นอกจากนี้ ยังมีนักลงทุนเชิงกลยุทธ์รายใหม่อย่าง Sella Direct Ventures ซึ่งเป็นบริษัทเงินร่วมลงทุนในเครือธนาคาร Sella ของอิตาลี เข้าร่วมในรอบนี้ด้วย พร้อมกับการสนับสนุนต่อเนื่องจากนักลงทุนเดิม ได้แก่ Frontline Ventures และ Y Combinator โปรแกรมบ่มเพาะสตาร์ทอัพระดับโลก
ด้วยการระดมทุนครั้งนี้ ยอดรวมเงินทุนที่ Flagright ระดมได้ทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 22 ล้านดอลลาร์ ต่อยอดจากรอบ Seed มูลค่า 4.3 ล้านดอลลาร์ในช่วงต้นปี 2025 และรอบ Pre-Seed มูลค่า 3.2 ล้านดอลลาร์ บริษัทมีแผนจะใช้เงินทุนใหม่นี้เพื่อขยายขีดความสามารถด้าน AI เพิ่มจำนวนทีมงานในส่วนของวิศวกรรมและการดูแลลูกค้า และขยายธุรกิจไปทั่วโลก
Flagright ก่อตั้งขึ้นในปี 2021 โดยสองผู้ร่วมก่อตั้งคือ Baran Ozkan (ซีอีโอ) และ Madhu Gopalakrishna Nadig เรื่องราวของพวกเขาไม่ได้เริ่มต้นในห้องประชุมที่หรูหรา แต่เริ่มจากประสบการณ์อันน่าหงุดหงิดของ Ozkan ในฐานะ "ลูกค้าตัวจริง"
ในช่วงที่เขาทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ให้กับบริษัท fintech ด้านการโอนเงินในลิทัวเนีย เขาใช้เวลาถึง 15 เดือนในการค้นหาโซลูชันตรวจสอบธุรกรรมแบบเรียลไทม์ที่ใช้ความเสี่ยงเป็นพื้นฐาน แต่สิ่งที่เขาเจอคือซอฟต์แวร์จากผู้ให้บริการรายใหญ่ที่พูดอย่างทำอย่าง พวกเขา "สวยแต่รูป จูบไม่หอม"—สาธิตได้ดี แต่ในทางปฏิบัติกลับมีราคาแพงเกินไป ฟังก์ชันการทำงานอ่อนแอ มีหน้าตาผู้ใช้ที่ชวนปวดหัว และ API ที่ยังไม่สมบูรณ์
แทนที่จะจำใจใช้ของที่ด้อยคุณภาพ Ozkan ตัดสินใจหยุดมองหาและเริ่มลงมือสร้างเอง เขาชักชวน Nadig อดีตเพื่อนร่วมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างระบบที่รองรับข้อมูลขนาดใหญ่ มาร่วมกันพัฒนาโซลูชันที่พวกเขาอยากใช้เอง หลังจากนั้นไม่นาน Flagright ก็ได้เข้าร่วมโปรแกรม Y Combinator และมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเบอร์ลิน พร้อมฐานที่มั่นที่กำลังเติบโตในสหรัฐอเมริกา
Flagright ไม่ได้เป็นแค่ซอฟต์แวร์ตัวหนึ่ง แต่พวกเขาเรียกตัวเองว่าเป็น "ระบบปฏิบัติการ AI" สำหรับการปฏิบัติตามกฎระเบียบอาชญากรรมทางการเงิน แพลตฟอร์มของพวกเขาถูกรวมศูนย์ความสามารถหลายอย่างที่เคยแยกกันอยู่อย่างกระจัดกระจายให้มาอยู่ในที่เดียว:
ณ วันที่ประกาศข่าวนี้ Flagright มีทีมงานเพียง 40 คน ที่ดูแลลูกค้ามากกว่า 100 ราย ใน 35 ประเทศ สะท้อนถึงประสิทธิภาพและความสามารถในการขยายธุรกิจที่น่าทึ่ง
ปี 2026 กำลังจะเป็นปีที่ AI ในแวดวงการปฏิบัติตามกฎระเบียบเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเทคโนโลยีทดลอง สู่การเป็นเครื่องมือที่พร้อมใช้งานจริงในระดับองค์กร สถาบันการเงินชั้นนำกำลังนำ AI มาใช้ตลอดวงจรชีวิตของงาน ตั้งแต่การดึงข้อมูล การรีเฟรชข้อมูล KYC ไปจนถึงการสนับสนุนงานสืบสวนและการตัดสินใจป้องกันการทุจริต รายงาน FinCrime Frontier 2025–26 พบว่าเกือบ 80% ขององค์กร คาดว่าจะลงทุนใน AI เพื่อการปฏิบัติตามกฎระเบียบภายในปี 2026
งานวิจัยจาก Parker & Lawrence Research และ RegTech Analyst ประเมินว่าตลาด RegTech ทั่วโลกสำหรับบริการทางการเงินมีมูลค่ารวมสูงถึง 245.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการใช้จ่ายด้าน RegTech เติบโตขึ้น 24.8% เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งเร็วกว่าการเติบโตของการลงทุนใน fintech โดยรวมที่ 18% และ Juniper Research คาดการณ์ว่าการลงทุนใน RegTech ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นอีก 124% ระหว่างปี 2023 ถึง 2028
การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของระบบเพย์เมนต์แบบเรียลไทม์ทั่วโลก เช่น BiMPay ของบาร์เบโดส หรือ Real-Time Rails ของแคนาดา กำลังบังคับให้ระบบการปฏิบัติตามกฎระเบียบต้องตรวจสอบและวิเคราะห์ธุรกรรมในหลักมิลลิวินาที ไม่ใช่รอประมวลผลข้ามคืนอีกต่อไป นี่คือความต้องการเชิงโครงสร้างที่ส่งผลดีต่อแนวทางแบบเรียลไทม์ของ Flagright โดยตรง
การที่ Sella Bank เข้ามาลงทุนผ่านบริษัทร่วมทุนของตัวเอง ไม่ใช่แค่การจ่ายเงินเพื่อซื้อซอฟต์แวร์เท่านั้น แต่มันคือสัญญาณว่าสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมกำลังมองว่าแพลตฟอร์มการปฏิบัติตามกฎระเบียบแบบ AI-native คือโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ และพวกเขาพร้อมที่จะวางเดิมพันด้วยการถือหุ้นร่วมด้วย ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่พบว่า 95% ของสถาบันการเงินรายงานว่ามีการใช้ RegTech ในระดับองค์กรอย่างน้อยหนึ่งฟังก์ชัน
กฎระเบียบใหม่ๆ เริ่มเรียกร้องให้สถาบันการเงินสามารถตรวจจับการทุจริต การฟอกเงิน การละเมิดมาตรการคว่ำบาตร และอาชญากรรมทางการเงินอื่นๆ บนแพลตฟอร์มเดียว แทนที่จะใช้ระบบที่แยกส่วนกัน ดังที่ Francis Marinier หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการธนาคารของ Moody's กล่าวว่า เรากำลังเห็น "การเปลี่ยนแปลงที่องค์กรต่างๆ ต้องการภาพรวมของความเสี่ยงที่เชื่อมต่อกันและเป็นหนึ่งเดียว" ซึ่งแนวทางของ Flagright ที่รวบรวมทุกอย่างไว้ด้วยกันนั้น ตอบโจทย์ทิศทางของกฎระเบียบในอนาคตได้อย่างตรงจุด
นอกจากนี้ ยังมีนักลงทุนเชิงกลยุทธ์รายใหม่อย่าง Sella Direct Ventures ซึ่งเป็นบริษัทเงินร่วมลงทุนในเครือธนาคาร Sella ของอิตาลี เข้าร่วมในรอบนี้ด้วย พร้อมกับการสนับสนุนต่อเนื่องจากนักลงทุนเดิม ได้แก่ Frontline Ventures และ Y Combinator โปรแกรมบ่มเพาะสตาร์ทอัพระดับโลก
ด้วยการระดมทุนครั้งนี้ ยอดรวมเงินทุนที่ Flagright ระดมได้ทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 22 ล้านดอลลาร์ ต่อยอดจากรอบ Seed มูลค่า 4.3 ล้านดอลลาร์ในช่วงต้นปี 2025 และรอบ Pre-Seed มูลค่า 3.2 ล้านดอลลาร์ บริษัทมีแผนจะใช้เงินทุนใหม่นี้เพื่อขยายขีดความสามารถด้าน AI เพิ่มจำนวนทีมงานในส่วนของวิศวกรรมและการดูแลลูกค้า และขยายธุรกิจไปทั่วโลก
Flagright ก่อตั้งขึ้นในปี 2021 โดยสองผู้ร่วมก่อตั้งคือ Baran Ozkan (ซีอีโอ) และ Madhu Gopalakrishna Nadig เรื่องราวของพวกเขาไม่ได้เริ่มต้นในห้องประชุมที่หรูหรา แต่เริ่มจากประสบการณ์อันน่าหงุดหงิดของ Ozkan ในฐานะ "ลูกค้าตัวจริง"
ในช่วงที่เขาทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ให้กับบริษัท fintech ด้านการโอนเงินในลิทัวเนีย เขาใช้เวลาถึง 15 เดือนในการค้นหาโซลูชันตรวจสอบธุรกรรมแบบเรียลไทม์ที่ใช้ความเสี่ยงเป็นพื้นฐาน แต่สิ่งที่เขาเจอคือซอฟต์แวร์จากผู้ให้บริการรายใหญ่ที่พูดอย่างทำอย่าง พวกเขา "สวยแต่รูป จูบไม่หอม"—สาธิตได้ดี แต่ในทางปฏิบัติกลับมีราคาแพงเกินไป ฟังก์ชันการทำงานอ่อนแอ มีหน้าตาผู้ใช้ที่ชวนปวดหัว และ API ที่ยังไม่สมบูรณ์
