รายได้ประจำปีของ MiniMax ทะยานขึ้นกว่าเท่าตัวในสองเดือน ทะลุ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังฐานลูกค้าองค์กรพุ่งกว่า 5 เท่า สู่ 1 ล้านราย และมีผู้ใช้ทั่วโลกกว่า 300 ล้านราย แต่บริษัทยังคงขาดทุนอยู่ โมเดลเรือธง M2.7 เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคม 2026 ใช้การฝึกฝนแบบ “วิวัฒนาการตัวเอง” โดยมีพารามิเตอร์ที่ทำงานจริงเพียง 10,000 ล้านต...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the key highlights of MiniMax's recent growth and upcoming developments, including its ARR more than doubling over the past two mon. Article summary: Here are the key highlights of MiniMax's recent growth and upcoming developments, confirmed by the latest reporting:. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "MiniMax has established a dual revenue structure spanning both B2C and B2B markets. In 2025, revenue from its AI-native products rose 143.4% YoY" source context "MiniMax’s ARR tops USD 150 million as it pivots toward an AI platform model" Reference image 2: visual subject "MiniMax Group Inc.'s shares surged as much as 21% after the company more than doubled its sales in 2025, reflecting the torrid growth that's" so
MiniMax ห้องปฏิบัติการ AI จากเซี่ยงไฮ้ ได้ก้าวเข้าสู่ช่วงการเติบโตแบบก้าวกระโดดที่น้อยคนในวงการจะคาดคิด คุณ Yun Yeyi ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานของบริษัท ได้ยืนยันในการประชุม UBS Asian Investment Conference ที่ฮ่องกงเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2026 ว่ารายได้ที่เกิดขึ้นประจำต่อปี (Annual Recurring Revenue: ARR) พุ่งขึ้นมากกว่าสองเท่าภายในสองเดือน ทะลุหลัก 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 10,200 ล้านบาท) ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นเร็วกว่าเป้าหมายสิ้นปีที่บริษัทตั้งไว้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาหลายเดือน
แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการขยายตลาดต่างประเทศอย่างแข็งแกร่ง ฐานนักพัฒนาที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และความสำเร็จอย่างถล่มทลายของโมเดลเรือธงรุ่นล่าสุดอย่าง M2.7
ช่วงต้นเดือนมีนาคม 2026 MiniMax เปิดเผยว่า ARR ทะลุ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ เดือนกุมภาพันธ์ และภายในปลายเดือนพฤษภาคม ตัวเลขดังกล่าวก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
การเร่งความเร็วนี้ขับเคลื่อนด้วยสองขุมพลังหลัก คือ การยอมรับจากภาคธุรกิจ และการเข้าถึงผู้บริโภค
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ารายได้ที่รายงานของบริษัทจะพุ่งแตะ 219 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 เพิ่มขึ้นจาก 79 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ฉันทามติระยะยาวจาก Visible Alpha ประเมินว่ารายได้จะทะยานขึ้นไปถึง 5.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 โดยได้รับแรงหนุนจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทั้ง Hailuo AI (เครื่องมือสร้างวิดีโอ), Talkie (แชทบอท), แพลตฟอร์มหลัก MiniMax และ MiniMax Audio
แม้จะมีการเติบโตของรายได้อย่างก้าวกระโดด แต่ MiniMax ยังคงรายงานผลขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นรูปแบบทั่วไปของบริษัท AI ที่ต้องใช้ทรัพยากรในการประมวลผลสูง และกำลังทุ่มเงินมหาศาลไปกับโครงสร้างพื้นฐานและการวิจัยและพัฒนา ก่อนที่จะถึงจุดที่ทำกำไรได้
MiniMax เปิดตัว M2.7 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2026 โดยวางตำแหน่งให้เป็นโมเดลแรกที่มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในวงจรการพัฒนาของตัวเอง โมเดลนี้สามารถสร้างข้อมูลประเมินผล (Evaluation Data) ของตัวเอง ค้นหาจุดบกพร่อง และสร้างตัวอย่างข้อมูลสังเคราะห์สำหรับการเทรนเพื่ออุดช่องโหว่เหล่านั้น
แนวทาง “การพัฒนาแบบเรียกซ้ำ” หรือ Recursive Self-Improvement นี้ นับเป็นการสาธิตการเทรน AI ด้วย AI ในระดับการผลิตจริง (Production Scale) ที่เร็วที่สุดครั้งหนึ่งของโลก
M2.7 ใช้สถาปัตยกรรมแบบ Sparse Mixture-of-Experts (MoE) ที่มีจำนวนพารามิเตอร์รวมทั้งหมดถึง 230,000 ล้านตัว แต่ในการประมวลผลแต่ละโทเค็น จะมีการทำงานของพารามิเตอร์เพียงประมาณ 10,000 ล้านตัวเท่านั้น ประสิทธิภาพระดับสูงนี้ทำให้ M2.7 สามารถสร้างประสิทธิภาพเทียบชั้นได้กับ Claude Opus 4.6 และ GPT-5 ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าประมาณ 1 ใน 50 ของบรรดาโมเดลระดับเรือธงในตลาด
