แทนที่จะใช้ Android แบบตัดฟีเจอร์ หรือระบบปฏิบัติการพื้นฐาน (RTOS) ธรรมดา Commodore กลับเลือกจับมือกับ Jolla บริษัทสัญชาติฟินแลนด์ เพื่อพัฒนาระบบปฏิบัติการ Sailfish OS แบบเฉพาะกิจขึ้นมา แพลตฟอร์มบน Linux นี้มีรากฐานมาจากความพยายามพัฒนา MeeGo ของ Nokia ในอดีต และถูกออกแบบมาให้ปลอดภัย ไร้การฝังตัวของกูเกิลอย่างสิ้นเชิง
แม้จะบล็อกแอป 'toxic' ที่ทำให้เราเสียเวลาไปกับการเลื่อนหน้าจอเรื่อยเปื่อย แต่ Commodore ก็เข้าใจดีว่าชีวิตยุคใหม่ยังต้องพึ่งพาบริการพื้นฐานบางอย่าง ตัวเครื่องจึงมาพร้อมความสามารถในการรัน แอป Android กว่า 99% ผ่านเลเยอร์ความเข้ากันได้ นั่นหมายความว่าคุณยังใช้แอปที่จำเป็นต่อชีวิตได้ เช่น WhatsApp, Google Maps, Spotify, Signal, และ Telegram
มันไม่ใช่การถอยหลังไปใช้ 'มือถือโง่ๆ' (Dumb Phone) แต่มันคือ 'สมาร์ทโฟนปลอดสิ่งรบกวน' ที่บังคับให้คุณใช้งานซอฟต์แวร์อย่างมีสติและมีจุดหมาย มากกว่าจะใช้ไปเรื่อยเปื่อย
ฮาร์ดแวร์ของ Callback 8020 เป็นการผสมผสานระหว่างความหลังยุค 2000s เข้ากับประสิทธิภาพยุคใหม่ได้อย่างลงตัว ด้วยฟอร์มแฟคเตอร์แบบฝาพับ (Clamshell) และแป้นพิมพ์จริงแบบ T9 ที่หลายคนคิดถึง ภายในบรรจุสเปกที่อาจไม่ได้แรงมาก แต่เพียงพอสำหรับการใช้งานตามคอนเซปต์ที่ตั้งใจไว้
:
Callback 8020 วางตำแหน่งตัวเองเป็น 'อุปกรณ์เฉพาะกลุ่ม' ระดับพรีเมียมอย่างชัดเจน โดยราคาเริ่มต้นสำหรับรุ่นมาตรฐานอยู่ที่ 499 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 18,000 บาท) :
ใครที่สนใจและไปลงทะเบียนรอในเว็บไซต์ของ Commodore ก่อนวันพรีออเดอร์ จะได้รับ ส่วนลด $50 เมื่อซื้อจริง โดยจะเปิดให้พรีออเดอร์อย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มิถุนายน 2026 เวลา 10:00 น. CEST (เวลายุโรปกลาง) และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบได้ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2026
ทั้งนี้ สำหรับผู้ซื้อนอกสหรัฐฯ ราคาดังกล่าวอาจยังต้องบวกเพิ่มด้วยภาษีนำเข้าและค่าขนส่งอีกด้วย
ตัวเลือกสีนั้นดึงเอามรดกทางคอมพิวเตอร์ของ Commodore มาถ่ายทอดได้อย่างถึงใจ ไม่ว่าจะเป็นสีเบจหรือสีเงินที่ทำให้นึกถึง Commodore 64 และ VIC-20 ในตำนาน หรือจะเป็นรุ่น 'Starlight' สีฟ้าใสและรุ่น 'Founders' สีทองที่มุ่งเป้าไปยังนักสะสมของแท้
อดไม่ได้ที่จะพูดถึงเรื่องราวการฟื้นคืนชีพของ Commodore ที่ไม่ใช่เรื่องธรรมดา หลังจากบริษัทดั้งเดิมล่มสลายไปในยุค 90s สิทธิ์ในแบรนด์ก็ถูกฉีกเป็นเสี่ยงๆ และตกไปอยู่ในมือของบริษัทโฮลดิ้งต่างๆ มากมาย มักถูกใช้แค่เพื่อแปะโลโก้ลงบนสินค้าทั่วไป จนกระทั่งในเดือนกรกฎาคม 2025 Christian Simpson หรือที่รู้จักในนาม 'Perifractic' แห่งช่อง YouTube Retro Recipes ผู้หลงใหลในเทคโนโลยีเก่า ได้รวบรวมกลุ่มนักลงทุน Angel เพื่อเข้าซื้อกิจการของ Commodore Corporation B.V. บริษัทสัญชาติเนเธอร์แลนด์ที่ถือครองเครื่องหมายการค้าที่ยังหลงเหลืออยู่
ดีลนี้ใช้เงินไปในระดับ "เลขเจ็ดตัวต้นๆ" (Low Seven Figures) หรืออาจจะราว 1-5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ต้องเน้นไว้เลยว่า นี่คือการซื้อ แบรนด์และโลโก้ เท่านั้น ไม่ใช่การซื้อบริษัทเดิมหรือทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมด ตัวลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์คลาสสิกอย่าง ROM ของ C64 หรือระบบปฏิบัติการ Amiga ยังคงเป็นของบริษัทอื่นอย่าง Cloanto หรือ Amiga Corporation
Simpson ได้สิทธิ์ในการใช้แบรนด์ สิทธิ์ในการใช้โลโก้ และเครื่องหมายการค้าที่มีชีวิตรอดมาจนปัจจุบันทั้ง 47 รายการ นับย้อนไปตั้งแต่ปี 1983
หลังจากนั้น เขาก็เปลี่ยนชื่อช่อง YouTube เป็น 'Retro Recipes x Commodore' และรับตำแหน่งรักษาการซีอีโอทันที
Callback 8020 คือการทดสอบฮาร์ดแวร์ครั้งแรกกับวิสัยทัศน์ของ Simpson ที่พัฒนาร่วมกับทีมวิศวกรเก่าจาก Nokia และ Jolla