Amazon Web Services (AWS) ยังคงเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งประมาณ 28-31% และมีรายได้ต่อไตรมาสราว 28,000 ล้านดอลลาร์ เติบโต 18% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ Microsoft Azure ครองส่วนแบ่งประมาณ 20-24% (~22,000 ล้านดอลลาร์ เติบโต 22% YoY) และ Google Cloud จับส่วนแบ่ง 12-15% (~11,000 ล้านดอลลาร์ เติบโต 28% YoY) ทั้งสามรายนี้ครองส่วนแบ่งรวมกันประมาณ 60-67% ของตลาดทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่องว่างระหว่างสามเจ้านี้กำลังแคบลง เนื่องจาก Azure และ Google Cloud ยังคงเติบโตเร็วกว่า AWS
Amazon, Google และ Microsoft มีแผนใช้จ่ายด้านรายจ่ายฝ่ายทุน (Capital Expenditure - Capex) รวมกันเกือบ 595,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2026 ซึ่งขับเคลื่อนโดยการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI เป็นหลัก :
ทั้งสามบริษัทต่างระบุว่าพวกเขาไม่สามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐานได้เร็วพอที่จะตอบสนองความต้องการที่ขับเคลื่อนโดย AI
รายได้จากปริมาณงานคลาวด์ที่เกี่ยวกับ AI โดยเฉพาะพุ่งสูงขึ้นถึง 165% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งแซงหน้าการเติบโตโดยรวมของตลาดคลาวด์อย่างมาก Generative AI เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาหลัก โดยเร่งความต้องการกำลังการประมวลผลครอบคลุมทั้งงานเทรนนิ่ง (Training), การอนุมาน (Inference) และการปรับแต่งละเอียด (Fine-tuning) John Dinsdale หัวหน้านักวิเคราะห์ของ Synergy Research Group กล่าวว่า "บริการคลาวด์ที่เกี่ยวกับ GenAI โดยเฉพาะกำลังเติบโต 165% เมื่อเทียบเป็นรายปี แต่ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ เทคโนโลยี AI กำลังช่วยเสริมฟังก์ชันการทำงานและเพิ่มการเติบโตในวงกว้างของบริการคลาวด์อื่นๆ"
ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน AI เฉพาะทางรูปแบบใหม่ หรือที่เรียกว่า "Neoclouds" ได้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อเติมเต็มช่องว่างระหว่างอุปทานของ Hyperscaler และความต้องการขององค์กร:
แม้ว่าอุปทาน GPU จะดีขึ้นจากปัญหาขาดแคลนเฉียบพลันมาสู่สมดุลที่ใช้งานได้จริง โดยอัตราค่าเช่าคลาวด์สำหรับ NVIDIA H100 ลดลงจากประมาณ 8 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงในช่วงต้นปี 2023 เหลือ 1.80–3.50 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง ใน Q2 2026 แต่ก็ยังคงมีคอขวดที่สำคัญ :
Generative AI คือพลังขับเคลื่อนหลักเพียงหนึ่งเดียวที่อยู่เบื้องหลังแนวโน้มทั้งหมดนี้ ไม่ว่าจะเป็นขนาดตลาดที่ทำสถิติใหม่, การเติบโตของปริมาณงาน AI แบบสามหลัก, Capex ของ Hyperscaler ที่ไม่เคยมีมาก่อน, การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเซ็กเมนต์ Neocloud และปัญหาคอขวดด้านฮาร์ดแวร์ที่ยืดเยื้อ ทำให้ผู้ซื้อในองค์กรจำเป็นต้องจับจองระบบคลาวด์แทนการปรับใช้ระบบภายในองค์กร ตลาดโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ได้ก้าวเข้าสู่ช่วงใหม่ของการลงทุนที่เร่งตัวขึ้นและการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างโดยไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัวลง