คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ Bernstein คาดตลาดเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลกจะมีมูลค่าเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2028 โดยยอดจัดส่งเซิร์ฟเวอร์ทั่วไปและเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ใช้ GPU จะเติบโตเฉลี่ยต่อปี 15% และ 22% ตามลำดับ [1][4] โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่วางแผนไว้หรืออยู่ระหว่างก่อสร้างมีมูลค่ารวมประมาณ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ 4 รายอาจใช้เงินลงทุน 623,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 [4][5][8] ชิป ASIC แบบออกแบบเฉพาะกำลังมีบทบาทมากขึ้น โดย Broadcom และ Marvell ครองสัดส่วนรวมราว 95% ของตลาดออกแบบชิป AI ASIC แบบสั่งทำ [35][43] What are the key findings from Bernstein's second-quarter 2026 AI tracker, including its upgraded forecasts for global AI server and GPU shi Bernstein's Q2 2026 AI tracker projects the global server market will exceed $1 trillion by 2028, fueled by hyperscale data center investment. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the key findings from Bernstein's second-quarter 2026 AI tracker, including its upgraded forecasts for global AI server and GPU shi. Article summary: Bernstein released its Q2 2026 AI tracker on August 3–4, 2026, sharply upgrading its AI hardware forecasts and documenting a massive wave of hyperscale capital spending through 2027. Here are the key findings organized b. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
openai.com รายงาน AI Tracker ไตรมาส 2/2026 ของ Bernstein ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 3–4 สิงหาคม 2026 สะท้อนภาพการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ยังเดินหน้าเต็มกำลัง โดยบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์ทั้งยอดจัดส่งเซิร์ฟเวอร์ การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ และความต้องการชิปประมวลผล AI ไปจนถึงปี 2027–2028
ตลาดเซิร์ฟเวอร์ AI มีโอกาสแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์
Bernstein คาดว่าตลาดเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลกจะมีมูลค่า เกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2028 ซึ่งสูงกว่าประมาณการเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "AI ยังเร่งลงทุนไม่หยุด: ตลาดเซิร์ฟเวอร์อาจทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2028" คืออะไร Bernstein คาดตลาดเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลกจะมีมูลค่าเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2028 โดยยอดจัดส่งเซิร์ฟเวอร์ทั่วไปและเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ใช้ GPU จะเติบโตเฉลี่ยต่อปี 15% และ 22% ตามลำดับ [1][4]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? Bernstein คาดตลาดเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลกจะมีมูลค่าเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2028 โดยยอดจัดส่งเซิร์ฟเวอร์ทั่วไปและเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ใช้ GPU จะเติบโตเฉลี่ยต่อปี 15% และ 22% ตามลำดับ [1][4] โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่วางแผนไว้หรืออยู่ระหว่างก่อสร้างมีมูลค่ารวมประมาณ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ 4 รายอาจใช้เงินลงทุน 623,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 [4][5][8]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? ชิป ASIC แบบออกแบบเฉพาะกำลังมีบทบาทมากขึ้น โดย Broadcom และ Marvell ครองสัดส่วนรวมราว 95% ของตลาดออกแบบชิป AI ASIC แบบสั่งทำ [35][43]
