แนวคิดหลักของ Google คือการเปลี่ยน AI จากผู้ช่วยแบบ “ถามแล้วตอบ” ให้กลายเป็นพาร์ตเนอร์ที่ลงมือทำงานแทนผู้ใช้ แม้ในช่วงที่ผู้ใช้กำลังนอนหลับ
Gemini Spark ขับเคลื่อนด้วยโมเดล Gemini 3.6 Flash และเชื่อมต่อกับแอปใน Google Workspace ได้โดยตรง ได้แก่ Gmail, Calendar, Drive, Docs, Sheets และ Slides รวมถึง YouTube และ Google Maps
นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อบริการภายนอกผ่าน MCP เช่น Canva, OpenTable และ Instacart ทำให้ Spark สามารถอ่านอีเมล ตรวจสอบกำหนดการ แก้ไขเอกสาร หรือทำงานร่วมกับบริการอื่นจากจุดเดียวได้
อย่างไรก็ตาม การเชื่อมต่อเหล่านี้ไม่ได้เปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ ผู้ใช้ต้องเข้าไปเปิดใช้ผ่านการตั้งค่าก่อน
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 Google ประกาศนำ Gemini Spark มาเชื่อมต่อกับฟีเจอร์ Chrome auto browse บนคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป ก่อนหน้านี้ Spark สามารถทำงานผ่านเบราว์เซอร์ระยะไกล แต่การอัปเดตใหม่นี้ทำให้ Agent เข้าไปทำงานบน Chrome ที่ผู้ใช้กำลังใช้งานอยู่ได้โดยตรง
หากผู้ใช้ให้สิทธิ์ Spark สามารถทำสิ่งต่อไปนี้ได้
ระหว่างที่ Spark ควบคุม Chrome จะมีตัวบ่งชี้ Gemini และ auto browse แสดงอยู่บริเวณแถบด้านบนของเบราว์เซอร์
การให้ AI เข้าถึงเซสชันที่ล็อกอินและรหัสผ่านที่บันทึกไว้ทำให้ความสะดวกเพิ่มขึ้นมาก แต่ก็ทำให้เรื่องความปลอดภัยมีความสำคัญยิ่งขึ้น Google ระบุว่ามีมาตรการป้องกันหลายชั้น ได้แก่
Chrome auto browse เริ่มทยอยเปิดให้ใช้งานในสหรัฐฯ และ Google ระบุว่ามีแผนขยายไปยังภูมิภาคอื่นในภายหลัง
หลังเปิดตัวครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2026 Google กำลังทยอยขยาย Gemini Spark ไปยังสมาชิก Google AI Pro ในกว่า 160 ประเทศ โดยประกาศจาก Google ระบุว่าการขยายครั้งนี้จะทำให้ผู้ใช้ทั่วโลกเข้าถึง Spark ได้มากขึ้น
เอกสารช่วยเหลือของ Google ระบุว่า ณ วันที่ 17 มิถุนายน 2026 Spark เริ่มทยอยเปิดให้ใช้ในพื้นที่ที่รองรับ Gemini Apps ยกเว้นออสเตรเลีย แคนาดา เขตเศรษฐกิจยุโรป ฮ่องกง อินเดีย ญี่ปุ่น ไนจีเรีย เกาหลีใต้ สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร หลังจากนั้น Google ได้ขยายการให้บริการเพิ่มเติมในอินเดียและตลาดเอเชียแปซิฟิกบางส่วนในเดือนกรกฎาคม
ดังนั้น รายชื่อพื้นที่ที่รองรับอาจเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาของการทยอยเปิดตัว และ Google ยังไม่ได้เผยแพร่หน้ารวมรายชื่อประเทศที่ไม่รองรับทั้งหมดไว้ในที่เดียว
