ราคาสำหรับตลาดสหรัฐฯ เริ่มต้นดังนี้
การเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดที่สุดคือการตัดรุ่นเริ่มต้น 128GB ออกไป Pixel 11 รุ่นมาตรฐานจึงมีพื้นที่เริ่มต้นเป็น 256GB หรือเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากเดิม แม้ราคาตั้งต้นจะสูงขึ้น 100 ดอลลาร์เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
รายงานระบุว่า Pixel 11 รุ่นมาตรฐานมี RAM 12GB ส่วนรุ่น Pro ระดับสูงมี RAM 16GB ขณะที่ข้อมูลราคาสำหรับอินเดียระบุว่ามีตัวเลือกความจุ 256GB และ 512GB ใน Pixel 11, Pro และ Pro XL รวมถึงรุ่น Pro Fold ความจุ 512GB
ข้อมูลที่มีอยู่ชี้ไปที่สองปัจจัยหลัก ได้แก่ การปรับความจุเริ่มต้นเป็น 256GB และแรงกดดันจากภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำ RAM
ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่า ราคา LPDDR5X เพิ่มจากประมาณ 2.80 ดอลลาร์เป็น 12 ดอลลาร์ต่อกิกะไบต์ ยังไม่มีแหล่งข้อมูลที่ยืนยันได้ จึงไม่ควรนำเสนอว่าเป็นสาเหตุที่ได้รับการยืนยันแล้ว
Pixel 11 ทุกรุ่นใช้ชิป Google Tensor G6 ซึ่ง Google ระบุว่าเป็นชิป Pixel ที่เร็วและทรงพลังที่สุดของบริษัท พร้อมรองรับ Gemini Nano รุ่นล่าสุด
รายงานจากงานเปิดตัวระบุว่า Tensor G6 อาจช่วยให้ประหยัดพลังงานขึ้นสูงสุด 20% ท่องเว็บเร็วขึ้น 25% และเปิดแอปเร็วขึ้น 15% เมื่อเทียบกับ Tensor G5 นอกจากนี้ Android Central รายงานว่าหน่วยประมวลผล TPU สำหรับงาน AI บนอุปกรณ์เร็วขึ้น 50%
ตัวเลขเหล่านี้เป็นคำกล่าวอ้างจากบริษัทหรือการรายงานบรรยากาศในงานเปิดตัว ไม่ใช่ผลการทดสอบประสิทธิภาพจากแหล่งอิสระ
แหล่งข้อมูลหลักและสื่อรายใหญ่ที่มีอยู่ยังไม่ยืนยันรายละเอียดว่า Tensor G6 ผลิตด้วยกระบวนการ 2 นาโนเมตร รวมถึงข้อกล่าวอ้างว่า AI บนอุปกรณ์เร็วขึ้น 3.5 เท่า หรือมีประสิทธิภาพด้านแมชชีนเลิร์นนิงเพิ่มขึ้น 50% ดังนั้นตัวเลขเหล่านี้ยังไม่ควรถูกใช้เป็นสเปกที่ยืนยันแล้ว
Google วางตำแหน่ง Pixel 11 ให้เป็นสมาร์ตโฟนที่ใช้ Gemini ได้อย่างเชิงรุกและปรับให้เหมาะกับผู้ใช้มากขึ้น โดย Tensor G6 และ Gemini Nano จะเป็นพื้นฐานสำหรับฟีเจอร์ AI บนอุปกรณ์
แต่หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่า Gemini สามารถวิเคราะห์สิ่งที่แสดงบนหน้าจอและทำงานหลายขั้นตอนข้ามแอปได้มากกว่า 40 แอปตามที่มีการกล่าวอ้าง ฟีเจอร์ดังกล่าวอาจเป็นความสามารถที่อยู่ในแผนหรือมีการรายงานไว้ แต่ยังไม่ควรสรุปว่าเป็นฟีเจอร์เปิดตัวที่ยืนยันแน่นอนแล้ว
ประเด็นนี้สำคัญ เพราะจุดขายของ Pixel 11 ไม่ได้อยู่ที่กล้องหรือชิปเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่พฤติกรรมของซอฟต์แวร์ด้วย สิ่งที่ยืนยันได้ในตอนนี้คือ Google กำลังผสาน Gemini เข้ากับ Pixel อย่างลึกซึ้งขึ้น ไม่ใช่การยืนยันว่าโทรศัพท์มีผู้ช่วยอัตโนมัติที่ทำงานได้แน่นอนใน 40 แอปตามตัวเลขดังกล่าว
Pixel 11 Pro และ Pixel 11 Pro XL มาพร้อม HiLight ระบบไฟ LED สีรอบแฟลชกล้อง ไฟดังกล่าวสามารถแจ้งเตือนแบบมองเห็นได้ทันทีเมื่อวางโทรศัพท์คว่ำหน้าจอ รวมถึงสถานะการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ Gemini และการกำหนดสีเฉพาะให้กับผู้ติดต่อสำคัญ
