ในงาน Nikkei Forum's Future of Asia 2026 ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า AI กำลังปฏิวัติวงการอาชญากรรมไซเบอร์ในเอเชีย ทำให้แม้แต่มือสมัครเล่นก็สามารถสร้างการโจมตีระดับอุตสาหกรรมได้. ภัยคุกคามสำคัญคือการปลอมตัวตนด้วย Deepfake และการฉ้อโกงทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่แรนซัมแวร์พุ่งขึ้นเกือบ 58% และการโจมต...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the key warnings from experts at the Nikkei forum about how AI is supercharging cyberattacks across Asia, including the specific th. Article summary: At the Nikkei Forum's Future of Asia 2026 conference on June 11, cybersecurity experts warned that the rapid integration of artificial intelligence is dramatically elevating cyberthreats across Asia, enabling more advanc. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# AI is supercharging a global cyber fraud crisis. In collaboration with The Economic Times. A worker at a computer server as AI bolsters cybercrime and fraud. Global collaboration" source context "AI is supercharging a global cyber fraud crisis. It could also solve it | World Economic Forum" Reference image 2: v
ในการประชุม Nikkei Forum ว่าด้วยอนาคตของเอเชีย (Future of Asia) ครั้งที่ 31 ณ กรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2026 เวทีเสวนาหัวข้อ "วิวัฒนาการของภัยคุกคามทางไซเบอร์และการป้องกันที่ขับเคลื่อนด้วย AI" ได้รวบรวมผู้นำด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์จาก PwC Japan, Group-IB และ Bank Central Asia เข้าด้วยกัน ข้อความที่พวกเขาสื่อนั้นชัดเจนและไม่คลุมเครือ: การเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างรวดเร็วไม่ได้เป็นเพียงความท้าทายด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นทีละน้อย แต่มันคือการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน ที่กำลังติดอาวุธให้เหล่าอาชญากรด้วยขีดความสามารถที่เหนือกว่าการป้องกันแบบเดิม และกำลังคุกคามโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาค
ผู้ร่วมเสวนามุ่งความสนใจไปที่วิธีที่ AI แบบรู้สร้าง (Generative AI) ได้กลายเป็นกลไกหลักของภูมิทัศน์ภัยคุกคามในปัจจุบัน หากในอดีตการทำฟิชชิ่งที่แนบเนียนหรือการสร้างวิดีโอดีปเฟค (Deepfake) จำเป็นต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง แต่ในวันนี้ เครื่องมือโอเพนซอร์สและเชิงพาณิชย์ทำให้แทบทุกคนสามารถสร้างตัวตนปลอมที่น่าเชื่อถือ, โคลนเสียงจากการอัดเพียงไม่กี่วินาที, และสร้างเหยื่อล่อหลอกที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคลได้ในระดับมหภาค
ตัวเลขที่ออกมานั้นน่าตกใจ รายงานการประเมินภัยคุกคามทางไซเบอร์ของ INTERPOL สำหรับเอเชียและแปซิฟิกใต้ ประจำปี 2025-2026 อธิบายว่าการหลอกลวงด้วยดีปเฟคที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการฉ้อโกงระดับอุตสาหกรรม คือหนึ่งในความท้าทายที่น่าเกรงขามที่สุดที่ภูมิภาคนี้กำลังเผชิญ ข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรมยิ่งตอกย้ำความเร่งด่วน: รายงาน "Cost of a Data Breach" ของ IBM ในปี 2025 พบว่า 16% ของการละเมิดข้อมูลทั่วโลกมี AI เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยฟิชชิ่ง (37%) และการปลอมตัวตนด้วยดีปเฟค (35%) เป็นกลยุทธ์หลักของฝั่งผู้โจมตี
