| รุ่น | ราคาปกติ | ราคาเปิดตัว | สิ่งที่ได้รับ |
|---|---|---|---|
| Free Trial | ฟรี | ฟรี | A Realm Reborn, Heavensward, Stormblood และ Shadowbringers จนถึงเลเวล 80 เล่นได้โดยไม่จำกัดเวลา แต่มีข้อจำกัดด้านฟีเจอร์สังคม |
| Starter Edition | 19.99 ดอลลาร์สหรัฐ / 11.99 ปอนด์ | ราคาเดิม | เกมหลักและส่วนเสริม 4 ภาคแรกจนถึง Shadowbringers พร้อมเวลาเล่น 30 วัน |
| Complete Edition | 59.99 ดอลลาร์สหรัฐ / 44.99 ปอนด์ | 41.99 ดอลลาร์สหรัฐ / 31.49 ปอนด์ ลด 30% | เกมหลักและส่วนเสริมทั้งหมดจนถึง Dawntrail พร้อมเวลาเล่น 30 วัน |
| Complete Collector’s Edition | 139.99 ดอลลาร์สหรัฐ / 87.99 ปอนด์ | 97.99 ดอลลาร์สหรัฐ / 61.59 ปอนด์ ลด 30% | เนื้อหาทั้งหมดของ Complete Edition พร้อมไอเทมโบนัสในเกม เช่น พาหนะและมินเนียน |
ช่วงเวลาส่วนลดของ Complete Edition อาจแตกต่างกันตามประกาศและภูมิภาค โดยประกาศของ Square Enix ระบุช่วงลดราคาถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2026 เวลา 07:59 น. ตาม PDT ขณะที่รายงานบางแห่งระบุวันที่ 8 หรือ 13 สิงหาคม ผู้ซื้อควรตรวจสอบราคาที่แสดงใน Nintendo eShop ของภูมิภาคตนเองอีกครั้ง
ข้อควรระวัง: เมื่อซื้อรุ่นเสียเงินแล้ว บัญชีเดียวกันจะไม่สามารถเปลี่ยนกลับไปใช้ Free Trial ได้ Free Trial ใช้สำหรับบัญชี Square Enix ใหม่เท่านั้น
Free Trial บน Switch 2 ใช้เงื่อนไขเดียวกับเวอร์ชัน PC, PlayStation และ Xbox ผู้เล่นสามารถสัมผัสเนื้อเรื่องตั้งแต่ A Realm Reborn ไปจนจบ Heavensward, Stormblood และ Shadowbringers พร้อมเลเวลทุกอาชีพได้สูงสุด 80 โดยไม่มีการจำกัดระยะเวลา
พูดง่าย ๆ คือมีคอนเทนต์ให้เล่นหลายร้อยชั่วโมงโดยไม่ต้องเสียเงิน แต่ระบบจะจำกัดการเข้าสังคมและการค้าบางส่วน ผู้เล่น Free Trial จะไม่สามารถ:
ข้อจำกัดเหล่านี้ทำให้ผู้เล่นใหม่ได้ทดลองเนื้อเรื่องและระบบการเล่นหลักอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็ป้องกันไม่ให้บัญชีทดลองเข้ามามีบทบาทกับเศรษฐกิจและระบบสังคมช่วงท้ายเกมมากเกินไป
รายละเอียดที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้เล่น FFXIV เดิมคือ เวอร์ชัน Nintendo Switch 2 ต้องใช้ค่าสมาชิก Final Fantasy XIV แยกต่างหาก ค่าสมาชิกที่ใช้อยู่บน PC, PlayStation, Xbox หรือ Mac ไม่สามารถนำมาใช้กับ Switch 2 ได้
Naoki Yoshida หรือ “Yoshi-P” โปรดิวเซอร์ของเกม ระบุว่าการตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการหารือกับ Nintendo
อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อผ่อนปรน 2 ประการ:
เพื่อช่วยตรวจสอบความเสถียรของเซิร์ฟเวอร์ Square Enix จะยกเว้นค่าสมาชิกประมาณ 1 เดือนหลังเปิดตัว หรือราวต้นเดือนกันยายน 2026
หลังช่วงดังกล่าวสิ้นสุดลง เวลาเล่นฟรี 30 วันที่รวมอยู่ในสิทธิ์ของการลงทะเบียนแพลตฟอร์มใหม่จะเริ่มนับต่อ จากนั้นจึงต้องชำระค่าสมาชิกตามปกติหากต้องการเล่นต่อ
สำหรับผู้เล่นที่มีสมาชิกบน PC อยู่แล้วและต้องการเล่นทั้งสองแพลตฟอร์ม ค่าใช้จ่ายโดยประมาณจะเป็นค่าสมาชิก PC ราว 15 ดอลลาร์สหรัฐ บวกค่าสมาชิก Switch 2 ที่ลดเหลือราว 7.50 ดอลลาร์สหรัฐ รวมประมาณ 22.48 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน
ตัวเกมเวอร์ชัน Switch 2 ต้องใช้พื้นที่ว่างประมาณ 117GB เมื่อเทียบกับพื้นที่ภายใน 256GB ของ Switch 2 รุ่นพื้นฐาน ขนาดไฟล์นี้ถือว่าใช้พื้นที่ไปมากกว่าครึ่งหนึ่งของเครื่อง
หากมีเกมอื่นติดตั้งอยู่จำนวนมาก ควรจัดการพื้นที่ล่วงหน้าหรือเตรียมการ์ด microSD Express ที่รองรับ เพื่อไม่ให้ต้องลบเกมเดิมก่อนเริ่มดาวน์โหลด FFXIV
การซื้อคอนเทนต์และบริการภายในเกมบน Switch 2 จะใช้ FFXIV Coins ซึ่งเป็นสกุลเงินเสมือนที่ซื้อผ่าน Nintendo eShop
รายการที่เกี่ยวข้องรวมถึง DLC ไอเทมเสริม รีเทนเนอร์ และบริการอื่น ๆ ของเกม โดยการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่าน Mog Station โดยตรงแบบที่ผู้เล่นบางแพลตฟอร์มคุ้นเคยนั้น ไม่เปิดให้ใช้บน Switch 2
Square Enix ยืนยันปัญหาเฉพาะของเวอร์ชัน Switch 2 ที่ทำให้หน้าจออาจ ค้างเป็นสีดำนานกว่าปกติ ระหว่างเข้าสู่ดันเจียน Trial หรือ Raid ซึ่งเป็นคอนเทนต์แบบอินสแตนซ์
จากการตรวจสอบของบริษัท ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเกมต้องโหลดข้อมูลในพื้นที่ที่มีตัวละครจำนวนมาก โดยจะสังเกตได้ชัดเป็นพิเศษในจังหวะต่อไปนี้:
สถานะล่าสุด: Square Enix ระบุว่าสามารถระบุสาเหตุของปัญหาได้แล้ว และกำลังเตรียมแพตช์เพื่อทดสอบ
นอกจากนี้ยังมีปัญหาเล็กน้อยอื่น ๆ เช่น การทำงานของหน้าจอสัมผัสในมินิเกม Air Force One ที่ Gold Saucer ซึ่งอาจยิงจากตำแหน่งเป้าเดิมแทนตำแหน่งที่แตะ และความขัดแย้งระหว่างซอฟต์คีย์บอร์ดกับเมนู Home
Yoshi-P ยอมรับว่าเวอร์ชัน Switch 2 มีข้อจำกัดด้านเฟรมเรตบางส่วน แต่ยืนยันว่าทีมพัฒนา สามารถทำให้เกมทำงานที่ 30 เฟรมต่อวินาทีได้อย่างเสถียร และมองว่าประสิทธิภาพสำหรับคอนเทนต์ Duty ไม่ใช่สิ่งที่ผู้เล่นต้องกังวลเป็นพิเศษ
ส่วนเสริมใหญ่ภาคถัดไปของ FFXIV คือ Evercold ซึ่งได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทางการในอีเวนต์เดือนกรกฎาคม 2026 และมีกำหนดเปิดตัวใน เดือนมกราคม 2027
เนื้อหาที่ได้รับการยืนยันแล้ว ได้แก่:
ขณะนี้ยังไม่เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าเวอร์ชัน Switch 2 โดยคาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อเข้าใกล้ช่วงวางจำหน่าย