HSBC คาดการณ์ว่าแต่ละโปรเจกต์ AI ลำดับความสำคัญสูงสุดที่พัฒนาร่วมกับ Google Cloud และ DeepMind จะสร้างรายได้เพิ่มหรือประหยัดต้นทุนได้มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 3,500 ล้านบาท ธนาคารวางแผนเปิดตัวกรณีการใช้งาน AI กว่า 200 รายการในสองปี โดยมุ่งเน้นที่การให้คำแนะนำด้านการลงทุนส่วนบุคคล การจัดการความเสี่ยงอา...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the key details of HSBC's multi-year AI partnership with Google Cloud announced on June 17, including the expected financial impact. Article summary: On June 17, 2026, HSBC announced a multi-year strategic partnership with Google Cloud to accelerate AI adoption across its global operations, with priority projects each expected to generate over $100 million in addition. Topic tags: general, general web, news, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "HSBC HOLDINGS (00005.HK) +1.800 (+1.233%)) Short selling $230.64M; Ratio 14.594%) announced a multi-year partnership with Google, focusing on enhancing the bank's AI capabilities." source context "HSBC HOLDINGS Forms AI Partnership with Google CloudUS Stocks - Global News Content" Reference image 2: visual
ในวันที่ 17 มิถุนายน 2026 ณ งาน Google Cloud Summit ณ กรุงลอนดอน HSBC ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะเวลาหลายปีกับ Google Cloud เพื่อผนวก Generative AI เข้าสู่การดำเนินงานระดับโลกของธนาคารอย่างลึกซึ้ง ความทะเยอทะยานในครั้งนี้ไม่ธรรมดา เพราะ HSBC ประมาณการว่า แต่ละโปรเจกต์ที่มีลำดับความสำคัญสูงสุดภายใต้ความร่วมมือนี้ จะสร้างมูลค่าผลประโยชน์เกินกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3,500 ล้านบาท) ไม่ว่าจะมาจากการเติบโตของรายได้โดยตรงหรือการประหยัดต้นทุนจากประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น ภายในระยะเวลาสองปี ธนาคารตั้งใจที่จะเปิดตัวกรณีการใช้งาน AI ใหม่ๆ มากกว่า 200 กรณี นับเป็นหนึ่งในการเดิมพันด้าน AI ที่ดุดันที่สุด โดยสถาบันการเงินรายใหญ่ และเป็นการต่อยอดจากแอปพลิเคชันกว่า 600 รายการที่รันอยู่บน Google Cloud อยู่แล้ว รวมถึงความสำเร็จจากการร่วมพัฒนาระบบต่อต้านการฟอกเงินที่พลิกโฉมการทำงานของ HSBC ไปแล้วก่อนหน้านี้
ความร่วมมือนี้มุ่งเป้าไปที่ 3 โดเมนงานหลัก:
แกนหลักทางเทคนิคของความร่วมมือนี้ดึงเอาขีดความสามารถ AI ที่ล้ำสมัยที่สุดของ Google มาใช้ HSBC จะได้เข้าถึง โมเดล Gemini เวอร์ชันล่าสุด และ Gemini Enterprise Agent Platform ซึ่งเป็นระบบที่จะช่วยให้ธนาคารสามารถสร้างและปรับใช้ AI Agent แบบกำหนดเองที่ทำงานอัตโนมัติในขั้นตอนที่ซับซ้อนและมีหลายขั้นตอนได้
วิศวกรจากทั้ง Google Cloud และ Google DeepMind จะทำงานร่วมกับทีมงานของ HSBC โดยตรง เพื่อพัฒนาเครื่องมือเหล่านี้ ทำให้การทำงานครั้งนี้เป็นมากกว่าข้อตกลงผู้ขายและผู้ซื้อทั่วไป แต่คือความพยายามในการวิจัยและพัฒนา (R&D) ร่วมกันอย่างแท้จริง โครงสร้างพื้นฐานที่ HSBC มีอยู่เดิมแล้วบน Google Cloud ซึ่งประกอบด้วยแอปพลิเคชันกว่า 600 ตัว ถือเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการขยายขีดความสามารถในครั้งนี้
นี่ไม่ใช่ความร่วมมือด้าน AI ครั้งใหญ่ครั้งแรกระหว่าง HSBC และ Google ธนาคารเคยร่วมพัฒนาระบบต่อต้านการฟอกเงินที่ชื่อว่า Dynamic Risk Assessment (DRA) มาก่อน ซึ่งใช้ AML AI ของ Google Cloud เป็นเครื่องมือหลักในการตรวจจับ