ตัวเลขสำคัญจากรายงาน ได้แก่
การจัดส่งเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี หรือ CAGR 15% จนถึงปี 2028
การจัดส่งเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ใช้ GPU จะเติบโตเร็วกว่า โดยมี CAGR ที่ 22% ในช่วงเวลาเดียวกัน
เซิร์ฟเวอร์ระดับเทียบเท่า 8 GPU อาจเติบโต 48% ในปี 2026 เพียงปีเดียว
การจัดส่งแร็ก AI ทั้งหมดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 61,000 ยูนิตในปี 2026 และ 88,000 ยูนิตในปี 2027
ด้านผลิตภัณฑ์ใหม่ Bernstein คาดว่าแร็ก Rubin ของ Nvidia และ Helios ของ AMD จะเริ่มจัดส่งในไตรมาส 4/2026 ซึ่งอาจเป็นแรงส่งสำคัญต่อการขยายตัวของระบบ AI แบบแร็กเต็มรูปแบบ
ขณะเดียวกัน Goldman Sachs มีประมาณการแยกต่างหากในเดือนมิถุนายน 2026 โดยมองว่าตลาดเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลกอาจแตะ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2028 และรายได้จากแร็กเซิร์ฟเวอร์ AI จะเติบโตด้วย CAGR สูงถึง 118% สู่ระดับ 561,400 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 51% ของรายได้ทั้งตลาด
เม็ดเงินดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์พุ่งเป็น 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ เบื้องหลังตัวเลขการจัดส่งเซิร์ฟเวอร์คือการลงทุนของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ หรือ hyperscalers ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการคลาวด์ในระดับขนาดใหญ่แก่ลูกค้าทั่วโลก
Bernstein ประเมินว่า มูลค่าการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ที่อยู่ระหว่างการวางแผนและก่อสร้างรวมกันอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์
ในส่วนของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ 4 ราย ได้แก่ Microsoft, Amazon, Google และ Oracle มีแนวโน้มใช้งบลงทุน หรือ capex รวมกัน 623,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 ขณะที่มูลค่างานค้างส่งและคำสั่งซื้อที่อยู่ในมือรวมกันเกิน 2 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 176% เมื่อเทียบกับปีก่อน
หากมองกลุ่ม hyperscalers รายใหญ่ที่สุด 5 ราย Bernstein คาดว่า capex จะเพิ่มจาก 438,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 เป็น มากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2027 และอาจขยับไปสู่ระดับ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030
หลังการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2026 นักวิเคราะห์ได้ปรับเพิ่มประมาณการ capex ปี 2026 ของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่เกือบ 15% เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม 2026 โดยคาดว่า capex รวมจะเติบโตด้วย CAGR 61% สู่ประมาณ 1.11 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2027
ตัวเลขจากสถาบันอื่นให้ภาพไปในทิศทางเดียวกัน
Goldman Sachs คาดว่า capex รวมของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่จะอยู่ที่ 750,000 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2026 และเข้าใกล้ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2027
Morgan Stanley ประเมินว่า hyperscalers รายใหญ่ 5 รายจะมี capex รวมประมาณ 800,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 และเพิ่มเป็น 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2027
Bank of America มองว่าการใช้จ่ายของ hyperscalers ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 67% ในปี 2025 และอีก 31% ในปี 2026 ส่งผลให้เม็ดเงินรวมขึ้นไปถึง 611,000 ล้านดอลลาร์
Gartner คาดว่าการใช้จ่ายด้าน AI ทั่วโลกแบบครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ซอฟต์แวร์ และบริการ จะอยู่ที่ 2.59 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2026 เพิ่มขึ้น 47% จากปีก่อน
