Amazon เปิดตัวหุ่นยนต์ Proteus รุ่นใหม่ในงาน Delivering the Future ที่ประเทศอังกฤษ วันที่ 4 มิถุนายน 2026 โดยเป็นหุ่นยนต์คลังสินค้าตัวแรกที่พนักงานสามารถสั่งงานด้วยภาษาพูดแบบปกติ เหมือนกำลังคุยกับเพื่อนร่วมงาน โดยไม่ต... แผนปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ในยุโรปครั้งใหญ่ที่สุดของ Amazon มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านยูโร (ประมาณ 3.6...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the key details of Amazon's next-generation Proteus warehouse robot unveiled in 2026, including its AI-powered natural language cap. Article summary: Here is a comprehensive breakdown of the announcement made by Amazon on June 4, 2026, at its Delivering the Future event in Dartford, England.. Topic tags: general, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Amazon is supercharging its European operations with a sweeping expansion that blends cutting-edge robotics, lightning-fast delivery infrastructure, and a massive investment in hum" source context "Amazon Deploys Next-Gen Proteus Robots Across Europe | The Tech Buzz" Reference image 2: visual subject "# Meet Amazon’s Latest Robots: Proteus and Cardinal. As Amazon’s robotics division celebrates a decade, t
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2026 ณ งาน ‘Delivering the Future’ ที่เมืองดาร์ตฟอร์ด แคว้นเคนต์ Amazon ได้ประกาศแผนลงทุนด้านโลจิสติกส์ในยุโรปครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท หัวใจสำคัญของแผนนี้คือหุ่นยนต์คลังสินค้าอัจฉริยะชื่อ Proteus ที่ไม่ใช่แค่เคลื่อนย้ายสิ่งของได้เอง แต่มันคุยกับเราได้ด้วย
ที่ผ่านมา การจะสื่อสารกับหุ่นยนต์ในคลังสินค้าของ Amazon หมายถึงการเข้าไปยุ่งกับหน้าจอซอฟต์แวร์และคอยป้อน ‘คำสั่งทางเทคนิค’ ที่ยุ่งยาก แต่หุ่นยนต์ Proteus เจเนอเรชันใหม่ที่ถูกปรับปรุงขึ้นจากรากฐานของโมเดลแรกที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2022 ได้ลบล้างข้อจำกัดนั้นลงอย่างสิ้นเชิง
ต่อไปนี้ พนักงานสามารถสั่งการ Proteus ได้ด้วย ‘ภาษาพูดธรรมดา’ เป็นประโยคสนทนาทั่วไป ไม่มีหน้าจอโปรแกรมมิ่ง ไม่มีซอฟต์แวร์เฉพาะทาง Scott Dresser รองประธานฝ่าย Amazon Robotics อธิบายง่ายๆ ว่า “คุณแค่บอกมันว่าต้องการให้ทำอะไร มันจะจัดการเรื่องลำดับความสำคัญ เส้นทาง และจังหวะเวลาเองทั้งหมด”
ภายใต้เปลือกนอกของหุ่นยนต์นี้คือเทคโนโลยีที่เรียกว่า Agentic AI ซึ่งเป็นกรอบการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถในการ ‘คิด’ และ ‘ตัดสินใจ’ ได้เอง ทำให้ Proteus สามารถแปลความหมายของภาษาพูด วางแผนเส้นทางหลบหลีกสิ่งกีดขวางในทางเดินแคบๆ ของโกดัง วิเคราะห์ว่างานไหนควรทำก่อน-หลัง แล้วลงมือทำงานให้เสร็จโดยไม่ต้องให้คนมาคอยเขียนโปรแกรมบอกทีละขั้นตอน
