ไทม์ไลน์ที่คาดไว้มีดังนี้
รูปแบบการปล่อยถี่ขึ้นในช่วงก่อนเปิดตัวสอดคล้องกับรอบ iOS ที่ผ่านมา ซึ่ง Apple มักใช้ช่วงท้ายเพื่อเร่งแก้บั๊กและเพิ่มความเสถียรของระบบ
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่ผู้ใช้เห็นได้ชัดคือ แถบเลื่อนปรับความเข้มของ Liquid Glass ในแอป Settings โดยมาแทนสวิตช์เปิด-ปิดแบบสองตัวเลือกที่มีใน iOS 26
ผู้ใช้สามารถเลือกระดับเอฟเฟกต์โปร่งแสงของระบบได้ตั้งแต่ใสเกือบเต็มที่ไปจนถึงโทนทึบและมีสีมากขึ้น การปรับแบบนี้น่าจะช่วยให้คนที่รู้สึกว่าพื้นหลังโปร่งแสงรบกวนการอ่านสามารถเลือกหน้าตาที่ใช้งานสบายตากว่าเดิมได้
Apple ยังปรับวิธีที่ Liquid Glass กระจายรายละเอียดของคอนเทนต์ด้านหลัง เพื่อให้ข้อความอ่านง่ายขึ้น พร้อมเพิ่มขอบสีเข้มรอบองค์ประกอบบางส่วน ช่วยสร้างมิติและแยกชิ้นส่วนอินเทอร์เฟซออกจากพื้นหลังได้ชัดเจนกว่าเดิม
Beta 5 ปรับโฉม แถบนำทางด้านล่างของแอป Find My หลังจากเบต้าก่อนหน้ามีเอฟเฟกต์ Liquid Glass ซ้อนทับกันจนดูรก รุ่นใหม่นี้จัดวางองค์ประกอบให้สะอาดตาและอ่านง่ายขึ้น
Find My ยังมีตัวเลือกการแชร์ตำแหน่งที่ยืดหยุ่นขึ้น เช่น แชร์ตำแหน่งตามระยะเวลาที่กำหนดเอง หรือซ่อนตำแหน่งจากรายชื่อติดต่อบางคนโดยไม่แจ้งเตือนบุคคลนั้น
ฟีเจอร์ใหญ่ที่สุดของ iOS 27 คือ Siri AI ผู้ช่วยอัจฉริยะเวอร์ชันปรับปรุงใหม่ที่ Apple วางตำแหน่งให้เป็นคู่แข่งของแชตบอตอย่าง ChatGPT และ Claude
Siri AI รองรับการสนทนาแบบโต้ตอบไป-กลับ สามารถใช้บริบทส่วนตัวจาก Mail, Messages, Photos และ Files รวมถึงมองเห็นสิ่งที่แสดงอยู่บนหน้าจอเพื่อช่วยตอบคำถามต่อเนื่องได้ Apple ยังมีแอป Siri แบบแยกสำหรับเก็บบทสนทนาที่กำลังดำเนินอยู่
จุดสำคัญคือ Siri ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การกดปุ่มด้านข้างหรือเรียกด้วยเสียงอีกต่อไป แต่ถูกผนวกเข้ากับการค้นหาทั่วทั้งระบบด้วย
การปัดลงจากกึ่งกลางหน้าจอจะเปิดอินเทอร์เฟซ “Search or Ask” ซึ่งรวมการค้นหาอุปกรณ์เข้ากับ Siri AI แทน Spotlight รูปแบบเดิม การปัดลักษณะนี้ใช้ได้จากภายในแอปต่าง ๆ ไม่ได้จำกัดเฉพาะหน้าโฮมอีกต่อไป
ผู้ใช้จึงสามารถค้นหาไฟล์ เปิดแอป หรือถามคำถามกับ Siri ได้ทั้งด้วยเสียงและการพิมพ์ ใน Beta 5 Apple ยังนำ ประวัติการค้นหา Spotlight กลับมา ทำให้ย้อนดูคำค้นก่อนหน้าได้เหมือนที่เคยมีใน iOS 26
ระบบจัดทำดัชนีเบื้องหลังของ Spotlight ก็ได้รับการปรับปรุง เพื่อให้ค้นหาได้เร็วและให้ผลลัพธ์ตรงประเด็นมากขึ้น
Safari ใน iOS 27 รวมถึง Beta 5 เพิ่มความสามารถด้านการจัดกลุ่มและจัดระเบียบแท็บให้สะดวกขึ้น โดย Apple นับการปรับปรุง Safari เป็นส่วนหนึ่งของรายการเปลี่ยนแปลงกว่า 250 รายการในระบบนิเวศของ iOS 27