โดยรุ่นย่อย "highspeed" ที่เปิดตัวพร้อมกันยังเพิ่มความเร็วในการแสดงผลลัพธ์ขึ้น 66% เป็น 100 โทเค็นต่อวินาที
ณ ขณะที่เปิดตัว M2.7 ครองอันดับหนึ่งบน Artificial Analysis Intelligence Index ด้วยคะแนนรวม 50 คะแนน นำหน้าโมเดลทั้งหมด 136 ตัวที่ถูกประเมิน
ปัจจุบัน กว่า 70% ของรายได้ทั้งหมดของ MiniMax มาจากนอกประเทศจีน ความลำเอียงไปทางตลาดต่างประเทศส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากโครงสร้างของ M2.7 ที่ถูกออกแบบมาให้เป็นขุมพลังให้กับเครื่องมือสำหรับ Agent ภายนอก อย่างเช่น Claude Code, Kilo Code และ OpenClaw และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในหมู่นักพัฒนาจากอเมริกาเหนือและยุโรป
MiniMax เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2026 ระดมทุนได้ 4.8 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 619 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ที่ราคาหุ้นละ 165 ดอลลาร์ฮ่องกง นักลงทุนรายย่อยจองซื้อหุ้นมากกว่าจำนวนที่เสนอขายถึงกว่า 1,830 เท่า และหุ้นปิดตลาดวันแรกที่ราคา 345 ดอลลาร์ฮ่องกง เพิ่มขึ้น 109%
หลังจากนั้น ราคาหุ้นได้พุ่งขึ้นเกือบ 500% แล้ว
ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2026 บริษัท Hang Seng Indexes ได้ประกาศว่า MiniMax จะถูกเพิ่มเข้าในดัชนี Hang Seng Tech และดัชนี Hang Seng Composite โดยมีผลหลังตลาดปิดทำการในวันที่ 5 มิถุนายน 2026 การถูกรวมเข้าในดัชนีนี้ คาดว่าจะเปิดทางสู่โครงการ Stock Connect และอาจดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากฝั่งจีนแผ่นดินใหญ่ได้กว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง
สำหรับเม็ดเงินจากกองทุนประเภท Passive Fund ที่เกี่ยวข้องกับการปรับสัดส่วนการลงทุนใหม่นี้ คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.25 ถึง 1.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับ MiniMax และ Zhipu รวมกัน
สำหรับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) รุ่นถัดไปที่ชื่อว่า M3 นั้น มีแผนจะเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 โดย MiniMax ได้เปิดเผยว่า M3 จะรวมกลไก Custom Sparse Attention เข้าไปด้วย ซึ่งจะช่วยเร่งความเร็วทั้งกระบวนการ Prefilling และ Decoding สำหรับบริบทยาวถึง 1,000,000 โทเค็นได้อย่างมีนัยสำคัญ Morgan Stanley มองว่าการเปิดตัว M3 เป็น “ตัวเร่งปฏิกิริยา” ที่สำคัญ และได้ปรับราคาเป้าหมายของหุ้น MiniMax ขึ้นเป็น 990 ดอลลาร์ฮ่องกง
คำถามทางเทคนิคที่สำคัญที่สุดในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ก็คือ M3 จะสามารถรักษาความได้เปรียบด้านต้นทุนและประสิทธิภาพของ M2.7 เอาไว้ได้หรือไม่ เมื่อต้องรับมือกับบริบทที่ยาวขึ้นอย่างมหาศาล
ตำแหน่งของ MiniMax ในเวลานี้ สะท้อนถึงกลยุทธ์ด้านโมเดลที่ผสานประสิทธิภาพอันดุดัน เข้ากับการฝึกฝนที่พัฒนาตนเองได้ รูปแบบธุรกิจที่มุ่งเป้าไปยังนักพัฒนาต่างประเทศอย่างเด็ดขาด และการตอบรับจากตลาดหุ้นที่บริษัท AI จีนเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่จะเทียบได้ บททดสอบต่อไปของบริษัท คือการเปลี่ยนผ่าน “การเร่งความเร็วของรายได้” ไปสู่ “การทำกำไรที่ยั่งยืน” โดยไม่สูญเสียโมเมนตัมทางเทคนิคที่ M2.7 ได้จุดประกายเอาไว้
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
รายได้ประจำปีของ MiniMax ทะยานขึ้นกว่าเท่าตัวในสองเดือน ทะลุ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังฐานลูกค้าองค์กรพุ่งกว่า 5 เท่า สู่ 1 ล้านราย และมีผู้ใช้ทั่วโลกกว่า 300 ล้านราย แต่บริษัทยังคงขาดทุนอยู่
รายได้ประจำปีของ MiniMax ทะยานขึ้นกว่าเท่าตัวในสองเดือน ทะลุ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังฐานลูกค้าองค์กรพุ่งกว่า 5 เท่า สู่ 1 ล้านราย และมีผู้ใช้ทั่วโลกกว่า 300 ล้านราย แต่บริษัทยังคงขาดทุนอยู่ โมเดลเรือธง M2.7 เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคม 2026 ใช้การฝึกฝนแบบ “วิวัฒนาการตัวเอง” โดยมีพารามิเตอร์ที่ทำงานจริงเพียง 10,000 ล้านตัว สามารถแข่งขันกับ Claude Opus 4.6 และ GPT 5 ได้ ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าประมาณ 50 เท่า โดยกว่...
MiniMax เตรียมเข้าดัชนี Hang Seng Tech ในวันที่ 5 มิถุนายน 2026 และวางแผนเปิดตัวโมเดลรุ่นต่อไป “M3” ที่มีกลไก Attention แบบใหม่ รองรับบริบทยาวระดับล้านโทเค็น ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026