| รุ่น | การกำหนดค่าที่มีรายงาน | ราคาสหรัฐฯ ที่หลุด |
|---|
| Galaxy Tab S12+ Wi‑Fi | RAM 12GB, ความจุ 256GB | 1,199.99 ดอลลาร์ |
| Galaxy Tab S12+ 5G | RAM 12GB, ความจุ 256GB | 1,349.99 ดอลลาร์ |
| Galaxy Tab S12+ Wi‑Fi | RAM 12GB, ความจุ 512GB | 1,399.99 ดอลลาร์ |
| Galaxy Tab S12 Ultra | RAM 12GB, ความจุ 256GB | 1,399.99 ดอลลาร์ |
| Galaxy Tab S12 Ultra | RAM 12GB, ความจุ 512GB | 1,599.99 ดอลลาร์ |
| Galaxy Tab S12 Ultra | RAM 16GB, ความจุ 1TB | 1,999.99 ดอลลาร์ |
ราคาของ S12+ รุ่น 256GB ยังมีข้อมูลไม่ตรงกัน โดยอีกรายงานระบุว่าอาจเริ่มที่ 1,119.99 ดอลลาร์แทน 1,199.99 ดอลลาร์ ขณะที่ราคา Galaxy Tab S12 Ultra มีตัวเลขสอดคล้องกันมากกว่าในรายงานที่มีอยู่ แต่ก็ยังไม่ใช่ราคาที่ Samsung ยืนยัน
ส่วนต่างที่เห็นชัดที่สุดอยู่ที่ Galaxy Tab S12 Ultra รุ่นท็อป ราคา 1,999.99 ดอลลาร์สำหรับรุ่น RAM 16GB/ความจุ 1TB จะสูงกว่าราคาเปิดตัวที่มีรายงานของ Tab S11 Ultra ซึ่งอยู่ที่ 1,619.99 ดอลลาร์ถึง 380 ดอลลาร์ ส่วนรุ่น Ultra ความจุ 256GB และ 512GB ต่างมีรายงานว่าราคาเพิ่มขึ้นราว 200 ดอลลาร์เมื่อเทียบกับราคาเปิดตัวของรุ่นที่ใกล้เคียงกันในเจเนอเรชันก่อน
การเปรียบเทียบราคา S12+ ทำได้ไม่ตรงไปตรงมานัก เพราะรายงานที่มีอยู่ใช้ฐานราคาเดิมต่างกัน รายงานหนึ่งมองว่ารุ่น S12+ 256GB แพงขึ้น 200 ดอลลาร์เมื่อเทียบกับราคาเปิดตัวของ Tab S10+ ขณะที่อีกรายงานระบุราคาเริ่มต้นของ Tab S10+ ไว้ที่ 1,099 ดอลลาร์ ดังนั้นควรรอ Samsung เผยตารางราคาอย่างเป็นทางการก่อนสรุปตัวเลขเพิ่มขึ้นแบบปีต่อปี
นอกจากนี้ยังต้องแยกให้ออกระหว่าง “ราคาเปิดตัวเดิม” กับ “ราคาปัจจุบัน” เพราะ Samsung ปรับขึ้นราคาสินค้าในตระกูล Tab S11 ในสหรัฐฯ ระหว่างปี 2026 โดย Galaxy Tab S11 Ultra รุ่น 1TB มีรายงานว่าขยับจาก 1,619 ดอลลาร์เป็นประมาณ 1,899 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 280 ดอลลาร์
ด้วยเหตุนี้ ราคา S12 Ultra ที่หลุดมาที่ 1,999.99 ดอลลาร์จึงสูงกว่าราคาปรับใหม่ของ S11 Ultra อยู่ประมาณ 100 ดอลลาร์ แต่ยังสูงกว่าราคาเปิดตัวเดิมถึง 380 ดอลลาร์ ภาพที่ได้จึงแตกต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับว่าจะนำไปเทียบกับราคาเดิมหรือราคาที่ Samsung ปรับแล้วในปัจจุบัน
รายงานในขณะนี้ให้น้ำหนักกับการประกาศเปิดตัวในเดือนกันยายน 2026 และอาจเปิดตัวใกล้กับงาน IFA Berlin โดยตลาดสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรอาจเริ่มวางจำหน่ายภายในไม่กี่สัปดาห์หลังการเปิดตัว แต่ทั้งหมดนี้ยังเป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่กำหนดการที่ Samsung ประกาศอย่างเป็นทางการ
