| หมวดฟีเจอร์ | อุปกรณ์ที่คาดว่าจะใช้งานได้ |
|---|---|
| Basic Experience ประสบการณ์พื้นฐาน | ทุกรุ่น |
| Glass Material วัสดุแบบกระจก | รุ่นเรือธงและ Fold 5 เท่านั้น |
| New Lock Screen Experience หน้าจอล็อกรูปแบบใหม่ | รุ่นเรือธงและรุ่นที่รองรับ Glass |
| Desktop Widget Stacking การซ้อนวิดเจ็ตบนหน้าจอหลัก | รุ่นเรือธงและรุ่นที่รองรับ Glass |
| Folder Size Switching การสลับขนาดโฟลเดอร์ | รุ่นเรือธงและรุ่นที่รองรับ Glass |
| New Xiaomi HyperConnect Device Center ศูนย์จัดการอุปกรณ์ | รุ่นที่รองรับ Glass |
| Super XiaoAI Interaction Redesign การออกแบบการโต้ตอบใหม่ | รุ่นเรือธงและรุ่นที่รองรับ Glass |
| Super XiaoAI Expert Mode โหมดผู้เชี่ยวชาญ | ยังไม่ระบุ |
| New AI Notes โน้ต AI รูปแบบใหม่ | ยังไม่ระบุ |
| Xiaomi Intelligent Input Method แป้นพิมพ์อัจฉริยะพร้อมเครื่องมือ AI | ยังไม่ระบุ |
การแบ่งหมวดดังกล่าวสะท้อนว่า Xiaomi อาจไม่ได้ปล่อยฟีเจอร์ใหม่ทั้งหมดให้กับมือถือทุกระดับ แม้เครื่องรุ่นเก่าจะได้รับการอัปเดตเป็น HyperOS 4 ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้อินเทอร์เฟซ Glass แบบเต็มรูปแบบ
ฟีเจอร์ AI ที่ถูกระบุไว้ ได้แก่ การสรุปเนื้อหาการประชุมใน AI Notes และเครื่องมือช่วยเขียนผ่านแป้นพิมพ์ Xiaomi Intelligent Input Method ขณะที่ Super XiaoAI จะมีทั้งการออกแบบการโต้ตอบใหม่และ Expert Mode ซึ่งรายละเอียดการทำงานยังไม่ชัดเจนจากข้อมูลหลุด
จุดขายสำคัญของ HyperOS 4 คือระบบภาพแบบ Liquid Glass ที่คาดว่าจะนำเสนอองค์ประกอบโปร่งแสง การคำนวณความลึกและการหักเหของแสงแบบเรียลไทม์ รวมถึงไอคอน 2.5D ที่ปรับดีไซน์ใหม่ โดยโค้ดที่หลุดออกมาระบุว่าเอฟเฟกต์แบบเต็มจะเปิดใช้งานเฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้ชิปต่อไปนี้
ชิปเรือธงรุ่นก่อนหน้า รวมถึง Dimensity บางรุ่น ยังไม่ปรากฏอยู่ในรายชื่อที่อนุญาตให้ใช้เอฟเฟกต์เต็มรูปแบบ มือถือที่ใช้ชิปเหล่านี้อาจได้เอฟเฟกต์กระจกในรูปแบบลดทอน หรืออาจไม่ได้ฟีเจอร์ดังกล่าวเลย
ข้อมูลจากโค้ดหลุดยังชี้ว่า Liquid Glass ไม่ใช่เพียงธีมหรือปุ่มเปิด-ปิดความโปร่งใสธรรมดา แต่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของ GPU และ NPU จึงอาจเป็นเหตุผลที่ Xiaomi จำกัดฟีเจอร์ไว้กับชิปประสิทธิภาพสูง
นอกจากเอฟเฟกต์กระจกแล้ว ยังมีรายงานว่า HyperOS 4 จะมาพร้อมการปรับปรุงด้านภาพและการทำงานอีกหลายรายการ ได้แก่
มีรายงานเพิ่มเติมถึงการ์ดแจ้งเตือนและ Control Center แบบโปร่งแสง หน้าจอล็อกที่จัดการแจ้งเตือนเป็นชั้น ๆ และระบบแสดงผลแสงเงาที่ปรับตามพื้นหลังหรือแอปที่กำลังเปิดอยู่
กำหนดการที่หลุดออกมาระบุช่วงเริ่มต้นของโครงการเบตาในจีนดังนี้ โดยเวลาทั้งหมดเป็นเวลามาตรฐานจีน
รายงานบางส่วนระบุว่ากลุ่มผู้ทดสอบชุดแรกในจีนอาจเป็นเจ้าของ Xiaomi 17 series และ Redmi K90
สำหรับเวอร์ชันเสถียร แหล่งข่าวหลายรายให้ภาพรวมไปในทิศทางเดียวกันว่า
อย่างไรก็ดี บางแหล่งข่าวเตือนว่าการปล่อยเวอร์ชันเสถียรอาจเลื่อนไปเป็นเดือนกันยายนหรือตุลาคม ขึ้นอยู่กับความเสถียรของรุ่นเบตา ดังนั้นวันที่ในจีนและกำหนดการทั่วโลกยังไม่ควรใช้เป็นกำหนดการยืนยันสำหรับแต่ละประเทศ
การได้รับอัปเดต HyperOS 4 กับการได้รับ Liquid Glass แบบเต็มอาจเป็นคนละเรื่องกัน ไฟล์ที่หลุดออกมาแสดงให้เห็นว่า Xiaomi แยกฟีเจอร์พื้นฐานออกจากฟีเจอร์ Glass อย่างชัดเจน ขณะที่รายละเอียดของแต่ละรุ่นและภูมิภาคอาจแตกต่างกัน
ปัจจุบัน Xiaomi ยืนยันเพียงว่าจะเปิดตัว “ระบบปฏิบัติการเจเนอเรชันใหม่” ในช่วงเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคม 2026 พร้อมประสบการณ์การโต้ตอบรูปแบบใหม่ แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะของ HyperOS 4 อย่างเป็นทางการ
สรุปสั้น ๆ คือ HyperOS 4 อาจเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่ของ Xiaomi ทั้งในด้านหน้าตา ระบบ AI และการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ แต่ผู้ใช้มือถือระดับกลางหรือรุ่นเรือธงรุ่นเก่าอาจไม่ได้สัมผัส Liquid Glass ครบทุกเอฟเฟกต์ ส่วนกำหนดการทั่วโลกยังต้องรอประกาศจาก Xiaomi อีกครั้ง