หากตัวเลขนี้เป็นจริง Dimensity 9600 Pro จะมีข้อได้เปรียบด้านราคาประมาณ 28% เมื่อเทียบกับชิประดับท็อปของ Qualcomm อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ยังเป็นข้อมูลก่อนเปิดตัวจากข่าวหลุดในห่วงโซ่อุปทานและรายงานของนักวิเคราะห์ ราคาอย่างเป็นทางการอาจเปลี่ยนแปลงได้
| ชิปเซ็ต | ราคาต่อชิ้นที่มีข่าวลือ | เทียบกับรุ่นก่อนหน้า |
|---|---|---|
| MediaTek Dimensity 9600 Pro | ประมาณ 216 ดอลลาร์ | เพิ่มจาก Dimensity 9500 ที่ราว 180–200 ดอลลาร์ |
| Qualcomm Snapdragon 8 Elite Gen 6 Pro (SM8975) | ประมาณ 300–320 ดอลลาร์ |
Dimensity 9500 รุ่นก่อนหน้ามีราคาประมาณ 180–200 ดอลลาร์ต่อชิ้น ขณะที่ Snapdragon 8 Elite Gen 5 อยู่ที่ราว 280 ดอลลาร์ ทำให้ MediaTek ถูกกว่าประมาณ 28% อยู่แล้ว หากโครงสร้างราคาเดิมยังคงอยู่ Dimensity 9600 Pro ก็อาจรักษาช่องว่างนี้ไว้ได้ แม้ราคาจะเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนก็ตาม
ปัจจัยสำคัญคือกระบวนการผลิต TSMC N2P ขนาด 2 นาโนเมตร โดยมีการประเมินว่าแผ่นเวเฟอร์ 2 นาโนเมตรหนึ่งแผ่นอาจมีราคาประมาณ 30,000–33,000 ดอลลาร์ เทียบกับราว 20,000 ดอลลาร์ สำหรับเวเฟอร์ 3 นาโนเมตร
นอกจากนี้ TSMC ยังมีรายงานว่าแจ้งลูกค้ารายใหญ่ถึงแผนขึ้นราคาค่าผลิตสูงสุด 10% ตั้งแต่ปี 2027 ขณะที่นักวิเคราะห์บางรายมองว่า การเพิ่มขึ้นครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่การปรับราคาเล็กน้อยตามรอบปกติ
ขนาดชิปก็มีผลต่อการคำนวณต้นทุนเช่นกัน Snapdragon 8 Elite Gen 6 Pro ถูกประเมินว่ามีขนาดไดประมาณ 134 ตารางมิลลิเมตร ซึ่งเล็กกว่า Dimensity 9500 ที่อยู่ราว 140 ตารางมิลลิเมตร ความหนาแน่นที่ดีกว่าอาจช่วยให้ Qualcomm ลดแรงกดดันจากต้นทุนเวเฟอร์ 2 นาโนเมตรได้บางส่วน
ต้นทุนไม่ได้เพิ่มขึ้นเฉพาะตัวชิป เพราะการเปลี่ยนไปใช้หน่วยความจำ LPDDR6 ก็มีแนวโน้มผลักดันต้นทุนชิ้นส่วนรวม หรือ BOM ของสมาร์ทโฟนเรือธงให้สูงขึ้นด้วย ขณะเดียวกัน Qualcomm ระบุว่า ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของบริษัทจะมีราคาเพิ่มขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์เลขสองหลักตั้งแต่เดือนกันยายน 2026
สำหรับผู้ผลิตอย่าง Samsung, Xiaomi, OPPO และ vivo ชิปเซ็ตถือเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนเดี่ยวที่มีต้นทุนสูงที่สุดของสมาร์ทโฟนเรือธง หาก Dimensity 9600 Pro มีราคาประมาณ 216 ดอลลาร์จริง ผู้ผลิตอาจมีทางเลือกมากขึ้นในการบริหารต้นทุน เช่น
แต่ Qualcomm ก็ไม่ได้ปล่อยพื้นที่ระดับกลางค่อนไปทางพรีเมียมให้คู่แข่งโดยง่าย มีรายงานว่าบริษัทเตรียมเปิดตัว Snapdragon 8 Elite Gen 6 รุ่นมาตรฐาน ที่ไม่ใช่รุ่น Pro ในราคาต่ำกว่า หาก Qualcomm ตั้งราคาชิปรุ่นมาตรฐานได้ดุดัน ช่องว่างด้านต้นทุนของ Dimensity 9600 Pro ก็อาจแคบลง และทำให้ผู้ผลิตตัดสินใจเลือกชิปได้ซับซ้อนขึ้น
Dimensity 9600 Pro เปิดโอกาสให้ MediaTek เพิ่มส่วนแบ่งในตลาด Android ระดับพรีเมียม ด้วยการนำเสนอชิป 2 นาโนเมตรที่มีราคาต่ำกว่ารุ่น Pro ของ Qualcomm ประมาณ 28% หลายรายงานถึงกับเรียกชิปนี้ว่าเป็น “ชิป 2 นาโนเมตรที่เข้าถึงได้มากที่สุด” ในตลาด
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่การดวลตัวต่อตัวระหว่างชิปสองรุ่นเพียงอย่างเดียว เพราะ Qualcomm ใช้กลยุทธ์แบ่งตลาดเป็นรุ่นมาตรฐานและรุ่น Pro หากผู้ผลิตเลือก Snapdragon 8 Elite Gen 6 รุ่นมาตรฐานสำหรับมือถือระดับพรีเมียมราคากลาง แทนที่จะใช้รุ่น Pro ความได้เปรียบด้านราคาของ MediaTek ก็อาจลดลง
การประเมินเบื้องต้นจากแหล่งข้อมูลบางส่วนยังมองว่า Snapdragon อาจคงความได้เปรียบด้านการเล่นเกมและประสิทธิภาพระดับสูงสุด ส่วน Dimensity วางจุดขายไว้ที่ประสิทธิภาพต่อพลังงาน ความคุ้มค่า และราคาที่แข่งขันได้ ในกลุ่มมือถือที่มีราคาต่ำกว่าประมาณ 55,000 รูปีอินเดีย หรือราว 660 ดอลลาร์ Dimensity ถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า
จากข้อมูลราคาหลุด MediaTek ดูได้เปรียบอย่างชัดเจนในเรื่องต้นทุนต่อชิ้น โดยส่วนต่างราว 28% ถือว่ามีนัยสำคัญสำหรับผู้ผลิตที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างราคาขาย ฟีเจอร์ และกำไร
แต่ผู้ชนะตัวจริงยังตัดสินไม่ได้ในตอนนี้ Qualcomm ยังมีจุดแข็งจากแบรนด์ในตลาดอัลตราพรีเมียม ขนาดไดที่เล็กกว่า และกลยุทธ์แบ่งชิปเป็นสองระดับ ดังนั้นศึกครั้งนี้น่าจะถูกแบ่งออกเป็นอย่างน้อยสองเซกเมนต์ราคา ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครมีชิปที่ถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว สิ่งสำคัญคือบริษัทใดจะจับคู่ราคา ประสิทธิภาพ ภาพลักษณ์ และความสัมพันธ์กับผู้ผลิตมือถือได้ลงตัวกว่ากัน
| เพิ่มจาก Snapdragon 8 Elite Gen 5 ที่ราว 280 ดอลลาร์ |