"AI ทำให้องค์ความรู้กลายเป็นประชาธิปไตย โดยมีอุปสรรคในการเข้าถึงต่ำมาก ผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าถึงเครื่องมือได้เท่าเทียมกับฝ่ายดี" ผู้อำนวยการใหญ่จาก CERT-In ของประเทศอินเดียได้ให้ข้อสังเกตไว้ในเวทีเสวนาที่คล้ายกัน ซึ่งสะท้อนถึงความรู้สึกที่ถูกตอกย้ำในงาน Nikkei Forum
ไม่มีภัยคุกคามอื่นใดที่ถูกพูดถึงในที่ประชุมที่โตเกียวมากไปกว่าเรื่องดีปเฟค สิ่งที่เริ่มต้นในฐานะสิ่งแปลกใหม่ได้พัฒนากลายเป็นความเสี่ยงในการปฏิบัติงานที่ฝังตัวอยู่ในสถานการณ์การโจมตีทั่วไป ผู้เชี่ยวชาญในที่ประชุมเน้นย้ำถึงการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของการฉ้อโกงทางการเงินที่ขับเคลื่อนด้วยดีปเฟค, วิศวกรรมสังคม, และการปลอมตัวเป็นองค์กร ซึ่งสอดคล้องกับการค้นพบในวงกว้างที่ว่า แพลตฟอร์ม Deepfake-as-a-Service (DaaS) หรือการรับจ้างทำดีปเฟค ได้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่เติบโตเร็วที่สุดสำหรับอาชญากรไซเบอร์
ผลกระทบทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกสามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน:
เครือข่ายอาชญากรที่ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ได้ยกระดับการดำเนินงานเป็นระดับอุตสาหกรรม รายได้จากการฉ้อโกงที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในขณะนี้สูงกว่าการค้ายาเสพติดทั่วโลก และการดำเนินการจำนวนมากเชื่อมโยงกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง ซึ่งรวมถึงการค้ามนุษย์ไปยังคอมพาวน์หลอกลวงทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
คำเตือนจาก Nikkei Forum สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ย่ำแย่ลงเป็นวงกว้าง การประชุมครั้งนี้เน้นให้เห็นว่า AI ยังเป็นตัวเร่งให้เกิด แรนซัมแวร์, การโจมตีจากภัยคุกคามต่อเนื่องขั้นสูง (APT), และการเติบโตของแพลตฟอร์ม Fraud-as-a-Service (FaaS)
แรนซัมแวร์ในเอเชียแปซิฟิกพุ่งขึ้นเกือบ 58% ครองสัดส่วนถึง 44% ของการละเมิดข้อมูลทั้งหมดในภูมิภาค สำนักงานความปลอดภัยไซเบอร์ของสิงคโปร์รายงานว่าเหตุการณ์แรนซัมแวร์ในปี 2024 เพิ่มขึ้น 21% โดยมีสาเหตุจากอาชญากรที่ใช้ AI ในการโจมตีแบบอัตโนมัติ
ในเกาหลีใต้ การละเมิดความปลอดภัยทางไซเบอร์เพิ่มขึ้น 26% ในปี 2025 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่วนหนึ่งมาจากกลยุทธ์แฮ็คที่ซับซ้อนขึ้นจากการใช้ AI
ในขณะเดียวกัน เศรษฐกิจดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็วของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ถูกใช้เป็นฐานยิงสำหรับการโจมตีระดับโลกมากขึ้น โดยระบบที่ถูกบุกรุกจะถูกใช้เป็นพร็อกซี่เพื่อปกปิดต้นตอของการบุกรุกที่มุ่งเป้าไปยังองค์กรต่างๆ ทั่วโลก ฟิชชิ่งที่เสริมประสิทธิภาพด้วย AI, การหลอกลวงแบบ ClickFix, และการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือทางธุรกิจที่ได้รับความไว้วางใจ ล้วนเพิ่มสูงขึ้น
อีกหนึ่งใจความสำคัญที่ถูกกล่าวถึงในเวทีเสวนาคือความจำเป็นเร่งด่วนในการออกกฎระเบียบ ซึ่งเป็นเสียงเรียกร้องที่ทั่วทั้งภูมิภาคกำลังตอบสนอง ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา มีกรอบกฎหมายด้านดิจิทัลไอดีและ AI สำคัญอย่างน้อย 6 ฉบับที่มีผลบังคับใช้ในประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาค APAC เพื่อตอบสนองโดยตรงต่อคลื่นการฉ้อโกงข้อมูลส่วนตัวที่ขับเคลื่อนด้วย AI
ประเทศญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างที่ดีของท่าทีเชิงรับที่รัฐบาลต่างๆ ต้องเผชิญ ในเดือนพฤษภาคม 2026 รัฐบาลได้ประกาศว่าจะออกคำเตือนไปยังผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่มีความเสี่ยงต่อการโจมตีทางไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI หลังจากเกิดข้อกังวลเกี่ยวกับขีดความสามารถของโมเดลใหม่ๆ เช่น Claude Mythos จาก Anthropic โตเกียวเองก็กำลังเร่งจัดตั้งแนวทางปฏิบัติผ่านสำนักงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เพื่อประสานงานการตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เปิดใช้งานโดย AI
นอกเหนือจากโครงสร้างพื้นฐานแล้ว พรรครัฐบาลของญี่ปุ่นกำลังผลักดันกฎหมายใหม่เกี่ยวกับ Generative AI โดยร่างกฎหมายนี้รวมถึงข้อบังคับด้านบทลงโทษสำหรับผู้พัฒนาโมเดลพื้นฐาน (Foundation Model)
ประเทศอื่นๆ ก็กำลังเดินหน้าควบคู่กันไป สภาสูงสุดของจีนอนุมัติการแก้ไขกฎหมายความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตเพื่อกำกับดูแล Generative AI ให้เข้มงวดขึ้นและบังคับใช้การติดฉลากสื่อสังเคราะห์ เกาหลีใต้ได้สรุป "แผนครอบคลุมเพื่อขจัดโฆษณาเท็จหรือเกินจริงที่สร้างโดย AI" ในเดือนธันวาคม 2025 โดยมุ่งเป้าไปที่การใช้ดีปเฟคเพื่อปลอมเป็นผู้เชี่ยวชาญและคนดัง
อาเซียนได้เปิดตัวคู่มือการกำกับดูแลที่ขยายความครอบคลุมถึงความเสี่ยงจากดีปเฟคและการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ
ทว่าผู้ร่วมเสวนาต่างยอมรับว่ากฎระเบียบเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ดังที่ผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่งเตือนว่า "กฎระเบียบจะวิ่งไล่ตามเทคโนโลยีอยู่เสมอ" ฉันทามติของที่ประชุมคือ การลงทุนอย่างรวดเร็วพอๆ กันในการตรวจจับภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI, การปรับปรุงระบบยืนยันตัวตนให้ทันสมัย, และการยกระดับทักษะของบุคลากรนั้นเป็นสิ่งจำเป็น
ใจความหลักจากเวที Nikkei Forum สอดคล้องกับแนวโน้มที่เห็นได้ในรายงานอุตสาหกรรมต่างๆ นั่นคือ AI กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าอาชญากรรมไซเบอร์จากการฉวยโอกาสไปสู่การโจมตีที่ถูกวิศวกรรมมาอย่างดี, ทำงานอัตโนมัติ, และเป็นระดับอุตสาหกรรม การโจมตีนั้นรวดเร็วขึ้น, เจาะจงตัวบุคคลมากกว่าเดิม, และตรวจจับได้ยากขึ้น — และแนวป้องกันของภูมิภาคนี้ก็ต้องพัฒนาตามให้ทันในอัตราเร็วเท่ากัน
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ในงาน Nikkei Forum's Future of Asia 2026 ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า AI กำลังปฏิวัติวงการอาชญากรรมไซเบอร์ในเอเชีย ทำให้แม้แต่มือสมัครเล่นก็สามารถสร้างการโจมตีระดับอุตสาหกรรมได้.
ในงาน Nikkei Forum's Future of Asia 2026 ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า AI กำลังปฏิวัติวงการอาชญากรรมไซเบอร์ในเอเชีย ทำให้แม้แต่มือสมัครเล่นก็สามารถสร้างการโจมตีระดับอุตสาหกรรมได้. ภัยคุกคามสำคัญคือการปลอมตัวตนด้วย Deepfake และการฉ้อโกงทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่แรนซัมแวร์พุ่งขึ้นเกือบ 58% และการโจมตีทางวิศวกรรมสังคมเพิ่มขึ้น 53% โดยมีเครื่องมือ Generative AI เป็นตัวเร่ง.
ขีดความสามารถที่เพิ่มขึ้นนี้นำไปสู่การแข่งขันทางกฎหมาย โดยในรอบ 18 เดือนที่ผ่านมา ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีการออกกฎหมายด้านดิจิทัลไอดีและ AI ใหม่อย่างน้อย 6 ฉบับ แต่ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่าการป้องกันที่ใช้ AI และการพัฒนาทักษะบ...