ปัจจุบัน DRA ทำหน้าที่ตรวจสอบธุรกรรมมากกว่า 1 พันล้านรายการต่อเดือน และให้ผลลัพธ์ที่วัดผลได้อย่างชัดเจน นั่นคือการตรวจจับกิจกรรมต้องสงสัยที่แท้จริงเพิ่มขึ้น 2 ถึง 4 เท่า และการแจ้งเตือนที่ผิดพลาดลดลงประมาณ 60% ผลลัพธ์เหล่านั้นได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า AI สามารถทำงานเหนือกว่าระบบการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์แบบเดิม และลดต้นทุนการสืบสวนได้อย่างมหาศาล ความร่วมมือในปี 2026 นี้ จึงเป็นการนำโมเดลการร่วมพัฒนาที่ประสบความสำเร็จแบบเดียวกันมาใช้กับปัญหาในขอบเขตธุรกิจที่กว้างขึ้น
Georges Elhedery ซีอีโอของ HSBC ได้กล่าวอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น โดยระบุต่อสาธารณะว่า Generative AI จะทำลายบางบทบาทหน้าที่งานและสร้างงานใหม่ขึ้นมา แต่เขายังย้ำว่าผู้คนจะยังคงเป็นหัวใจหลักของการธนาคาร แม้การใช้งาน AI จะขยายตัวมากขึ้น
มีรายงานระบุว่า ธนาคารได้พิจารณาที่จะลดพนักงานประมาณ 20,000 ตำแหน่ง หรือราว 10% ของพนักงานทั่วโลก ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจากการใช้ AI สถานการณ์นี้สอดคล้องกับความรู้สึกโดยรวมในอุตสาหกรรม Jamie Dimon ซีอีโอของ JPMorgan Chase เคยกล่าวว่า AI "จะทำให้ตำแหน่งงานหายไป", Jane Fraser ซีอีโอของ Citigroup ก็ยอมรับว่าบางตำแหน่ง "จะไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป" และ John Waldron ประธานของ Goldman Sachs ยังเคยเรียกกระบวนการธนาคารตามปกติว่าเป็น "สายการผลิตมนุษย์" ที่พร้อมสำหรับการนำระบบอัตโนมัติเข้ามาแทนที่
HSBC นับเป็นหนึ่งในธนาคารรายใหญ่ระดับโลกกลุ่มแรกๆ ที่ประกาศตัวเลขมูลค่าเป็นตัวเงินที่แน่นอนสำหรับความคาดหวังด้าน AI ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าผู้นำขององค์กรให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีนี้ในฐานะแรงขับเคลื่อนผลกำไรอย่างจริงจังเพียงใด เกณฑ์มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ต่อโปรเจกต์ ถือเป็นการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในภาคส่วนที่การใช้งาน AI จำนวนมากยังเป็นเพียงการทดลองหรือไม่ได้วัดผล
นอกจากนี้ ความร่วมมือครั้งนี้ยังทำให้ HSBC อยู่แถวหน้าสุดของการแข่งขันกันพัฒนาเทคโนโลยีในหมู่ธนาคารระดับโลก เมื่อคู่แข่งอย่าง JPMorgan, Citi และ Goldman Sachs ต่างก็เร่งนำ AI เข้ามาใช้งานอย่างเต็มกำลัง ความพร้อมของ HSBC ที่จะระบุตัวเลขผลประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม และการปรับโครงสร้างพนักงานให้สอดคล้องกัน จึงถือเป็นคำแถลงการณ์เชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
HSBC คาดการณ์ว่าแต่ละโปรเจกต์ AI ลำดับความสำคัญสูงสุดที่พัฒนาร่วมกับ Google Cloud และ DeepMind จะสร้างรายได้เพิ่มหรือประหยัดต้นทุนได้มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 3,500 ล้านบาท
HSBC คาดการณ์ว่าแต่ละโปรเจกต์ AI ลำดับความสำคัญสูงสุดที่พัฒนาร่วมกับ Google Cloud และ DeepMind จะสร้างรายได้เพิ่มหรือประหยัดต้นทุนได้มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 3,500 ล้านบาท ธนาคารวางแผนเปิดตัวกรณีการใช้งาน AI กว่า 200 รายการในสองปี โดยมุ่งเน้นที่การให้คำแนะนำด้านการลงทุนส่วนบุคคล การจัดการความเสี่ยงอาชญากรรมทางการเงิน และเครื่องมือ AI สำหรับพนักงาน front line
Georges Elhedery ซีอีโอของ HSBC ระบุว่า AI จะทำลายบางตำแหน่งงานและสร้างงานใหม่ขึ้นมา ขณะที่มีรายงานว่าธนาคารกำลังพิจารณาลดพนักงานประมาณ 20,000 ตำแหน่ง หรือราว 10% ของพนักงานทั้งหมด