จุดเปลี่ยนสำคัญ: ASIC กำลังขึ้นมาเป็นทางเลือกของ GPU หนึ่งในแนวโน้มเชิงโครงสร้างที่เด่นที่สุดในรายงานคือการเพิ่มบทบาทของ ASIC หรือชิปวงจรรวมเฉพาะงาน ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับภาระงาน AI บางประเภทโดยตรง แตกต่างจาก GPU เชิงพาณิชย์ที่สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายกว่า
ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่กำลังพัฒนาหรือใช้ชิปของตนเองมากขึ้น เพื่อช่วยลดการพึ่งพา GPU จากผู้ผลิตภายนอก และปรับแต่งประสิทธิภาพให้เหมาะกับงานเทรนโมเดลหรือการประมวลผลคำตอบของ AI โดยเฉพาะ
Broadcom รั้งตำแหน่งผู้นำตลาดชิป AI แบบสั่งทำ Broadcom กลายเป็นพันธมิตรด้านการออกแบบชิป ASIC รายสำคัญของอุตสาหกรรม โดยมีพัฒนาการที่น่าจับตา ได้แก่
Broadcom ลงนามข้อตกลงระยะยาวกับ Google เพื่อร่วมพัฒนา TPU รุ่นถัดไป ซึ่งเป็นชิปประมวลผล AI ที่ Google ออกแบบสำหรับระบบของตนเอง
Broadcom เป็นผู้ออกแบบ TPU ของ Google และชิปแบบสั่งทำของ OpenAI อยู่แล้ว
บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดราว 60% ในกลุ่มพันธมิตรด้านการออกแบบชิป AI ASIC
รายได้เซมิคอนดักเตอร์จากธุรกิจ AI ของ Broadcom อยู่ที่ 10,800 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 ของปีงบประมาณ 2026 เพิ่มขึ้น 143% จากปีก่อน และบริษัทย้ำเป้าหมายรายได้เซมิคอนดักเตอร์ AI ที่ 100,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2027
ยอดจองชิปเซมิคอนดักเตอร์ AI ในไตรมาสดังกล่าวเกิน 30,000 ล้านดอลลาร์
Marvell เดินหน้าผลิตชิปให้ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ Marvell คาดการณ์ว่ารายได้จาก ASIC สำหรับ AI อาจสูงถึงประมาณ 11,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026
เมื่อรวมกันแล้ว Broadcom และ Marvell มีสัดส่วนรวมราว 95% ของตลาดออกแบบชิป AI ASIC แบบสั่งทำ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แม้การแข่งขันในตลาดชิป AI จะถูกพูดถึงในแง่ของ GPU เป็นหลัก แต่บริษัทผู้ออกแบบชิปเบื้องหลังระบบคลาวด์ก็กำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ASIC อาจครองสัดส่วนการจัดส่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง Bernstein คาดว่า ASIC จะคิดเป็นประมาณ 45% ของการจัดส่งชิป AI ที่ใช้แพ็กเกจ CoWoS ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแพ็กเกจจิ้งที่ใช้เชื่อมต่อชิปประมวลผลกับหน่วยความจำความเร็วสูง ขณะที่การจัดส่ง TPU อาจเติบโตประมาณ 90% เมื่อเทียบกับปีก่อนในปี 2026
ข้อมูลจาก TrendForce และ Counterpoint Research ก็ชี้ถึงการขยายตัวของตลาดนี้เช่นกัน โดยคาดว่าการจัดส่ง ASIC สำหรับการประมวลผลในเซิร์ฟเวอร์ AI จะ เพิ่มขึ้น 3 เท่าระหว่างปี 2024 ถึง 2027 และ Broadcom จะยังรักษาส่วนแบ่งประมาณ 60% ไว้ได้
ด้าน Broadcom รายงานรายได้จากธุรกิจ AI ประมาณ 12,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2025 และมีรายได้ AI 8,400 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 1 ของปีงบประมาณ 2026 เพิ่มขึ้น 106% เมื่อเทียบกับปีก่อน
บทสรุป: การแข่งขันครั้งต่อไปไม่ได้มีแค่ Nvidia กับ AMD ภาพรวมจาก Bernstein Q2 2026 AI Tracker คือการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังคงเดินหน้าในอัตราเร่ง โดยมีทั้งระบบที่ใช้ GPU จาก Nvidia และ AMD รวมถึงระบบชิป ASIC แบบออกแบบเฉพาะที่กำลังขยายตัวผ่าน Broadcom และ Marvell
GPU ยังครองตลาดส่วนใหญ่ในระยะใกล้ แต่ ASIC กำลังเติบโตเร็วกว่าและสะท้อนการเปลี่ยนแปลงวิธีสร้างระบบประมวลผลของ hyperscalers จากการซื้อฮาร์ดแวร์มาตรฐาน ไปสู่การออกแบบชิปให้เหมาะกับงานและโครงสร้างพื้นฐานของตนเองมากขึ้น
ดังนั้น ประเด็นสำคัญของรอบการลงทุน AI ครั้งนี้อาจไม่ได้อยู่ที่ว่าใครจะขาย GPU ได้มากที่สุดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงใครจะควบคุมชั้นการออกแบบชิป เครือข่าย หน่วยความจำ และดาต้าเซ็นเตอร์ที่ทำให้ระบบ AI ขนาดใหญ่ทำงานได้จริงด้วย