Xuanji A3 ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการประมวลผลมหาศาลที่จำเป็นสำหรับการขับขี่อัตโนมัติขั้นสูง สเปกหลักที่ประกาศในงานมีดังนี้:
การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของชิปเพียงตัวเดียว แต่เป็นการแสดงแสนยานุภาพทางอุตสาหกรรมที่อยู่เบื้องหลัง BYD คือค่ายรถยนต์เพียงรายเดียวในโลกที่ควบคุมทุกขั้นตอนการผลิตชิปได้ด้วยตัวเองแบบ End-to-End ตั้งแต่การกำหนดคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ การออกแบบสถาปัตยกรรม การออกแบบวงจร ไปจนถึงการผลิตแผ่นเวเฟอร์ การบรรจุชิป และการทดสอบ
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ BYD ได้ทุ่มเททีมวิศวกรวิจัยและพัฒนาด้านชิปกว่า 7,000 คน ลงทุนไปแล้วกว่า 1 แสนล้านหยวน (ประมาณ 5 แสนล้านบาท) และดำเนินการฐานการวิจัยและพัฒนาชิปถึง 4 แห่ง ควบคู่ไปกับโรงงานผลิตแผ่นเวเฟอร์อีก 5 แห่ง ล่าสุดชิป Xuanji A3 ได้เข้าสู่กระบวนการผลิตจำนวนมาก (Mass Production) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
Xuanji A3 ทำหน้าที่เป็นแกนหลักในการประมวลผลให้กับระบบ 'God's Eye' (天神之眼 - ดวงตาเทพเจ้า) ซึ่งเป็นระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ของ BYD ระบบนี้ถูกแบ่งออกเป็นระดับต่างๆ เพื่อรองรับรถยนต์ในทุกเซกเมนต์:
ด้วยการมาถึงของระบบ God's Eye 5.0 (ซึ่งใช้การกำหนดฮาร์ดแวร์ DiPilot 500) ในรถยนต์รุ่นอย่าง Xia และ Seal 07 ปี 2026 ทำให้ Xuanji A3 ถูกคาดหมายว่าจะเป็นรากฐานการประมวลผลหลักที่ขับเคลื่อนการนำทางในเมือง (City Navigation) ระดับ L3/L4 โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับระบบ God's Eye B ที่มี LiDAR
หัวใจหลักของ BYD ในการใช้ชิปที่ผลิตเองคือ การทำให้เทคโนโลยีความปลอดภัยและการขับขี่อัตโนมัติเข้าถึงได้ง่ายขึ้นด้วยราคาที่ดุเดือด
การมาถึงของ Xuanji A3 และกลยุทธ์ God's Eye โดยรวม คือความท้าทายหลายมิติที่ BYD ยื่นให้ Tesla ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน
BYD พร้อมด้วยคู่แข่งสัญชาติจีนรายอื่นๆ อย่าง Xpeng และ Xiaomi กำลังเดินหน้านำเสนอเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติขั้นสูงในราคาที่ต่ำกว่าข้อเสนอของ Tesla อย่างมาก กลยุทธ์นี้กำลังกัดกร่อนจุดขายที่สร้างความแตกต่างของ Tesla ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่มีการแข่งขันสูงสุดขีดของจีน ซึ่งฟีเจอร์การขับขี่อัจฉริยะกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อมากขึ้นเรื่อยๆ
Comments
0 comments