญเพราะ @meta.ai ถูกออกแบบมาให้เข้ามาในบทสนทนาสาธารณะเมื่อถูกเมนชัน หากบัญชี AI ถูกเรียกเข้ามาในรีพลายสาธารณะได้ แต่ผู้ใช้ไม่สามารถบล็อกหรือหลีกเลี่ยงได้ ฟีเจอร์ก็ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือที่เราเลือกใช้เองอีกต่อไป แต่อาจกลายเป็นสิ่งที่คนอื่นพาเข้ามาในพื้นที่สนทนาร่วมของเรา
เรื่องความเป็นส่วนตัวควรพูดให้ตรงกรอบ รายงานเกี่ยวกับเบตา Threads ชุดนี้ชี้ปัญหาเรื่องการมองเห็น การบล็อก และการ opt out ไม่ใช่การเปิดเผยใหม่ว่า @meta.ai อ่านข้อความส่วนตัวบน Threads แยกจากนั้น บทอธิบายของ AI Weekly เกี่ยวกับการใช้ข้อมูลของ Meta AI ระบุว่าคำกล่าวอ้างว่า Meta AI อ่านข้อความส่วนตัว เสียงบันทึก และรูปภาพนั้นไม่ถูกต้อง และการนำข้อมูลไปใช้เพื่อ personalization เกี่ยวข้องกับการสนทนากับแชตบอต AI ไม่ใช่ข้อความส่วนตัวที่เข้ารหัส
Muse Spark คือความพยายามของ Meta ที่จะทำให้ Meta AI เร็วขึ้น เข้าใจหลายรูปแบบมากขึ้น และใช้งานได้ในหลายพื้นที่ ตั้งแต่แอปผู้ช่วย แว่น AI การช็อปปิง ไปจนถึงระบบคำแนะนำในแอปต่าง ๆ
Comments
0 comments