Gemini Spark รวมอยู่ในแพ็กเกจ Google AI แบบชำระเงินสำหรับผู้บริโภค โดยราคาที่อ้างอิงในสหรัฐฯ มีดังนี้
ในสหรัฐฯ Gemini Spark กำลังทยอยเปิดให้สมาชิก Google AI Pro ใช้งาน ส่วนผู้ใช้ในประเทศอื่นโดยทั่วไปต้องสมัคร Google AI Ultra โดยมีข้อยกเว้นสำคัญคือสมาชิก AI Pro ในสหรัฐฯ
ราคาและสิทธิ์ใช้งานในแต่ละประเทศอาจแตกต่างกัน จึงไม่ควรนำตัวเลขดอลลาร์ไปตีความเป็นราคาท้องถิ่นโดยตรง
แม้การเปิดตัวจะครอบคลุมกว่า 160 ประเทศ แต่ Gemini Spark ยังไม่เปิดให้ใช้งานในพื้นที่ต่อไปนี้
ผู้ใช้ในพื้นที่เหล่านี้ยังสามารถสมัคร Google AI Pro หรือ Google AI Ultra ได้ แต่จะไม่ได้รับสิทธิ์เข้าถึง Gemini Spark เช่นเดียวกับ Chrome auto browse ที่ยังไม่เปิดให้บริการในภูมิภาคดังกล่าว
หน้าแพ็กเกจ Google ในภาษาอิตาลียังระบุว่า Spark ใช้งานได้ “เฉพาะสหรัฐฯ และเฉพาะภาษาอังกฤษ” ขณะที่ Google ยังไม่ได้ให้คำอธิบายอย่างเป็นทางการว่าเหตุใด EEA สหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ และไนจีเรียจึงถูกยกเว้น
เอกสารช่วยเหลืออย่างเป็นทางการของ Google ระบุว่าผู้ใช้ Gemini Spark ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
สำหรับ Chrome auto browse บนเดสก์ท็อป ผู้ใช้ต้องอยู่ในสหรัฐฯ มีแพ็กเกจ Google AI Pro หรือ Ultra ลงชื่อเข้าใช้ Chrome ด้วยบัญชีเดียวกับบัญชีที่ใช้สมัคร และใช้ Chrome เวอร์ชันล่าสุด นอกจากนี้อุปกรณ์ต้องตั้งค่าภาษาเป็นภาษาอังกฤษและผู้ใช้ต้องมีสิทธิ์เข้าร่วมฟีเจอร์ดังกล่าว
Gemini Spark ถือเป็นหนึ่งในความพยายามครั้งใหญ่ที่สุดของ Google ในการผลักดัน AI สำหรับผู้บริโภคจากรูปแบบแชตบอตไปสู่ Agent ที่ทำงานเองได้อย่างต่อเนื่อง การเชื่อมต่อกับ Gmail, Calendar, Docs และบริการอื่นทำให้ Spark สามารถจัดการงานหลายขั้นตอนได้โดยไม่ต้องมีผู้ใช้คอยกำกับทุกจังหวะ
ส่วนการเชื่อมต่อกับ Chrome ทำให้ความสามารถดังกล่าวเข้าใกล้ชีวิตดิจิทัลของผู้ใช้มากขึ้น เพราะ Agent สามารถทำงานภายในบัญชีที่ล็อกอินอยู่และใช้รหัสผ่านที่บันทึกไว้ได้ จุดนี้ช่วยลดขั้นตอนที่น่าเบื่อ แต่ผู้ใช้ก็ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนอนุญาตให้ AI เข้าถึงข้อมูลรับรองและบัญชีสำคัญ
ณ การขยายตัวในเดือนกรกฎาคม 2026 Gemini Spark เปิดให้ผู้ใช้ในสหรัฐฯ ที่สมัคร Google AI Pro ในราคา 19.99 ดอลลาร์ต่อเดือน และเปิดให้ผู้ใช้ทั่วโลกในหลายพื้นที่ผ่าน Google AI Ultra ที่เริ่มต้น 99.99 ดอลลาร์ต่อเดือน ขณะที่ Chrome auto browse ยังเริ่มต้นเฉพาะสหรัฐฯ และผู้ใช้ในเขตเศรษฐกิจยุโรป สหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ และไนจีเรียยังต้องรอการเปิดให้บริการโดยไม่มีกำหนดการหรือเหตุผลอย่างเป็นทางการจาก Google