รายงาน NOAA เดือนสิงหาคม 2026 ให้โอกาสมากกว่า 90% ที่เอลนีโญจะเข้าสู่ระดับ “รุนแรงมาก” ในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2026–27 และมีโอกาส 97% ที่จะคงอยู่ถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ 2027 สัญญาณหลักในอเมริกาเหนือคือฝนมากขึ้นในสหรัฐฯ ตอนใต้ ชายฝั่งตะวันตก และบางส่วนของภาคตะวันตกเฉียงใต้ ขณะที่พื้นที่ตอนเหนือมีแนวโน้มอุ่นกว่าและแห้งกว่า...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the key findings of NOAA's 2026-27 El Niño forecast, which projects a potential record-breaking event with a greater than 90% chanc. Article summary: NOAA’s August outlook supports an unusually strong 2026–27 El Niño, but it does not establish that it will be record-breaking or that it will peak above 3°C. NOAA says there is a greater-than-90% chance of a “very strong. Topic tags: general, government, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake n
NOAA ระบุในการคาดการณ์เดือนสิงหาคม 2026 ว่าเอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็ว โดยมีโอกาสมากกว่า 90% ที่จะเข้าสู่ระดับ “รุนแรงมาก” ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวของซีกโลกเหนือปี 2026–27 และมีโอกาส 97% ที่ปรากฏการณ์นี้จะต่อเนื่องไปถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ 2027
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นสัญญาณภูมิอากาศตามฤดูกาล ไม่ใช่คำยืนยันว่าจะเกิดสถิติใหม่ หรืออุณหภูมิผิวน้ำทะเลจะสูงเกิน 3°C ในเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2026 NOAA ให้โอกาส 69% ที่จะเกิดเหตุการณ์ระดับประวัติการณ์ ซึ่งหมายถึงความแรงมากกว่าปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งก่อน ๆ นับตั้งแต่ปี 1950 ตามเกณฑ์ดัชนีอุณหภูมิมหาสมุทรแบบเฉลี่ยสามเดือน
ขณะนี้เอลนีโญเกิดขึ้นแล้ว โดยอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณเส้นศูนย์สูตรของมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกสูงกว่าค่าเฉลี่ย รายงาน NOAA เดือนสิงหาคมพบค่าความผิดปกติในแปซิฟิกเขตเส้นศูนย์สูตรด้านตะวันออกสูงกว่า +2.0°C
แบบจำลองคาดว่าเอลนีโญจะทวีความแรงต่อไปจนถึงปลายปี 2026 และคงอยู่ถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ 2027 คำว่า “รุนแรงมาก” หมายถึงหมวดหมู่ความน่าจะเป็นในการคาดการณ์ของ NOAA ไม่ใช่คำรับรองว่าจะมีจุดสูงสุดเกิน 3°C
ก่อนหน้านี้ NOAA ให้โอกาสเกิดเอลนีโญระดับรุนแรงมากในช่วงตุลาคม–ธันวาคมไว้ที่ 81% ขณะที่รายงานเดือนสิงหาคมประเมินโอกาสในภาพรวมของฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวไว้สูงกว่า 90% ตัวเลขคาดการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีข้อมูลสังเกตการณ์และแบบจำลองชุดใหม่ ดังนั้นควรยึดรายงานทางการฉบับล่าสุดเป็นหลัก
เอลนีโญสามารถเปลี่ยนตำแหน่งและกำลังของกระแสลมเจ็ตเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งผลต่อเส้นทางพายุฤดูหนาวในอเมริกาเหนือ รูปแบบที่พบโดยทั่วไปทำให้สหรัฐฯ ตอนใต้และบางส่วนของภาคตะวันตกมีแนวโน้มฝนมากขึ้น ขณะที่หลายพื้นที่ทางตอนเหนือมักอุ่นและแห้งกว่าค่าเฉลี่ย