โมเดลแรกของ Proteus ที่เปิดตัวในเดือนมิถุนายน 2022 นั้น ถูกจำกัดให้ทำงานได้เฉพาะพื้นที่ขนถ่ายสินค้าเท่านั้น มันมีหน้าที่แค่เข็นรถเข็น (GoCarts) และหลบหลีกผู้คนในบริเวณนั้น แต่เวอร์ชันปี 2026 นี้สามารถทำงานได้ทั่วทั้งศูนย์กระจายสินค้า ไม่ว่าที่ไหนก็ตามที่ต้องมีการเคลื่อนย้ายสิ่งของ
ขอบเขตการทำงานที่กว้างขึ้นนี้ ผนวกกับการโต้ตอบด้วยภาษาธรรมชาติ ทำให้ Proteus กลายเป็นเครื่องมือที่ยืดหยุ่นมากขึ้น สำหรับงานที่ต้องใช้กำลังกาย เช่น การขนย้ายรถเข็นและสิ่งของหนักๆ ที่โมเดลรุ่นก่อนทำไม่ได้นอกพื้นที่ขนถ่ายสินค้า
Proteus มีกำหนดจะไปประจำการในศูนย์กระจายสินค้าทั่วยุโรปในช่วงครึ่งแรกของปี 2027
การเปิดตัวของ Proteus ใหม่นี้ซ้อนอยู่ในแผนการเงินที่ใหญ่กว่ามาก Amazon ยืนยันว่ากำลังลงทุนมากกว่า 1 หมื่นล้านยูโร (หรือประมาณ 3.65 แสนล้านบาท) เพื่อขยายและปรับปรุงเครือข่ายคลังสินค้าและระบบจัดส่งให้ทันสมัยขึ้นทั่วยุโรป
บริษัทเรียกการลงทุนครั้งนี้ว่า เป็นการเดิมพันด้านโลจิสติกส์ในยุโรปที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งกินเวลาหลายปี ครอบคลุมทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และการยกระดับทักษะแรงงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การจัดส่งสินค้ารวดเร็วขึ้น สร้างสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยขึ้น และพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะสูงขึ้น
ที่สำคัญ เงินลงทุนก้อนนี้ยังรวมถึงการสร้างงานใหม่แบบถาวรอีก 25,000 ตำแหน่งทั่วยุโรปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งไม่ใช่แค่งานชั่วคราวตามฤดูกาลหรือสัญญาจ้างไม่กี่ชั่วโมง แต่ Amazon ระบุว่าเป็นตำแหน่งงานเต็มเวลา ที่จะทำงาน ‘เคียงข้าง’ (ไม่ใช่เป็น ‘ลูกน้อง’ ของ) เพื่อนร่วมงานหุ่นยนต์ระลอกใหม่นี้
บนเวทีที่เมืองดาร์ตฟอร์ด Proteus ไม่ใช่หุ่นยนต์เพียงตัวเดียวที่ถูกแนะนำ
หุ่นยนต์ทั้งสามตัวนี้ — Proteus, STARK และ Vulcan — ได้รับการออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับมนุษย์ในพื้นที่เดียวกันได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องมีกรงเหล็กกั้น สิ่งที่ Amazon พยายามสื่อสารคือ เครื่องจักรเหล่านี้จะเข้ามาทำงานที่ต้องใช้กำลังกายและซ้ำซากจำเจ เพื่อให้พนักงานในคลังสินค้ามีเวลาไปทำงานที่ต้องใช้ “วิจารณญาณของมนุษย์” และการแก้ไขปัญหามากขึ้น
ในวันเดียวกัน Amazon ยังตอกย้ำด้วยว่า คลื่นยักษ์แห่งระบบอัตโนมัติในยุโรปมาพร้อมกับการลงทุนคู่ขนานให้กับ ‘มนุษย์’ ที่ทำงานอยู่ที่นั่น
บริษัทให้คำมั่นว่าจะทุ่มเงิน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั่วโลกภายในปี 2030 ให้กับโครงการ Career Choice ซึ่งเป็นแผนเรือธงด้านการเพิ่มทักษะ (Upskilling) ที่จะ ‘จ่ายค่าเล่าเรียนล่วงหน้า’ ให้พนักงานระดับปฏิบัติการหน้าร้านได้ไปเรียนต่อในหลักสูตรปริญญา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ และการฝึกอบรมเฉพาะทาง
สำหรับพนักงานในยุโรปโดยเฉพาะ มีเม็ดเงินมากกว่า 30 ล้านยูโรที่ถูกกันไว้สำหรับปี 2026 ปีเดียว โดยครอบคลุมสาขาอาชีพที่ถูกออกแบบมาให้ ‘ทนทาน’ ต่อระบบอัตโนมัติที่ Amazon กำลังติดตั้งนั่นแหละ ตัวอย่างสาขาเรียนยอดนิยม เช่น ความปลอดภัยทางไซเบอร์ การพัฒนาซอฟต์แวร์ การจัดการโลจิสติกส์ พลังงานหมุนเวียน และเมคคาทรอนิกส์
