เวิร์กโฟลว์ของโมเดลเป็นแบบสนทนา ผู้ใช้สามารถสร้างคลิปก่อน บอกสิ่งที่ต้องการเปลี่ยน แล้วปรับแต่งต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด เอกสารสำหรับนักพัฒนาของ Google ชูความสามารถด้านมัลติโมดัลในตัวและการแก้ไขผ่านบทสนทนาเป็นจุดเด่นหลัก
อย่างไรก็ตาม ความสามารถของ Omni ยังมีขอบเขตอยู่ในช่วงเริ่มต้น ปัจจุบันเน้นเอาต์พุตวิดีโอเป็นหลัก ยังไม่ได้รองรับทุกชุดความเป็นไปได้ของอินพุตและเอาต์พุต และ Google ระบุว่าความสามารถด้านเสียงบางส่วนจะทยอยตามมา นอกจากนี้ เอาต์พุตยังเปิดใช้ลายน้ำ SynthID ขณะที่ความสามารถในการแก้ไขเสียงพูดถูกชะลอไว้ในช่วงแรกเพื่อทบทวนด้านความปลอดภัย
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2026 Google ประกาศว่ามีผู้ใช้แอป Gemini มากกว่า 1 พันล้านคนต่อเดือน บริษัทเรียก Gemini ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่เติบโตเร็วที่สุด และเป็นผลิตภัณฑ์ลำดับที่ 14 ของ Google ที่ผ่านหลักผู้ใช้ 1 พันล้านคน
เส้นทางการเติบโตที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า Gemini กลายเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคในวงกว้างอย่างรวดเร็ว แต่ควรทำความเข้าใจว่าเป็นจำนวนผู้ใช้งานรายเดือนของแอป Gemini และระบบนิเวศที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่จำนวนผู้สมัครสมาชิกแบบชำระเงิน หรือจำนวนคนที่ใช้ทุกฟีเจอร์ของบริการ Google ยืนยันหลักผู้ใช้ 1 พันล้านคนและสถานะผลิตภัณฑ์ที่เติบโตเร็วที่สุด ขณะที่รายงานประกอบช่วยแสดงให้เห็นพัฒนาการของตัวเลขในแต่ละช่วง
ในงาน Made by Google เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2026 Google ยังประกาศแอปเชื่อมต่อชุดใหม่สำหรับ Gemini ครอบคลุมการทำงานและการสร้างสรรค์ บริการในพื้นที่และความบันเทิง ดนตรี รวมถึงบ้าน สุขภาพ และไลฟ์สไตล์ บริษัทระบุว่าจะทยอยเปิดใช้งานในช่วงหลายสัปดาห์ถัดมา
บริการที่ประกาศมีดังนี้
การเชื่อมต่อเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อลดการสลับไปมาระหว่างแอปที่มักเกิดขึ้นเมื่อทำงานหลายขั้นตอน ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถขอสรุปการประชุมจาก Granola หรือ Otter.ai แก้ไขเว็บไซต์ผ่าน Wix ค้นหาตั๋วงานอีเวนต์ด้วย Ticketmaster ค้นหาประสบการณ์ในพื้นที่ผ่าน Fever หรือ GetYourGuide รวมถึงจัดการบริการร้านอาหารหรือการดูแลสุขภาพในพื้นที่ที่รองรับ
การประกาศดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าแอปเชื่อมต่อทุกตัวจะพร้อมใช้งานสำหรับผู้ใช้ Gemini ทุกคนในทันที Google ระบุว่าจะทยอยเปิดตัว และข้อมูลการใช้งานชี้ว่ารายการแอปและคำสั่งที่รองรับอาจแตกต่างกันตามบัญชี Google หน้าบริการของ Gemini อุปกรณ์ ประเทศ และภาษา ผู้ใช้ควรตรวจสอบที่ การตั้งค่า Gemini → แอปที่เชื่อมต่อ (Connected Apps) และอ่านรายละเอียดของแต่ละบริการก่อนเชื่อมต่อ
เงื่อนไขนี้มีความสำคัญ เพราะผู้ใช้ในสหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ อาจเห็นบริการหรือกำหนดการเปิดใช้ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการขยายแอปเชื่อมต่อควรถูกมองว่าเป็นทิศทางการพัฒนาแพลตฟอร์มของ Gemini มากกว่าจะเป็นการรับประกันว่าทุกคำสั่งจะใช้งานได้ในทุกตลาดตั้งแต่วันที่ประกาศ
เมื่อมองรวมกัน Google กำลังขยายผู้ช่วย AI ออกเป็น 3 ชั้น
ข้อควรระวังคือวิสัยทัศน์ “อะไรก็ได้สู่สิ่งใดก็ได้” ของ Omni ยังเป็นแผนการพัฒนาที่กว้างกว่าความสามารถด้านวิดีโอในรุ่นแรก ขณะที่การเข้าถึงแอปเชื่อมต่อก็ยังทยอยเปิดใช้ไม่พร้อมกันทุกพื้นที่ สำหรับตอนนี้ หมุดหมายที่ชัดเจนที่สุดของ Gemini คือการเติบโตด้านจำนวนผู้ใช้กำลังเดินคู่ไปกับความสามารถที่หลากหลายขึ้น ตั้งแต่การสร้างสื่อที่ละเอียดกว่าเดิม ไปจนถึงการช่วยผู้ใช้ทำงานข้ามบริการดิจิทัลต่าง ๆ