เมื่อพิจารณาเอลนีโญที่รุนแรงที่สุด 7 ครั้งนับตั้งแต่ปี 1950 สภาพชื้นกว่าปกติพบได้บ่อยเป็นพิเศษตามชายฝั่งตะวันตกและแนวพื้นที่ตอนใต้ของสหรัฐฯ รวมถึงภาคตะวันออกเฉียงใต้ แต่ควรอ่านข้อมูลนี้เป็น “แนวโน้มของทั้งฤดูกาล” ไม่ใช่การทำนายว่าพายุทุกลูกหรือทุกเดือนจะเป็นไปตามรูปแบบเดียวกัน
ฤดูที่มีพายุหรือฝนมากขึ้นอาจทำให้ภูเขาบางส่วนของแคลิฟอร์เนีย ยูทาห์ และโคโลราโดมีหิมะสะสมมาก โดยเฉพาะบริเวณที่สูงและอากาศยังเย็นพอ แต่ปริมาณฝนกับปริมาณหิมะเป็นคนละเรื่องกัน หากมวลอากาศอุ่นขึ้น หิมะในพื้นที่ระดับต่ำและระดับกลางอาจเปลี่ยนเป็นฝนได้ อุณหภูมิในแต่ละพายุจึงเป็นตัวชี้ขาดว่าจะเกิดหิมะ ฝน หรือฝนปนหิมะ
แผนที่ที่คาดว่าหิมะจะมากกว่าปกติในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ และน้อยกว่าปกติในแนวตอนเหนือรวมถึงแคนาดาส่วนใหญ่ เป็นการคาดการณ์ของ OpenSnow ไม่ใช่แผนที่พยากรณ์อย่างเป็นทางการของ NOAA ข้อมูลสถิติของ NOAA แสดงให้เห็นว่าในช่วงเอลนีโญ หิมะลดลงในหลายพื้นที่ทางตอนเหนือ เช่น เทือกเขาร็อกกีตอนเหนือ แปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ และแคนาดาตะวันตก
ข้อสรุปที่รอบคอบที่สุดจึงเป็นเพียงแนวโน้มระดับภูมิภาค ไม่ใช่คำรับรองผลลัพธ์สำหรับรัฐ เมือง หรือสกีรีสอร์ตใดเป็นการเฉพาะ
เอลนีโญที่รุนแรงมักเอื้อต่อเส้นทางพายุที่เคลื่อนลงมาทางตอนใต้และตะวันตกของสหรัฐฯ การวิเคราะห์ในอดีตของ NOAA เชื่อมโยงปีเอลนีโญกับวันที่มีฝนตกหนักและระดับน้ำในลำน้ำสูงมากขึ้นในพื้นที่ตะวันตกของสหรัฐฯ โดยเฉพาะภาคตะวันตกเฉียงใต้
สำหรับแคลิฟอร์เนีย นั่นอาจหมายถึงฝนที่ช่วยเติมน้ำและหิมะบนภูเขาที่เป็นประโยชน์ต่อแหล่งน้ำ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เพิ่มโอกาสเกิดฝนที่สร้างความเสียหาย น้ำไหลหลากฉับพลัน ดินถล่ม และน้ำท่วม หากพายุมีอากาศอุ่นหรือเข้ามาเป็นระลอกเข้มข้น ชุมชนชายฝั่งยังอาจเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่อคลื่นพายุ ระดับน้ำสูง และฝนหนักเกิดขึ้นพร้อมกัน
นี่คือการประเมินความเสี่ยงที่สูงขึ้น ไม่ใช่การยืนยันว่าจะเกิดแม่น้ำบรรยากาศหรือเหตุการณ์น้ำท่วมชายฝั่งครั้งใดครั้งหนึ่ง เพราะการคาดการณ์ตามฤดูกาลไม่สามารถระบุพายุรายลูกล่วงหน้าได้หลายเดือน
หากกระแสลมวนขั้วโลกเกิดการรบกวนหรืออ่อนกำลังลง อาจทำให้บางพื้นที่ของอเมริกาเหนือเผชิญคลื่นอากาศหนาวชั่วคราว และบดบังรูปแบบโดยรวมที่ชี้ว่าพื้นที่ตอนเหนือจะอุ่นขึ้นได้เป็นเวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์
แต่รายงานเอลนีโญของ NOAA ที่มีอยู่ไม่ได้ยืนยันว่าการรบกวนของกระแสลมวนขั้วโลกจะเกิดขึ้น และเอลนีโญเพียงอย่างเดียวก็ไม่สามารถกำหนดช่วงเวลาและความรุนแรงของปรากฏการณ์ดังกล่าวได้ ดังนั้นฤดูหนาวที่มีค่าเฉลี่ยอุ่นในพื้นที่ตอนเหนือยังสามารถมีช่วงอากาศหนาวจัดแทรกอยู่ได้ การคาดการณ์ฤดูกาลจึงไม่ควรถูกตีความเป็นพยากรณ์รายวัน
