Oakley จะทำงานร่วมกับผู้ก่อตั้งและทีมผู้บริหารของ Graphwise เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการขายและการทำตลาด ขยายฐานธุรกิจในต่างประเทศ และพิจารณาการเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์อย่างคัดเลือก
Graphwise เริ่มต้นในปี 2024 หลัง Ontotext ซึ่งมีฐานอยู่ในกรุงโซเฟีย รวมกับ Semantic Web Company จากกรุงเวียนนา การควบรวมครั้งนี้นำธุรกิจที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเชิงความหมาย knowledge graph และข้อมูลที่เชื่อมโยงกันมาอยู่บนแพลตฟอร์มเดียว
Atanas Kiryakov ผู้ก่อตั้ง Ontotext ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานและผู้ร่วมก่อตั้ง Graphwise เขามีประสบการณ์ด้านฐานข้อมูลเชิงความหมาย knowledge graph การให้เหตุผลจากข้อมูล การวิเคราะห์ข้อความ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
การรวมสองบริษัททำให้ Graphwise มีแพลตฟอร์มที่กว้างขึ้นสำหรับนำเสนอเทคโนโลยีกราฟข้อมูลและข้อมูลเชิงความหมายแก่ธุรกิจที่ต้องการให้ระบบ AI ทำงานบนข้อมูลที่มีโครงสร้าง อยู่ภายใต้การกำกับดูแล และเชื่อมโยงกันได้ แทนที่จะพึ่งพาข้อมูลที่กระจัดกระจาย
Graphwise ให้บริการเทคโนโลยี RDF knowledge graph และ semantic layer สำหรับ AI องค์กร พูดให้เข้าใจง่ายคือ ซอฟต์แวร์จะช่วยเชื่อมโยงข้อมูลแต่ละจุด พร้อมอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลเหล่านั้น เพื่อเพิ่มบริบทและความหมายที่ฐานข้อมูลทั่วไปอาจไม่ได้แสดงให้เห็นโดยตรง
Semantic layer ทำหน้าที่เป็นชั้นข้อมูลที่ครอบอยู่เหนือระบบข้อมูลขององค์กร ช่วยให้แอปพลิเคชัน AI ค้นหาและนำข้อมูลที่น่าเชื่อถือกว่าไปใช้งาน เหมาะกับระบบที่ต้องการความสัมพันธ์ของข้อมูลที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ คำศัพท์ที่สอดคล้องกัน และการกำกับดูแลที่เข้มงวด โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่คำตอบผิดพลาดหรือไม่สามารถตรวจสอบที่มาได้อาจสร้างความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัทระบุว่ามีรายได้ประจำต่อปี (ARR) จากการเติบโตของธุรกิจเดิมเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% ต่อปี และให้บริการลูกค้าองค์กรชั้นนำมากกว่า 200 ราย อุตสาหกรรมหลักที่รายงาน ได้แก่ บริการทางการเงิน เภสัชกรรมและวิทยาศาสตร์ชีวภาพ รวมถึงภาครัฐ ซึ่งล้วนมีข้อมูลซับซ้อนและอยู่ภายใต้ข้อกำกับดูแลจำนวนมาก
ดีลนี้ชี้ให้เห็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่เทคโนโลยี AI องค์กรที่ผู้ใช้อาจมองไม่เห็น นั่นคือระบบที่ใช้จัดระเบียบ เชื่อมโยง และกำกับดูแลข้อมูลซึ่งเป็นพื้นฐานให้ AI นำไปใช้
โมเดลภาษาขนาดใหญ่สามารถสร้างคำตอบที่ลื่นไหลได้ แม้คำตอบนั้นจะไม่ถูกต้อง อธิบายที่มาไม่ได้ หรือไม่ทันต่อข้อมูลล่าสุดเสมอไป เทคโนโลยีกราฟและข้อมูลเชิงความหมายจึงถูกพัฒนาเพื่อให้แอปพลิเคชัน AI มีฐานข้อเท็จจริงที่เป็นระบบมากขึ้น ช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือ ความสามารถในการตรวจสอบ และการควบคุมการใช้งาน
