การเพิ่มขึ้นของตัวเลขเหล่านี้สะท้อนมุมมองที่เริ่มเป็นฉันทามติในตลาดว่า วัฏจักรการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI อาจทั้ง “ใหญ่กว่า” และ “ยาวนานกว่า” ที่คาดไว้ในช่วงแรก
แรงขับเคลื่อนสำคัญที่สุดคือการใช้จ่ายด้านทุน (capital expenditure หรือ capex) ของบริษัทคลาวด์รายใหญ่ระดับโลก หรือที่เรียกว่า hyperscalers
บริษัทอย่าง Microsoft, Amazon, Alphabet (Google) และ Meta กำลังลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับเวิร์กโหลด AI
คาดว่าบริษัททั้งสี่อาจใช้เงินรวมกัน ประมาณ 700–715 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 เพิ่มขึ้นอย่างมากจากราว 410 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025
งบลงทุนส่วนใหญ่ถูกใช้กับ
เนื่องจากบริษัทเหล่านี้เป็นผู้เล่นหลักของตลาดคลาวด์โลก การตัดสินใจลงทุนของพวกเขาจึงกำหนดทิศทางของตลาดโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั้งระบบ
ดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับ AI ต้องใช้ชิปเฉพาะทางจำนวนมาก ทำให้ภาคเซมิคอนดักเตอร์กลายเป็นผู้ได้ประโยชน์หลักจากคลื่นการลงทุนนี้
ภายในตลาดมูลค่า 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ ส่วนสำคัญคาดว่าจะมาจาก AI accelerators เช่น GPU และชิปเฉพาะสำหรับงาน AI ที่ใช้ทั้งในการฝึกโมเดล (training) และการใช้งานจริง (inference)
บริษัทที่นักวิเคราะห์มองว่าได้อานิสงส์จากดีมานด์นี้ ได้แก่
บริษัทเหล่านี้ผลิตส่วนประกอบสำคัญของระบบ AI เช่น GPU ชิปเครือข่าย หน่วยความจำความเร็วสูง (HBM) และโปรเซสเซอร์ AI เฉพาะทางสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ hyperscale
แม้ว่าชิปและเซิร์ฟเวอร์จะเป็นหัวข้อข่าวหลัก แต่หลายสำนักวิเคราะห์รวมถึง Bank of America มองว่า ข้อจำกัดใหญ่ที่สุดของ AI อาจไม่ใช่ชิป แต่เป็นไฟฟ้า
ดาต้าเซ็นเตอร์ AI ใช้พลังงานจำนวนมหาศาล และการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของโครงการใหม่กำลังกดดันระบบพลังงานทั่วโลก
Bank of America เตือนว่าการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ AI จะเพิ่มแรงกดดันต่อ
ตัวเลขหนึ่งที่ถูกพูดถึงบ่อยคือ หากแนวโน้มยังคงอยู่ การใช้ไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกอาจสูงกว่าการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศญี่ปุ่นภายในปี 2030
เพราะเหตุนี้ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการผลิตไฟฟ้า อุปกรณ์โครงข่ายไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานจึงถูกมองว่าเป็น “ผู้ขายอุปกรณ์สำคัญ” ในยุค AI
แนวโน้มทั้งหมดกำลังสร้างวัฏจักรการลงทุนแบบต่อเนื่อง
Bank of America มองว่าวัฏจักรนี้ ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และอาจดำเนินต่อไปอีกหลายปีจากการขยายตัวของ AI ทั่วโลก
ตัวเลข 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ชี้ให้เห็นว่าการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI อาจกลายเป็นหนึ่งในวัฏจักรการลงทุนเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
อย่างไรก็ตาม การเติบโตจริงจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
สิ่งที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ คือ ยุค AI ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องซอฟต์แวร์หรือโมเดลเท่านั้น แต่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของโลก ตั้งแต่ชิป ดาต้าเซ็นเตอร์ ไปจนถึงระบบพลังงานที่ขับเคลื่อนมันทั้งหมด
Comments
0 comments