แทนที่จะจำใจใช้ของที่ด้อยคุณภาพ Ozkan ตัดสินใจหยุดมองหาและเริ่มลงมือสร้างเอง เขาชักชวน Nadig อดีตเพื่อนร่วมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างระบบที่รองรับข้อมูลขนาดใหญ่ มาร่วมกันพัฒนาโซลูชันที่พวกเขาอยากใช้เอง หลังจากนั้นไม่นาน Flagright ก็ได้เข้าร่วมโปรแกรม Y Combinator และมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเบอร์ลิน พร้อมฐานที่มั่นที่กำลังเติบโตในสหรัฐอเมริกา
Flagright ไม่ได้เป็นแค่ซอฟต์แวร์ตัวหนึ่ง แต่พวกเขาเรียกตัวเองว่าเป็น "ระบบปฏิบัติการ AI" สำหรับการปฏิบัติตามกฎระเบียบอาชญากรรมทางการเงิน แพลตฟอร์มของพวกเขาถูกรวมศูนย์ความสามารถหลายอย่างที่เคยแยกกันอยู่อย่างกระจัดกระจายให้มาอยู่ในที่เดียว:
ณ วันที่ประกาศข่าวนี้ Flagright มีทีมงานเพียง 40 คน ที่ดูแลลูกค้ามากกว่า 100 ราย ใน 35 ประเทศ สะท้อนถึงประสิทธิภาพและความสามารถในการขยายธุรกิจที่น่าทึ่ง
ปี 2026 กำลังจะเป็นปีที่ AI ในแวดวงการปฏิบัติตามกฎระเบียบเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเทคโนโลยีทดลอง สู่การเป็นเครื่องมือที่พร้อมใช้งานจริงในระดับองค์กร สถาบันการเงินชั้นนำกำลังนำ AI มาใช้ตลอดวงจรชีวิตของงาน ตั้งแต่การดึงข้อมูล การรีเฟรชข้อมูล KYC ไปจนถึงการสนับสนุนงานสืบสวนและการตัดสินใจป้องกันการทุจริต รายงาน FinCrime Frontier 2025–26 พบว่าเกือบ 80% ขององค์กร คาดว่าจะลงทุนใน AI เพื่อการปฏิบัติตามกฎระเบียบภายในปี 2026
งานวิจัยจาก Parker & Lawrence Research และ RegTech Analyst ประเมินว่าตลาด RegTech ทั่วโลกสำหรับบริการทางการเงินมีมูลค่ารวมสูงถึง 245.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการใช้จ่ายด้าน RegTech เติบโตขึ้น 24.8% เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งเร็วกว่าการเติบโตของการลงทุนใน fintech โดยรวมที่ 18% และ Juniper Research คาดการณ์ว่าการลงทุนใน RegTech ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นอีก 124% ระหว่างปี 2023 ถึง 2028
การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของระบบเพย์เมนต์แบบเรียลไทม์ทั่วโลก เช่น BiMPay ของบาร์เบโดส หรือ Real-Time Rails ของแคนาดา กำลังบังคับให้ระบบการปฏิบัติตามกฎระเบียบต้องตรวจสอบและวิเคราะห์ธุรกรรมในหลักมิลลิวินาที ไม่ใช่รอประมวลผลข้ามคืนอีกต่อไป นี่คือความต้องการเชิงโครงสร้างที่ส่งผลดีต่อแนวทางแบบเรียลไทม์ของ Flagright โดยตรง
การที่ Sella Bank เข้ามาลงทุนผ่านบริษัทร่วมทุนของตัวเอง ไม่ใช่แค่การจ่ายเงินเพื่อซื้อซอฟต์แวร์เท่านั้น แต่มันคือสัญญาณว่าสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมกำลังมองว่าแพลตฟอร์มการปฏิบัติตามกฎระเบียบแบบ AI-native คือโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ และพวกเขาพร้อมที่จะวางเดิมพันด้วยการถือหุ้นร่วมด้วย ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่พบว่า 95% ของสถาบันการเงินรายงานว่ามีการใช้ RegTech ในระดับองค์กรอย่างน้อยหนึ่งฟังก์ชัน
กฎระเบียบใหม่ๆ เริ่มเรียกร้องให้สถาบันการเงินสามารถตรวจจับการทุจริต การฟอกเงิน การละเมิดมาตรการคว่ำบาตร และอาชญากรรมทางการเงินอื่นๆ บนแพลตฟอร์มเดียว แทนที่จะใช้ระบบที่แยกส่วนกัน ดังที่ Francis Marinier หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการธนาคารของ Moody's กล่าวว่า เรากำลังเห็น "การเปลี่ยนแปลงที่องค์กรต่างๆ ต้องการภาพรวมของความเสี่ยงที่เชื่อมต่อกันและเป็นหนึ่งเดียว" ซึ่งแนวทางของ Flagright ที่รวบรวมทุกอย่างไว้ด้วยกันนั้น ตอบโจทย์ทิศทางของกฎระเบียบในอนาคตได้อย่างตรงจุด