การเปลี่ยนแปลงที่คาดไว้มีลักษณะเป็นการอัปเกรดแบบค่อยเป็นค่อยไป ได้แก่
เมื่อมองภาพรวม นี่จึงดูเหมือนการเปลี่ยนชิปพร้อมแบตเตอรี่ของรุ่น Plus ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย มากกว่าจะเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่ในด้านขนาดหน้าจอ อายุการใช้งานแบตเตอรี่ หรือดีไซน์ตัวเครื่อง
คำอธิบายที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือแรงกดดันจากต้นทุนชิ้นส่วน โดยเฉพาะภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำทั่วโลก ซึ่งกระทบทั้ง RAM และหน่วยความจำ NAND สำหรับพื้นที่จัดเก็บ ยิ่งเป็นรุ่นความจุ 512GB และ 1TB ต้นทุนส่วนนี้ก็ยิ่งมีความสำคัญ
แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับการปรับขึ้นราคาสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต Galaxy หลายรุ่นในสหรัฐฯ ระหว่างปี 2026 โดย Galaxy Tab S11 Ultra รุ่น 1TB มีรายงานว่าเป็นแท็บเล็ตที่ขึ้นราคามากที่สุด คือเพิ่ม 280 ดอลลาร์จนอยู่ที่ประมาณ 1,899 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม Samsung ยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าต้นทุนหน่วยความจำคือสาเหตุของราคา Galaxy Tab S12 ดังนั้นจึงควรเรียกว่าเป็นคำอธิบายที่มีรายงานสนับสนุน มากกว่าจะสรุปว่าเป็นเหตุผลที่บริษัทประกาศยืนยันแล้ว
ราคาที่หลุดออกมาทำให้ Samsung เข้ามาอยู่ในสนามเดียวกับ iPad Pro ระดับพรีเมียมของ Apple โดย iPad Pro M5 ขนาด 13 นิ้ว รุ่น Wi‑Fi ความจุ 256GB มีราคาอ้างอิงที่ 1,499 ดอลลาร์ในรายงานที่มีอยู่ แม้บางช่วงจะมีโปรโมชันลดราคาเหลือใกล้ 1,200 ดอลลาร์
หากใช้ราคาหลุดของ Samsung เป็นเกณฑ์
การเทียบราคาไม่ควรดูเฉพาะตัวเลขบนป้าย เพราะยังต้องคำนึงถึงค่าอุปกรณ์เสริมอย่างคีย์บอร์ดหรือปากกา รวมถึงแอปและรูปแบบการทำงานที่ผู้ซื้อใช้อยู่เป็นประจำด้วย
ยังไม่มีเหตุผลที่หนักแน่นพอให้เปลี่ยนเครื่องเพียงเพราะ S12 Ultra การอัปเกรดหลักที่คาดไว้คือชิปใหม่ ขณะที่หน้าจอและแบตเตอรี่ของ Ultra อาจใกล้เคียงเดิม การเปลี่ยนเครื่องจะสมเหตุสมผลขึ้นก็ต่อเมื่อการทดสอบจริงพบว่าชิปใหม่ช่วยงานที่ใช้อยู่ได้อย่างชัดเจน หรือมีข้อเสนอเทรดอินที่ลดค่าใช้จ่ายลงมากเป็นพิเศษ
Tab S11 Ultra ที่ลดราคาแล้วมีแนวโน้มจะคุ้มกว่า เพราะยังมอบประสบการณ์ Android บนหน้าจอขนาดใหญ่ได้ใกล้เคียงกัน โดยไม่ต้องจ่ายส่วนต่างของ S12 เต็มจำนวน สิ่งสำคัญคือควรเทียบราคาขายจริง การรับประกัน ความจุ และมูลค่าเทรดอินกับราคาเปิดตัวสุดท้ายของ S12