โครงการ Career Choice เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2012 และ Amazon ระบุว่าภายในปี 2026 มีพนักงานทั่วโลกกว่าสามแสนคน รวมถึงสามหมื่นคนในสหราชอาณาจักรที่ผ่านโครงการนี้ โดยโครงการจะจ่ายค่าเล่าเรียนให้สูงสุด 100% สำหรับหลักสูตรที่ได้รับการรับรองระดับชาติ และไม่มีเงื่อนไขว่าพนักงานต้องใช้คืนหากลาออกจากบริษัทในภายหลัง
เงิน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนการขยายทักษะใหญ่ระดับโลกในชื่อ ‘Future Ready 2030’ มูลค่ารวมกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ Amazon ประกาศไว้ตั้งแต่ปลายปี 2025
รูปแบบที่เห็นได้จากทุกส่วนของการประกาศครั้งนี้คือเจตนาที่ชัดเจน Amazon กำลังทุ่มเงินมหาศาลไปกับหุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI แต่ในขณะเดียวกันก็กำลังขยายจำนวนพนักงานและออกค่าเรียนให้พวกเขาได้เพิ่มทักษะในสายงานที่มักจะไกลตัวจากพื้นที่ในโกดังสินค้า
ในงานแถลงข่าว ผู้บริหารของ Amazon ย้ำว่าระบบใหม่ๆ เหล่านี้ออกแบบมาเพื่อ ‘สนับสนุน’ พนักงาน ไม่ใช่ ‘แทนที่’ พวกเขา หุ่นยนต์จะรับหน้าที่ลากรถหนักๆ จัดการกับถังสินค้าซ้ำๆ และจัดการงานหยิบจับทางกายภาพที่ยุ่งยาก อันจะนำไปสู่การบาดเจ็บสะสมจากการทำงานในระยะยาว ส่วนมนุษย์ แอมะซอนให้เหตุผลว่า จะเป็นอิสระมากขึ้นเพื่อไปทำงานที่มีทักษะสูงกว่าและใช้แรงกายน้อยลงภายในเครือข่ายของบริษัท หรือไม่ก็ใช้โครงการ Career Choice ฝึกฝนเพื่อไปประกอบอาชีพใหม่นอกอเมซอนเลย
คำถามสำคัญที่ทั่วทั้งยุโรปและภูมิภาคอื่นจะจับตามองก็คือ สมดุลระหว่าง ‘คน’ กับ ‘เครื่องจักร’ นี้จะลงตัวภายใต้สมการเศรษฐศาสตร์ของคลังสินค้าจริงๆ หรือไม่ แต่สำหรับตอนนี้ Amazon ได้วางเดิมพันมูลค่า 1 หมื่นล้านยูโร โดยเชื่อว่าทั้ง ‘หุ่นยนต์พูดได้’ และ ‘เช็คค่าเทอม’ นั้นไปด้วยกันได้
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Amazon เปิดตัวหุ่นยนต์ Proteus รุ่นใหม่ในงาน Delivering the Future ที่ประเทศอังกฤษ วันที่ 4 มิถุนายน 2026 โดยเป็นหุ่นยนต์คลังสินค้าตัวแรกที่พนักงานสามารถสั่งงานด้วยภาษาพูดแบบปกติ เหมือนกำลังคุยกับเพื่อนร่วมงาน โดยไม่ต...
Amazon เปิดตัวหุ่นยนต์ Proteus รุ่นใหม่ในงาน Delivering the Future ที่ประเทศอังกฤษ วันที่ 4 มิถุนายน 2026 โดยเป็นหุ่นยนต์คลังสินค้าตัวแรกที่พนักงานสามารถสั่งงานด้วยภาษาพูดแบบปกติ เหมือนกำลังคุยกับเพื่อนร่วมงาน โดยไม่ต... แผนปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ในยุโรปครั้งใหญ่ที่สุดของ Amazon มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านยูโร (ประมาณ 3.65 แสนล้านบาท) ไม่ได้ครอบคลุมแค่ Proteus แต่ยังรวมถึงหุ่นยนต์ยกกล่อง STARK และหุ่นยนต์ Vulcan ที่มี ‘ประสาทสัมผัส’ พร้อมทั...
ท่ามกลางกระแสหุ่นยนต์ที่ถาโถม Amazon ย้ำว่าเทคโนโลยีนี้มาเพื่อ ‘เสริม’ ไม่ใช่ ‘แทนที่’ มนุษย์ โดยหุ่นยนต์จะทำงานที่ต้องใช้แรงและซ้ำซาก เพื่อให้พนักงานมีเวลาไปโฟกัสกับงานที่ต้องใช้ทักษะสูงกว่า พร้อมเปิดโครงการ Career C...