ปัจจัยสำคัญที่สุดคือการเติบโตของ ดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับ AI การฝึกและใช้งานโมเดล AI ขนาดใหญ่ต้องใช้พื้นที่เก็บข้อมูลปริมาณมหาศาล ทั้งสำหรับชุดข้อมูล การฝึกโมเดล และงานประมวลผลแบบ inference
ผลลัพธ์คือผู้ให้บริการคลาวด์และบริษัทเทคโนโลยีต้องซื้อ enterprise SSD จำนวนมาก ซึ่งใช้ชิป NAND flash เป็นหลัก Kioxia ระบุว่าความต้องการชิปที่เพิ่มขึ้นจากกระแส AI เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้แนวโน้มกำไรของบริษัทแข็งแกร่ง
รายงานอุตสาหกรรมยังชี้ว่าความต้องการ SSD สำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้ผลิตอย่าง Kioxia มีอำนาจต่อรองด้านราคามากขึ้นในตลาด NAND
อุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำอย่าง NAND มีลักษณะ เป็นวัฏจักร (cyclical) โดยราคามักแกว่งระหว่างช่วงอุปทานล้นตลาดและช่วงขาดแคลน
หลังจากช่วงซบเซาก่อนหน้านี้ ตลาดเริ่มตึงตัวอีกครั้ง เมื่อดีมานด์เพิ่มขึ้นเร็วกว่ากำลังการผลิต ส่งผลให้ ราคาชิปหน่วยความจำปรับตัวสูงขึ้น
เนื่องจากโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์มีต้นทุนคงที่สูงมาก การเพิ่มขึ้นของราคาชิปเพียงเล็กน้อยก็สามารถดันกำไรของผู้ผลิตให้เพิ่มขึ้นอย่างมากได้ ซึ่งอธิบายว่าทำไมผลประกอบการของ Kioxia จึงดีดตัวแรงในช่วงนี้
ข้อมูลทางการเงินล่าสุดแสดงให้เห็นถึงขนาดของการเติบโตครั้งนี้
การเติบโตแบบก้าวกระโดดลักษณะนี้พบได้บ่อยในธุรกิจหน่วยความจำ เมื่อดีมานด์และราคาปรับขึ้นพร้อมกัน
ตลาดทุนตอบรับการเติบโตนี้อย่างรวดเร็ว โดย ราคาหุ้นของ Kioxia เพิ่มขึ้นมากกว่าสี่เท่าในปี 2026 สะท้อนความคาดหวังว่าวัฏจักรขาขึ้นของหน่วยความจำและการลงทุน AI จะยังดำเนินต่อไป
นอกจากนี้บริษัทกำลังเตรียม จดทะเบียน American Depositary Shares (ADS) ในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ ซึ่งจะทำให้นักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในสหรัฐ เข้าถึงหุ้นของบริษัทได้ง่ายขึ้น และเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขาย
เรื่องราวการเติบโตของ Kioxia ยังเชื่อมโยงกับการปรับโครงสร้างองค์กรในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
บริษัทเคยเป็น หน่วยธุรกิจชิปหน่วยความจำของ Toshiba ก่อนจะถูกแยกออกมาและขายให้กลุ่มนักลงทุนที่นำโดย Bain Capital ในปี 2018 ระหว่างการปรับโครงสร้างของ Toshiba
ต่อมาบริษัทได้รีแบรนด์เป็น Kioxia และ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (Prime Market) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีการซื้อขายในตลาดสาธารณะ
แม้แนวโน้มปัจจุบันจะดูแข็งแกร่ง แต่อุตสาหกรรม NAND ยังมีความผันผวนสูง ผู้ผลิตต้องลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในโรงงานและเทคโนโลยีการผลิตใหม่อย่างต่อเนื่อง
หากอุปทานเพิ่มขึ้นเร็วเกินไป หรือความต้องการลดลง ราคาชิปอาจปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจทำให้กำไรของทั้งอุตสาหกรรมหดตัวได้ในเวลาไม่นาน
การพุ่งขึ้นของกำไรในปี 2026 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เมื่อ AI ทำให้ การจัดเก็บข้อมูลกลายเป็นทรัพยากรสำคัญไม่แพ้พลังประมวลผล
สำหรับ Kioxia การรวมกันของดีมานด์จาก AI ราคาชิปที่สูงขึ้น และการเข้าถึงนักลงทุนทั่วโลก ทำให้บริษัทกำลังเผชิญหนึ่งในช่วงเวลาที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์—แม้จะยังต้องเผชิญความผันผวนตามวัฏจักรของตลาดหน่วยความจำก็ตาม