การรอเป็นทางเลือกที่เสี่ยงน้อยที่สุด การประกาศอย่างเป็นทางการของ Samsung จะช่วยยืนยัน MSRP ในสหรัฐฯ วันวางจำหน่าย อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง โปรโมชันเปิดตัว ข้อเสนอเทรดอิน และประสิทธิภาพการใช้งานจริง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจเปลี่ยนความคุ้มค่าของเครื่องได้มาก
ให้ตัดสินใจจากรูปแบบการใช้งานมากกว่าราคาเปิดตัว ผู้ที่ใช้แอปสร้างสรรค์และอุปกรณ์ในระบบ Apple อยู่แล้วอาจเหมาะกับ iPad Pro มากกว่า ส่วน Galaxy Tab S12 Ultra น่าสนใจกว่าสำหรับคนที่ต้องการหน้าจอใหญ่ ความเข้ากันได้กับ Android และการทำงานหลายหน้าต่างในรูปแบบเดสก์ท็อปผ่าน DeX
ข้อมูลหลุดในขณะนี้ชี้ว่า Galaxy Tab S12 อาจเปิดตัวในเดือนกันยายน 2026 โดยราคาสหรัฐฯ ที่มีการรายงานอยู่ที่ 1,199.99 ดอลลาร์สำหรับ S12+, 1,399.99 ดอลลาร์สำหรับ S12 Ultra รุ่นเริ่มต้น และสูงถึง 1,999.99 ดอลลาร์สำหรับรุ่น 16GB/1TB การอัปเกรดสำคัญน่าจะอยู่ที่ชิป MediaTek รุ่นใหม่ ขณะที่หน้าจอและแบตเตอรี่ของ Ultra อาจแทบไม่เปลี่ยนแปลง
จนกว่า Samsung จะออกมายืนยันอย่างเป็นทางการ อย่าเพิ่งถือว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นราคาสุดท้าย หากราคาเป็นไปตามข่าวลือและฮาร์ดแวร์เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย Galaxy Tab S11 Ultra ที่ลดราคาแล้วน่าจะเป็นตัวเลือก Android ที่สมเหตุสมผลกว่าสำหรับผู้ซื้อส่วนใหญ่
| รุ่น | การกำหนดค่าที่มีรายงาน | ราคาสหรัฐฯ ที่หลุด |
|---|
| Galaxy Tab S12+ Wi‑Fi | RAM 12GB, ความจุ 256GB | 1,199.99 ดอลลาร์ |
| Galaxy Tab S12+ 5G | RAM 12GB, ความจุ 256GB | 1,349.99 ดอลลาร์ |
| Galaxy Tab S12+ Wi‑Fi | RAM 12GB, ความจุ 512GB | 1,399.99 ดอลลาร์ |
| Galaxy Tab S12 Ultra | RAM 12GB, ความจุ 256GB | 1,399.99 ดอลลาร์ |
| Galaxy Tab S12 Ultra | RAM 12GB, ความจุ 512GB | 1,599.99 ดอลลาร์ |
| Galaxy Tab S12 Ultra | RAM 16GB, ความจุ 1TB | 1,999.99 ดอลลาร์ |
ราคาของ S12+ รุ่น 256GB ยังมีข้อมูลไม่ตรงกัน โดยอีกรายงานระบุว่าอาจเริ่มที่ 1,119.99 ดอลลาร์แทน 1,199.99 ดอลลาร์ ขณะที่ราคา Galaxy Tab S12 Ultra มีตัวเลขสอดคล้องกันมากกว่าในรายงานที่มีอยู่ แต่ก็ยังไม่ใช่ราคาที่ Samsung ยืนยัน
ส่วนต่างที่เห็นชัดที่สุดอยู่ที่ Galaxy Tab S12 Ultra รุ่นท็อป ราคา 1,999.99 ดอลลาร์สำหรับรุ่น RAM 16GB/ความจุ 1TB จะสูงกว่าราคาเปิดตัวที่มีรายงานของ Tab S11 Ultra ซึ่งอยู่ที่ 1,619.99 ดอลลาร์ถึง 380 ดอลลาร์ ส่วนรุ่น Ultra ความจุ 256GB และ 512GB ต่างมีรายงานว่าราคาเพิ่มขึ้นราว 200 ดอลลาร์เมื่อเทียบกับราคาเปิดตัวของรุ่นที่ใกล้เคียงกันในเจเนอเรชันก่อน
