หนึ่งในหนังที่สร้างเสียงฮือฮาที่สุดคือ “Paper Tiger” หนังอาชญากรรมดราม่าของ James Gray นำแสดงโดย Adam Driver และ Miles Teller
ในการฉายรอบปฐมทัศน์ หนังได้รับ standing ovation ประมาณ 7–10 นาที ซึ่งถือว่ายาวและสะท้อนการตอบรับที่ดีจากผู้ชมในคานส์ ทำให้หลายสื่อเริ่มมองว่าหนังเรื่องนี้อาจเป็นตัวแปรสำคัญของรางวัลใหญ่
ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์ Paweł Pawlikowski กลับมาที่คานส์อีกครั้งกับ Fatherland ซึ่งถูกจับตาในฐานะหนึ่งในผลงาน auteur สำคัญของปี และเป็นหนึ่งในหนังที่ถูกวิจารณ์และพูดถึงมากในช่วงครึ่งหลังของเทศกาล
อีกหนึ่งชื่อที่ทำให้การแข่งขันเข้มข้นคือ Andrey Zvyagintsev ผู้กำกับรัสเซียที่กลับมาพร้อม Minotaur ซึ่งเข้าร่วมในสายประกวดหลัก และเสริมให้ไลน์อัพปีนี้เต็มไปด้วยผู้กำกับระดับนานาชาติ
แม้การแข่งขัน Palme d’Or จะเป็นหัวใจของคานส์ แต่ปีนี้ก็มีหลายเรื่องจากสายอื่นที่สร้างกระแสได้ไม่แพ้กัน
หนังสยองขวัญเสียดสีของ Jane Schoenbrun เปิดตัวในฐานะภาพยนตร์เปิดของสาย Un Certain Regard และกลายเป็นหนึ่งในหนังที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของเทศกาล
นักวิจารณ์จำนวนมากชื่นชมแนวทางที่ผสมผสานหนัง slasher กับการตั้งคำถามต่อขนบของหนังสยองขวัญและประเด็นอัตลักษณ์
ผลงานกำกับเรื่องแรกของ Jordan Firstman ในสายเดียวกันก็ได้รับความสนใจจากสื่อเทศกาล โดยเฉพาะหลังจากการฉายช่วงกลางสัปดาห์ที่สร้างเสียงพูดถึงในหมู่ผู้ชมและนักวิจารณ์
หนังเล่าเรื่องชายวัย 30 กว่าที่ต้องจัดการชีวิตหลังค่ำคืนปาร์ตี้สุดวุ่นวาย เปลี่ยนเป็นดราม่าคอมเมดี้ร่วมสมัยที่สะท้อนวัฒนธรรมไนต์ไลฟ์
รางวัลใหญ่ของสาย Un Certain Regard ในปีนี้ตกเป็นของ
สายนี้มีภาพยนตร์ทั้งหมด 19 เรื่อง และหลายเรื่องเป็นผลงานกำกับครั้งแรกที่ยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัล Caméra d’Or สำหรับหนังเปิดตัวผู้กำกับอีกด้วย
นอกจากความคึกคักบนพรมแดงแล้ว ฝั่งธุรกิจของเทศกาลก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน
ตลาดภาพยนตร์ Marché du Film ในปี 2026 มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 16,000 คนจากกว่า 140 ประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลขสูงสุดของงาน
ตลาดนี้ถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก เพราะเป็นที่ที่โปรดิวเซอร์ นักลงทุน และผู้จัดจำหน่ายมาพบกันเพื่อขายสิทธิ์ภาพยนตร์ ระดมทุน และเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่
สมาชิกคนอื่น ๆ ประกอบด้วย
ด้วยองค์ประกอบคณะกรรมการที่มาจากทั้งนักแสดง ผู้กำกับ และนักเขียนบทจากหลายประเทศ รวมกับการแข่งขันที่ไม่มีตัวเต็งชัดเจน ทำให้บรรยากาศก่อนพิธีปิดเทศกาลเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
สำหรับผู้ติดตามเทศกาลหนังทั่วโลก ปี 2026 จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในปีที่ คาดเดาผล Palme d’Or ได้ยากที่สุดในรอบหลายปี และนั่นเองที่ทำให้ช่วงท้ายของคานส์ปีนี้น่าติดตามเป็นพิเศษ.
Comments
0 comments