Safari ยังได้รับการปรับปรุงด้านการใช้พลังงาน เพื่อช่วยให้การท่องเว็บมีประสิทธิภาพมากขึ้น
iOS 27 Beta 1 เคยมีรายงานว่าใช้แบตเตอรี่มากกว่า iOS 26.5 ราว 20–35% และทำให้เวลาหน้าจอเปิดใช้งานลดลงโดยเฉลี่ย 1.5–2.5 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม รายงานเกี่ยวกับ Beta 5 ระบุว่า Apple ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เวลาหน้าจอใช้งานดีขึ้นเมื่อเทียบกับเบต้าช่วงแรก โดยต่อยอดจากการปรับปรุงที่เริ่มเห็นใน Beta 4
Beta 5 มีการเก็บรายละเอียดด้านประสิทธิภาพเพิ่มเติม ทั้งความเร็วในการเปิดแอป แอนิเมชัน และการตอบสนองของระบบ Apple ระบุว่า iOS 27 ทำให้ iPhone เร็วขึ้นในกว่า 30 จุดโดยรวม
มีรายงานผล Geekbench 6 ของบิลด์ iOS 27 อยู่ที่ประมาณ 3,834 คะแนนสำหรับ Single-Core และ 9,985 คะแนนสำหรับ Multi-Core แต่ยังไม่ชัดเจนว่าตัวเลขดังกล่าวมาจาก Beta 5 โดยตรงหรือเป็นผลทดสอบจากบิลด์ในช่วงกว้างกว่า
สำหรับข้อมูลอ้างอิงระดับฮาร์ดแวร์ iPhone 17 Pro Max มีคะแนนราว 3,791 ในการทดสอบ Single-Core และ iPhone 17 Pro อยู่ที่ประมาณ 3,778 คะแนน แต่ยังไม่มีข้อมูลที่เผยแพร่อย่างกว้างขวางพอสำหรับเปรียบเทียบ Beta 5 กับ Beta 4 โดยตรง
iOS 27 รองรับ iPhone 11 และรุ่นใหม่กว่า รวมถึง iPhone SE รุ่นที่ 2 และรุ่นใหม่กว่า ดังนั้นกลุ่มอุปกรณ์ที่รองรับครอบคลุมตั้งแต่ iPhone 11 ในปี 2019 ไปจนถึง iPhone 18 series ที่คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2026
ส่วน iPhone 18 และ iPhone 18 Pro คาดว่าจะติดตั้ง iOS 27 มาให้ตั้งแต่แกะกล่อง
| เหตุการณ์ | วันที่หรือช่วงเวลา |
|---|---|
| ประกาศในงาน WWDC | 8 มิถุนายน 2026 |
| Developer Beta 1 | 8 มิถุนายน 2026 |
| Developer Beta 2 | 22 มิถุนายน 2026 |
| Developer Beta 5 | 3 สิงหาคม 2026 |
| Public Beta 1 | กลางเดือนกรกฎาคม 2026 ยืนยันแล้ว |
| Public Beta 3 | ราว 5 สิงหาคม 2026 คาดการณ์ |
| Beta 6–7 | ปล่อยรายสัปดาห์ตลอดเดือนสิงหาคม |
| Release Candidate | ปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน |
| เวอร์ชันเต็มสำหรับผู้ใช้ทั่วไป | ช่วงกลางเดือนกันยายน 2026 |
จากกำหนดการดังกล่าว iOS 27 เวอร์ชันเต็มคาดว่าจะเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปดาวน์โหลดในช่วงกลางเดือนกันยายน พร้อมกับการเปิดตัว iPhone 18 series โดย Apple มักปล่อย iOS รุ่นใหญ่ในสัปดาห์ที่ 2 หรือ 3 ของเดือนกันยายน
ผู้ใช้ทั่วไปที่สนใจทดลองฟีเจอร์ใหม่ควรจำไว้ว่า Public Beta ยังเป็นซอฟต์แวร์ทดสอบ จึงอาจพบปัญหาเรื่องแอปทำงานผิดพลาด ความร้อน หรือแบตเตอรี่ได้ แม้ Beta 5 จะมุ่งเน้นการเก็บงานและความเสถียรก่อนเข้าสู่ช่วงเปิดตัวจริง