การเปรียบเทียบราคา S12+ ทำได้ไม่ตรงไปตรงมานัก เพราะรายงานที่มีอยู่ใช้ฐานราคาเดิมต่างกัน รายงานหนึ่งมองว่ารุ่น S12+ 256GB แพงขึ้น 200 ดอลลาร์เมื่อเทียบกับราคาเปิดตัวของ Tab S10+ ขณะที่อีกรายงานระบุราคาเริ่มต้นของ Tab S10+ ไว้ที่ 1,099 ดอลลาร์ ดังนั้นควรรอ Samsung เผยตารางราคาอย่างเป็นทางการก่อนสรุปตัวเลขเพิ่มขึ้นแบบปีต่อปี
นอกจากนี้ยังต้องแยกให้ออกระหว่าง “ราคาเปิดตัวเดิม” กับ “ราคาปัจจุบัน” เพราะ Samsung ปรับขึ้นราคาสินค้าในตระกูล Tab S11 ในสหรัฐฯ ระหว่างปี 2026 โดย Galaxy Tab S11 Ultra รุ่น 1TB มีรายงานว่าขยับจาก 1,619 ดอลลาร์เป็นประมาณ 1,899 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 280 ดอลลาร์
ด้วยเหตุนี้ ราคา S12 Ultra ที่หลุดมาที่ 1,999.99 ดอลลาร์จึงสูงกว่าราคาปรับใหม่ของ S11 Ultra อยู่ประมาณ 100 ดอลลาร์ แต่ยังสูงกว่าราคาเปิดตัวเดิมถึง 380 ดอลลาร์ ภาพที่ได้จึงแตกต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับว่าจะนำไปเทียบกับราคาเดิมหรือราคาที่ Samsung ปรับแล้วในปัจจุบัน
รายงานในขณะนี้ให้น้ำหนักกับการประกาศเปิดตัวในเดือนกันยายน 2026 และอาจเปิดตัวใกล้กับงาน IFA Berlin โดยตลาดสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรอาจเริ่มวางจำหน่ายภายในไม่กี่สัปดาห์หลังการเปิดตัว แต่ทั้งหมดนี้ยังเป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่กำหนดการที่ Samsung ประกาศอย่างเป็นทางการ
การเปลี่ยนแปลงที่คาดไว้มีลักษณะเป็นการอัปเกรดแบบค่อยเป็นค่อยไป ได้แก่
เมื่อมองภาพรวม นี่จึงดูเหมือนการเปลี่ยนชิปพร้อมแบตเตอรี่ของรุ่น Plus ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย มากกว่าจะเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่ในด้านขนาดหน้าจอ อายุการใช้งานแบตเตอรี่ หรือดีไซน์ตัวเครื่อง
คำอธิบายที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือแรงกดดันจากต้นทุนชิ้นส่วน โดยเฉพาะภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำทั่วโลก ซึ่งกระทบทั้ง RAM และหน่วยความจำ NAND สำหรับพื้นที่จัดเก็บ ยิ่งเป็นรุ่นความจุ 512GB และ 1TB ต้นทุนส่วนนี้ก็ยิ่งมีความสำคัญ
แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับการปรับขึ้นราคาสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต Galaxy หลายรุ่นในสหรัฐฯ ระหว่างปี 2026 โดย Galaxy Tab S11 Ultra รุ่น 1TB มีรายงานว่าเป็นแท็บเล็ตที่ขึ้นราคามากที่สุด คือเพิ่ม 280 ดอลลาร์จนอยู่ที่ประมาณ 1,899 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม Samsung ยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าต้นทุนหน่วยความจำคือสาเหตุของราคา Galaxy Tab S12 ดังนั้นจึงควรเรียกว่าเป็นคำอธิบายที่มีรายงานสนับสนุน มากกว่าจะสรุปว่าเป็นเหตุผลที่บริษัทประกาศยืนยันแล้ว
