ปลายเดือนพฤษภาคม 2026 เนทันยาฮูสั่งยกระดับปฏิบัติการทางทหาร "บดขยี้" ฮิซบอลเลาะห์ เพียงไม่กี่วันหลังจากข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ เป็นตัวกลางได้รับการขยายเวลาออกไป 45 วัน [3][4] การยกระดับครั้งนี้ถูกเชื่อมโยงโดยนักวิเคราะห์ว่าเกี่ยวข้องโดยตรงกับการอยู่รอดทางการเมืองของเนทันยาฮู ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลขวาจัดเรียกร้องให้ "โ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the key developments and political dynamics behind the recent escalation of Israeli military operations against Hezbollah in Lebano. Article summary: Israel's military escalation against Hezbollah in May 2026 is unfolding against the backdrop of a fragile but formally extended US-brokered ceasefire, with Prime Minister Netanyahu ordering a renewed offensive even as hi. Topic tags: general, government, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Every military operation serves a broader political purpose. For Israel, this means ensuring security and advancing toward an agreement with Lebanon." source context "Lebanon on the Brink: Hezbollah, Israel and a Nation Under Strain | ISPI" Reference image 2: visual subject "Every military operation s
สงครามเต็มรูปแบบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2026 โดยกองกำลังอิสราเอลบุกเข้าไปในตอนใต้ของเลบานอนและปฏิบัติการโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วง ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ความขัดแย้งได้เข้าสู่ช่วงใหม่ที่ระเบิดขึ้นได้ง่าย เมื่อนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู สั่งยกระดับปฏิบัติการทางทหารเพื่อ "บดขยี้" ฮิซบอลเลาะห์ เพียงไม่กี่วันหลังจากที่ข้อตกลงหยุดยิงซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลางได้รับการขยายเวลาออกไป 45 วัน ขณะเดียวกัน พันธมิตรพรรคร่วมรัฐบาลขวาจัดของเขาได้ออกมาเรียกร้องต่อสาธารณะให้โจมตีกรุงเบรุต ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดแย้งกับข้อตกลงสงบศึกโดยตรง
การยกระดับความรุนแรงในครั้งนี้ไม่สามารถแยกออกจากวัตถุประสงค์ที่กว้างกว่าของสงคราม หรือข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางราวกับกระดาษที่กำลังถูกทดสอบ
เป้าหมายสงครามของอิสราเอล นั้นทะเยอทะยาน: ปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ ทำลายขีดความสามารถทางการทหารทั้งหมด และสร้างเขตปลอดภัยขึ้นมาใหม่ทางตอนเหนือของแม่น้ำลิตานี วาทกรรมของกองทัพอิสราเอลเปลี่ยนจากการ "ปิดล้อม" เป็นการ "บุก" โดยทำให้แนวรบเลบานอนกลายเป็นจุดสนใจหลัก แม้ในขณะที่สงครามคู่ขนานกับอิหร่านยังคงดำเนินอยู่ก็ตาม
ข้อตกลงหยุดยิงนั้นเป็นปฏิทรรศน์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศข้อตกลงสงบศึก 10 วัน เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2026 หลังจากการเจรจาในกรุงวอชิงตัน ข้อตกลงนี้ได้รับการขยายเวลาออกไปอีก 45 วันในวันที่ 15 พฤษภาคม เพื่อเปิดทางให้เกิดข้อตกลงทางการเมือง
ขั้นตอนต่อไปถูกกำหนดไว้ในวันที่ 29 พฤษภาคม โดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) มีกำหนดเป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะผู้แทนทางทหารจากทั้งสองฝ่าย ก่อนที่จะมีการเจรจาทางการเมืองในวันที่ 2 และ 3 มิถุนายน
ทว่าในทางปฏิบัติ ข้อตกลงหยุดยิงนี้ "มีรูพรุน" เป็นอย่างมาก อิสราเอลยังคงโจมตีทางอากาศทุกวัน โดยให้เหตุผลว่าเป็นการพุ่งเป้าไปที่หน่วยปฏิบัติการของฮิซบอลเลาะห์ซึ่งเป็นภัยคุกคามโดยตรง ขณะที่ฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งไม่ได้เป็นคู่สัญญาในการเจรจาระดับรัฐบาล ก็ยังคงยิงขีปนาวุธและโดรนเข้าไปในดินแดนของอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง ความขัดแย้งนี้ยังคง "คุกรุ่น" ดังที่นักวิเคราะห์ท่านหนึ่งบรรยายไว้ แม้จะมีข้อตกลงอย่างเป็นทางการก็ตาม
ภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดต่อข้อตกลงสงบศึกปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม เมื่อรัฐมนตรีขวาจัดสองคนของอิสราเอลออกมาเรียกร้องต่อสาธารณะให้ยกระดับความรุนแรงครั้งใหญ่ ซึ่งจะเป็นการยุติข้อตกลงหยุดยิงอย่างมีประสิทธิผล
รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ อิตามาร์ เบน กเวียร์ เรียกร้องให้เนทันยาฮูประสานงานกับประธานาธิบดีทรัมป์ และประกาศว่า อิสราเอลกำลัง "กลับเข้าสู่สงครามในเลบานอน" พร้อมทั้งเสนอให้ตัดไฟฟ้าและเข้ายึดพื้นที่ซาห์รานีทางตอนใต้ของเลบานอน
รัฐมนตรีคลัง เบซาเลล สมอทริช ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยการเรียกร้องให้โจมตีกรุงเบรุตอย่างชัดเจน โดยให้คำสั่งที่แข็งกร้าวว่า: "หนึ่งโดรนระเบิด ต้องแลกด้วยตึกสิบหลังที่ถล่มลงในเบรุต"
ข้อเรียกร้องเหล่านี้เป็นการตอบโต้โดยตรงต่อการใช้ "โดรนใยแก้วนำแสง" ของฮิซบอลเลาะห์ในการโจมตีกองกำลังอิสราเอล ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้มาตรการตอบโต้ทางทหารทำได้ยากลำบาก ด้านเนทันยาฮู แม้ไม่ได้ออกมารับรองการโจมตีเบรุตต่อสาธารณะ แต่ก็ได้สั่งการให้กองทัพ "เพิ่มพละกำลังการยิง" และทวีความรุนแรงในการโจมตีเพื่อบดขยี้กลุ่มดังกล่าว
นักวิเคราะห์มองว่า การยกระดับครั้งนี้เกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งกับการอยู่รอดทางการเมืองภายในประเทศของเนทันยาฮู พันธมิตรพรรคร่วมรัฐบาลขวาจัดของเขาถือไพ่เหนือกว่าในเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาล ทำให้ข้อเรียกร้องของพวกเขาเป็นเรื่องยากที่จะเพิกเฉย โดยไม่ต้องเสี่ยงกับการล่มสลายของรัฐบาลผสม ดังนั้น แรงผลักดันให้เกิดสงครามที่กว้างขึ้นจึงมีวัตถุประสงค์สองประการ คือ เป็นการตอบโต้การโจมตีด้วยโดรนของฮิซบอลเลาะห์ และเป็นกลไกในการประคองฐานเสียงทางการเมืองภายในประเทศไปพร้อมกัน
หนทางข้างหน้านั้นแคบและเปราะบางยิ่ง
ในทางทฤษฎี การขยายเวลาหยุดยิงจะดำเนินไปจนถึงประมาณปลายเดือนมิถุนายน โดยการเจรจาที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ในวันที่ 29 พฤษภาคม และการเจรจาที่นำโดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ในวันที่ 2-3 มิถุนายน มีเป้าหมายเพื่อสร้าง "ข้อตกลงทางการเมืองที่ยั่งยืน" รัฐบาลเลบานอนผลักดันให้มีการหยุดยิงอย่างเป็นทางการและการถอนกำลังของอิสราเอลออกจากภาคใต้ แต่ก็ยังไม่เต็มใจหรือไม่สามารถเผชิญหน้ากับฮิซบอลเลาะห์ได้โดยตรง
รัฐบาลทรัมป์ ซึ่งเป็นตัวกลางในการสงบศึกครั้งนี้ ถือเป็นหัวใจสำคัญของทางออกทางการทูตใดๆ ก็ตาม อย่างไรก็ตาม ศักยภาพในการจัดการปัญหาของสหรัฐฯ กำลังตึงมือจากสงครามคู่ขนานเพื่อทำลายขีดความสามารถทางยุทธศาสตร์ของอิหร่าน ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่อิสราเอลทุ่มเท "สุดตัว" เพื่อให้เกิดการล่มสลายของรัฐบาลอิหร่าน เช่นกัน
ความเสี่ยงเฉพาะหน้าคือ วงจรการยกระดับของอิสราเอลและวาทกรรมขวาจัด บวกกับการโจมตีอย่างต่อเนื่องของฮิซบอลเลาะห์ จะทำให้ข้อตกลงหยุดยิงไม่สามารถคงอยู่ได้ ก่อนที่การเจรจาทางการเมืองจะคืบหน้า สัปดาห์ต่อจากนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ข้อตกลงสงบศึกนี้คือสะพานสู่การตั้งถิ่นฐาน หรือเป็นเพียงช่วงหยุดหายใจก่อนพายุลูกใหญ่จะมาเยือน
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ปลายเดือนพฤษภาคม 2026 เนทันยาฮูสั่งยกระดับปฏิบัติการทางทหาร "บดขยี้" ฮิซบอลเลาะห์ เพียงไม่กี่วันหลังจากข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ เป็นตัวกลางได้รับการขยายเวลาออกไป 45 วัน [3][4]
ปลายเดือนพฤษภาคม 2026 เนทันยาฮูสั่งยกระดับปฏิบัติการทางทหาร "บดขยี้" ฮิซบอลเลาะห์ เพียงไม่กี่วันหลังจากข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ เป็นตัวกลางได้รับการขยายเวลาออกไป 45 วัน [3][4] การยกระดับครั้งนี้ถูกเชื่อมโยงโดยนักวิเคราะห์ว่าเกี่ยวข้องโดยตรงกับการอยู่รอดทางการเมืองของเนทันยาฮู ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลขวาจัดเรียกร้องให้ "โจมตีเบรุต" และ "ตัดไฟฟ้าเลบานอน" [3][5][16]
แม้จะมีข้อตกลง แต่การสู้รบยังคงดำเนินต่อไปทั้งสองฝ่าย ทำให้ข้อตกลงหยุดยิง "มีรูพรุน" และเสี่ยงที่จะล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ก่อนที่การเจรจาทางการเมืองจะมีกำหนดเริ่มในต้นเดือนมิถุนายน [22][26]