สื่อเทคโนโลยีระบุว่าธุรกรรมนี้เป็นหนึ่งในการขายกิจการซอฟต์แวร์ครั้งใหญ่ที่สุดของบัลแกเรีย และเป็นหนึ่งในดีลขายกิจการด้าน AI องค์กรที่มีความสำคัญในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก การประเมินดังกล่าวสะท้อนรากฐานของ Graphwise ในบัลแกเรีย โครงสร้างบริษัทที่ข้ามพรมแดน และมูลค่าเชิงกลยุทธ์ของโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลสำหรับ AI ที่เพิ่มขึ้นตามการนำ AI ไปใช้ในองค์กร
ดีลนี้ยังทำให้เห็นเส้นทางการเติบโตของบริษัทเทคโนโลยีระดับภูมิภาคที่สร้างขึ้นจากการควบรวมข้ามประเทศ ไม่ใช่เพียงธุรกิจซอฟต์แวร์ที่เติบโตอยู่ในตลาดเดียว โดยฐานของ Ontotext ในโซเฟียและ Semantic Web Company ในเวียนนากลายเป็นจุดเริ่มต้นของบริษัทที่มุ่งให้บริการลูกค้าองค์กรในตลาดนานาชาติ
กลุ่มนักลงทุนเดิมใช้แนวทางรวมบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญเสริมกัน เพื่อสร้างแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ขึ้นในตลาดข้อมูลเชิงความหมายที่ยังมีผู้เล่นกระจัดกระจาย Oakleyกำลังต่อยอดแนวทางดังกล่าว โดยนอกจากสนับสนุนการเติบโตจากธุรกิจเดิมแล้ว ยังวางแผนให้การเข้าซื้อกิจการเป็นส่วนหนึ่งของระยะต่อไปของ Graphwise
สำหรับนักลงทุน ดีลนี้เป็นตัวอย่างของการรวมธุรกิจเทคโนโลยีข้อมูลเฉพาะทาง แล้ววางตำแหน่งใหม่ให้สอดคล้องกับตลาด AI องค์กร ส่วน Graphwise จะได้พันธมิตรด้านเงินทุนและการดำเนินงานที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ขณะเดียวกันผู้ก่อตั้งและทีมผู้บริหารยังมีส่วนร่วมในแผนการเติบโตของบริษัท
คู่สัญญายังไม่ได้เปิดเผยมูลค่ารวมของธุรกรรม มูลค่ากิจการของ Graphwise หรือสัดส่วนหุ้นที่ซื้ออย่างชัดเจน นอกจากระบุว่าเป็นหุ้นส่วนใหญ่
Oakley Capital Investments ระบุว่าเงินลงทุนทางอ้อมผ่าน Fund VI อาจมีมูลค่าสูงสุดประมาณ 20 ล้านปอนด์ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้หมายถึงเงินสมทบที่อาจมาจากเครื่องมือการลงทุนดังกล่าว ไม่ใช่มูลค่ารวมของดีลหรือมูลค่ากิจการ Graphwise
ภารกิจเร่งด่วนของบริษัทคือการขยายการขายและการทำตลาด เพิ่มการเข้าถึงลูกค้าในต่างประเทศ และเดินหน้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์อย่างคัดเลือก เงินสนับสนุนจาก Oakley มีเป้าหมายช่วย Graphwise เสริมทีม go-to-market และเข้าถึงองค์กรที่ต้องการข้อมูลเชิงความหมายซึ่งมีการกำกับดูแล เพื่อใช้กับแอปพลิเคชัน AI
บททดสอบสำคัญคือ Graphwise จะเปลี่ยนการเติบโตจากธุรกิจเดิมที่รายงานไว้ในระดับมากกว่า 30% ฐานลูกค้าองค์กรชั้นนำกว่า 200 ราย และความสามารถจากสองบริษัทที่ควบรวมกัน ให้กลายเป็นการขยายธุรกิจระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องได้หรือไม่ ประกาศที่มีอยู่ยืนยันทิศทางเชิงกลยุทธ์ของดีล แต่ยังมีข้อมูลทางการเงินไม่เพียงพอสำหรับประเมินมูลค่าการซื้อกิจการหรือผลตอบแทนที่คาดหวัง