ราคาที่หลุดออกมาทำให้ Samsung เข้ามาอยู่ในสนามเดียวกับ iPad Pro ระดับพรีเมียมของ Apple โดย iPad Pro M5 ขนาด 13 นิ้ว รุ่น Wi‑Fi ความจุ 256GB มีราคาอ้างอิงที่ 1,499 ดอลลาร์ในรายงานที่มีอยู่ แม้บางช่วงจะมีโปรโมชันลดราคาเหลือใกล้ 1,200 ดอลลาร์
หากใช้ราคาหลุดของ Samsung เป็นเกณฑ์
การเทียบราคาไม่ควรดูเฉพาะตัวเลขบนป้าย เพราะยังต้องคำนึงถึงค่าอุปกรณ์เสริมอย่างคีย์บอร์ดหรือปากกา รวมถึงแอปและรูปแบบการทำงานที่ผู้ซื้อใช้อยู่เป็นประจำด้วย
ยังไม่มีเหตุผลที่หนักแน่นพอให้เปลี่ยนเครื่องเพียงเพราะ S12 Ultra การอัปเกรดหลักที่คาดไว้คือชิปใหม่ ขณะที่หน้าจอและแบตเตอรี่ของ Ultra อาจใกล้เคียงเดิม การเปลี่ยนเครื่องจะสมเหตุสมผลขึ้นก็ต่อเมื่อการทดสอบจริงพบว่าชิปใหม่ช่วยงานที่ใช้อยู่ได้อย่างชัดเจน หรือมีข้อเสนอเทรดอินที่ลดค่าใช้จ่ายลงมากเป็นพิเศษ
Tab S11 Ultra ที่ลดราคาแล้วมีแนวโน้มจะคุ้มกว่า เพราะยังมอบประสบการณ์ Android บนหน้าจอขนาดใหญ่ได้ใกล้เคียงกัน โดยไม่ต้องจ่ายส่วนต่างของ S12 เต็มจำนวน สิ่งสำคัญคือควรเทียบราคาขายจริง การรับประกัน ความจุ และมูลค่าเทรดอินกับราคาเปิดตัวสุดท้ายของ S12
การรอเป็นทางเลือกที่เสี่ยงน้อยที่สุด การประกาศอย่างเป็นทางการของ Samsung จะช่วยยืนยัน MSRP ในสหรัฐฯ วันวางจำหน่าย อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง โปรโมชันเปิดตัว ข้อเสนอเทรดอิน และประสิทธิภาพการใช้งานจริง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจเปลี่ยนความคุ้มค่าของเครื่องได้มาก
ให้ตัดสินใจจากรูปแบบการใช้งานมากกว่าราคาเปิดตัว ผู้ที่ใช้แอปสร้างสรรค์และอุปกรณ์ในระบบ Apple อยู่แล้วอาจเหมาะกับ iPad Pro มากกว่า ส่วน Galaxy Tab S12 Ultra น่าสนใจกว่าสำหรับคนที่ต้องการหน้าจอใหญ่ ความเข้ากันได้กับ Android และการทำงานหลายหน้าต่างในรูปแบบเดสก์ท็อปผ่าน DeX
ข้อมูลหลุดในขณะนี้ชี้ว่า Galaxy Tab S12 อาจเปิดตัวในเดือนกันยายน 2026 โดยราคาสหรัฐฯ ที่มีการรายงานอยู่ที่ 1,199.99 ดอลลาร์สำหรับ S12+, 1,399.99 ดอลลาร์สำหรับ S12 Ultra รุ่นเริ่มต้น และสูงถึง 1,999.99 ดอลลาร์สำหรับรุ่น 16GB/1TB การอัปเกรดสำคัญน่าจะอยู่ที่ชิป MediaTek รุ่นใหม่ ขณะที่หน้าจอและแบตเตอรี่ของ Ultra อาจแทบไม่เปลี่ยนแปลง
จนกว่า Samsung จะออกมายืนยันอย่างเป็นทางการ อย่าเพิ่งถือว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นราคาสุดท้าย หากราคาเป็นไปตามข่าวลือและฮาร์ดแวร์เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย Galaxy Tab S11 Ultra ที่ลดราคาแล้วน่าจะเป็นตัวเลือก Android ที่สมเหตุสมผลกว่าสำหรับผู้ซื้อส่วนใหญ่