Google ยังชูการอัปเกรดกล้องและเซ็นเซอร์รับภาพรุ่นใหม่ในตระกูล Pixel 11 โดยรุ่น Pro จะได้รับระบบกล้องที่ก้าวหน้ากว่า ขณะที่ประกาศจาก Google ในบางภูมิภาคระบุว่ารองรับ Pro Zoom สูงสุด 120 เท่า แต่ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่สามารถยืนยันการแบ่งขอบเขตอย่างชัดเจนว่า Pro ซูมได้ 120 เท่า ส่วนรุ่นมาตรฐานทำได้ 30 เท่า
Pixel 11 Pro Fold เป็นรุ่นที่แพงที่สุดของตระกูล ด้วยราคาเริ่มต้น 1,899 ดอลลาร์ Google ระบุว่ารุ่นนี้เบาลงเกือบ 10% และบางลงประมาณ 1 มิลลิเมตรเมื่อเทียบกับรุ่นจอพับก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม รีวิวแบบ hands-on ระยะแรกจาก Engadget มองว่า Pro Fold เป็นการพัฒนาที่หยุดนิ่งมากกว่าจะเป็นนวัตกรรมใหม่ เมื่อเทียบกับมือถือจอพับรุ่นใหม่ของ Samsung ความเห็นดังกล่าวเป็นการประเมินของผู้รีวิวต่อ Pro Fold โดยเฉพาะ ไม่ใช่ข้อสรุปที่ใช้แทนความคิดเห็นต่อ Pixel 11 ทั้งตระกูล
รายงานที่มีอยู่ระบุว่า Pixel 11, Pixel 11 Pro และ Pixel 11 Pro XL จะได้รับการอัปเดตระบบปฏิบัติการ ความปลอดภัย และ Pixel Drop เป็นเวลา 7 ปี
อย่างไรก็ดี แหล่งข้อมูลที่ค้นพบยังไม่ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่านโยบาย 7 ปีเดียวกันนี้ครอบคลุม Pixel 11 Pro Fold ด้วย จึงควรรอการยืนยันโดยตรงก่อนสรุปว่ายังใช้กับรุ่นจอพับเช่นกัน
T-Mobile เปิดให้สั่งซื้อ Pixel 11 ล่วงหน้าในวันที่ 12 สิงหาคม และประกาศวางจำหน่ายวันที่ 20 สิงหาคม โปรโมชันหลักคือรับ Pixel 11 Pro XL แบบไม่ต้องจ่ายค่าเครื่อง หรือรับเครดิตสูงสุด 1,300 ดอลลาร์ เมื่อเข้าเงื่อนไขเรื่องการเปิดเบอร์ใหม่ การนำเครื่องเก่ามาแลก และแพ็กเกจที่กำหนด
คำว่า “ฟรี” ในกรณีนี้ไม่ได้หมายถึงส่วนลดเงินสด 1,300 ดอลลาร์สำหรับทุกคน แต่เป็นเครดิตหักค่าบริการรายเดือนตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการ โดยรายงานของ T-Mobile ระบุว่าเครดิตอาจทยอยให้ตลอด 36 เดือน และยอดค่าเครื่องที่เหลืออาจต้องชำระทันทีหากยกเลิกบริการก่อนกำหนด
ด้าน Google Store มีโปรโมชันรับเงินคืนสูงสุด 600 ดอลลาร์เมื่อแลกเครื่องเก่าที่เข้าเงื่อนไขสำหรับ Pixel 11 Pro หรือ Pro XL รวมถึงสิทธิ์ใช้งาน Google AI Pro ฟรี 6 เดือนสำหรับผู้ซื้อ Pixel 11 Pro, Pro XL หรือ Pro Fold ที่เข้าเกณฑ์
ส่วนส่วนลด 450 ดอลลาร์สำหรับสมาชิก Google Fi ที่มีการกล่าวถึงก่อนหน้านี้ ยังไม่สามารถตรวจสอบยืนยันจากแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ได้
การอัปเกรดที่ยืนยันได้ของ Pixel 11 คือการเพิ่มราคา ความจุเริ่มต้น 256GB ชิป Tensor G6 การผลักดัน Gemini ให้มีบทบาทมากขึ้น และฟีเจอร์ฮาร์ดแวร์บางส่วนที่สงวนไว้สำหรับรุ่น Pro รุ่นมาตรฐานจึงได้สเปกเริ่มต้นที่คุ้มขึ้นในแง่พื้นที่จัดเก็บ แต่ราคา 899 ดอลลาร์ทำให้ Pixel 11 ไม่ได้ถูกวางตำแหน่งเป็นเรือธงราคาประหยัดแบบเดิมอีกต่อไป
สำหรับผู้ซื้อ การตัดสินใจจึงไม่ได้อยู่ที่การมีสเปกใดสเปกหนึ่งที่ก้าวกระโดดอย่างชัดเจน แต่อยู่ที่ลำดับความสำคัญของแต่ละคน รุ่นมาตรฐานให้ชิปใหม่และพื้นที่เริ่มต้นที่มากขึ้น ส่วนรุ่น Pro เพิ่มฟีเจอร์อย่าง HiLight และระบบกล้องที่จริงจังขึ้นแลกกับราคาที่สูงกว่า
ขณะเดียวกัน ตัวเลขด้าน AI และประสิทธิภาพที่หวือหวาหลายรายการซึ่งถูกพูดถึงในช่วงเปิดตัว ยังต้องการแหล่งข้อมูลที่หนักแน่นกว่านี้ก่อนจะถือเป็นข้อเท็จจริงของ Pixel 11