เอลนีโญมักเปลี่ยนรูปแบบฝนในพื้นที่ห่างไกลจากอเมริกาเหนือ NOAA ระบุความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างสม่ำเสมอว่าอินโดนีเซียและอเมริกาใต้ตอนเหนือมีแนวโน้มฝนน้อยลง ขณะที่อเมริกาใต้ตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกาตะวันออกบริเวณเส้นศูนย์สูตร และสหรัฐฯ ตอนใต้มีแนวโน้มฝนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ตรวจสอบยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าฤดูฝนในเวียดนามจะสิ้นสุดเร็วกว่าปกติ หรือปานามา เอธิโอเปีย และอินเดียจะเผชิญภัยแล้งอย่างแน่นอนในปี 2026–27 ผลกระทบในแต่ละประเทศขึ้นอยู่กับฤดูกาล พลวัตมรสุมท้องถิ่น และโครงสร้างของเอลนีโญในครั้งนั้น
ในมหาสมุทรแอตแลนติก เอลนีโญมักเพิ่มแรงเฉือนลมชั้นบน ซึ่งมีแนวโน้มยับยั้งการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนบางส่วน แต่กิจกรรมเฮอริเคนยังขึ้นอยู่กับอุณหภูมิน้ำทะเล ความชื้น คลื่นลมตะวันออกจากแอฟริกา และปัจจัยอื่น ๆ จึงเป็นเพียงแรงกดให้กิจกรรมลดลง ไม่ใช่หลักประกันว่าฤดูเฮอริเคนจะเงียบสงบ
หลักฐานในขณะนี้สนับสนุนข้อสรุปตามฤดูกาลที่มีความเชื่อมั่นสูงว่า ฤดูหนาว 2026–27 มีแนวโน้มเกิดเอลนีโญระดับรุนแรงมากและต่อเนื่องถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ โดยเพิ่มโอกาสให้สหรัฐฯ ตอนใต้และตะวันตกมีฝนมากขึ้น ขณะที่พื้นที่ตอนเหนือส่วนใหญ่มีอากาศอุ่นขึ้น
แต่ยังมีข้อควรระวังสำคัญ NOAA ยังไม่ได้ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้จะทำสถิติสูงสุดหรือมีจุดสูงสุดเกิน 3°C ปริมาณหิมะจะขึ้นอยู่กับระดับความสูงและอุณหภูมิของแต่ละพายุ การอ่อนกำลังของกระแสลมวนขั้วโลกยังไม่ใช่สิ่งที่ยืนยันแล้ว และคำกล่าวเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับภัยแล้งหรือการสิ้นสุดฤดูฝนในบางประเทศยังมีความไม่แน่นอน
สำหรับแคลิฟอร์เนีย ฤดูเอลนีโญครั้งนี้อาจนำทั้งฝนและหิมะบนภูเขาที่มีประโยชน์ รวมถึงความเสี่ยงน้ำท่วมและอันตรายชายฝั่งที่เพิ่มขึ้น หากพายุอุ่นและมีความชื้นสูงเคลื่อนเข้าพื้นที่
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
รายงาน NOAA เดือนสิงหาคม 2026 ให้โอกาสมากกว่า 90% ที่เอลนีโญจะเข้าสู่ระดับ “รุนแรงมาก” ในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2026–27 และมีโอกาส 97% ที่จะคงอยู่ถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ 2027
รายงาน NOAA เดือนสิงหาคม 2026 ให้โอกาสมากกว่า 90% ที่เอลนีโญจะเข้าสู่ระดับ “รุนแรงมาก” ในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2026–27 และมีโอกาส 97% ที่จะคงอยู่ถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ 2027 สัญญาณหลักในอเมริกาเหนือคือฝนมากขึ้นในสหรัฐฯ ตอนใต้ ชายฝั่งตะวันตก และบางส่วนของภาคตะวันตกเฉียงใต้ ขณะที่พื้นที่ตอนเหนือมีแนวโน้มอุ่นกว่าและแห้งกว่าเฉลี่ย หิมะจะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและระดับความสูง
แคลิฟอร์เนียอาจได้ทั้งน้ำฝนและหิมะบนภูเขาที่ช่วยเพิ่มน้ำต้นทุน แต่ก็ต้องรับความเสี่ยงฝนตกหนัก น้ำท่วม ดินถล่ม คลื่นพายุ และน้ำทะเลหนุนมากขึ้น ขณะที่ผลกระทบระดับโลกยังแตกต่างกันไปตามฤดูกาลและพื้นที่