เกมเวอร์ชัน Switch และ Switch 2 ใช้พื้นที่ดาวน์โหลดประมาณ 3.5 GB และที่สำคัญ Rhythm Heaven Groove ถูกยกให้เป็น เกมใหม่จาก Nintendo เกมสุดท้ายที่ลงเครื่อง Switch รุ่นแรก
ซึ่งถือเป็นการปิดท้ายยุคสมัยอย่างงดงามสำหรับเครื่องเกมพกพารุ่นนี้
นี่คือภาคที่มีมินิเกมเยอะที่สุดตั้งแต่มีซีรีส์มา:
หลังห่างหายจากซีรีส์ไปนาน Tsunku♂ (มิตสึโอะ สึงกุ) ตำนานนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ ได้กลับมารับหน้าที่เดิมอีกครั้ง โดยทำงานร่วมกับ มาซามิ โยเนะ นักแต่งเพลงจาก Nintendo ซึ่งเสียงวิจารณ์แรกยกให้การกลับมาของเขาคือจุดเด่นสำคัญของเกม โดยบทเพลงใหม่ๆ ของเขาถูกอธิบายว่า 'ติดหู' และเป็นหัวใจหลักของเสน่ห์ของเกมนี้
โหมดใหม่มาแรงที่ชื่อว่า Beatspell คือโหมดเล่นคนเดียวที่ผสมผสานความเป็นเกม RPG และเกมจังหวะเข้าไว้ด้วยกัน แทนที่จะกดปุ่มตามจังหวะที่กำหนด คุณจะต้องตัดสินใจเลือกร่ายคาถาต่างๆ เช่น คาถาไฟ หรือคาถารักษา ด้วยการกดปุ่มในจังหวะที่คุณเลือกเอง โดยไม่มีจังหวะที่ 'ถูกต้อง' ตายตัว
ทำให้โหมดนี้ดูมีอิสระและเน้นการตัดสินใจมากกว่า
อย่างไรก็ตาม เสียงวิจารณ์แรกค่อนข้างผสมปนเป โดยหลายสำนักมองว่า Beatspell รู้สึก 'ยังไม่สมบูรณ์' หรือเป็น 'โหมด RPG แนวทดลอง' ที่ยังมาไม่สุด และถูกมองว่าเป็นส่วนที่อ่อนแอที่สุดของเกม
หากคุณไม่เคยเล่นซีรีส์ Rhythm Heaven มาก่อน ภาพที่เปรียบเทียบได้ใกล้เคียงที่สุดคือ "WarioWare แต่เปลี่ยนมาใช้จังหวะดนตรี" ทั้งสองซีรีส์นำเสนอชุดมินิเกมสุดเพี้ยนที่เล่นจบในเวลาสั้นๆ และควบคุมง่ายไม่กี่ปุ่ม แต่ความต่างที่สำคัญคือ Rhythm Heaven ท้าทายเพียงเรื่องเดียวเท่านั้นคือการกดปุ่มให้ "ตรงกับจังหวะดนตรี"
แม้คะแนนรีวิวเต็มๆ จาก Metacritic หรือ OpenCritic จะยังไม่มีจนกว่าเกมจะวางขาย แต่ภาพรวมจากสื่อที่ได้ลองเล่นเมื่อ 11 มิถุนายน 2026 ก็ชี้ไปในทิศทางที่ชัดเจนว่า:
มินิเกมหลัก คือพระเอกของเรื่อง สื่อต่างประเทศใช้คำว่า "เรียบง่ายอย่างสดชื่น, เพี้ยน, และยากกว่าที่คิด" และบางสำนักถึงกับบอกว่าขำจนหลุดจังหวะ
ในขณะที่อีกสำนักเปรียบว่าเป็น "เกมดนตรีสนุกๆ ที่ทำให้ฉันหั่นผักตามจังหวะไปด้วย"
โหมดผู้เล่นหลายคน คือตัวเต็งของปาร์ตี้เกม โดยถูกเรียกว่าเป็น "ไอเท็มจำเป็นสำหรับคืนเกมไนท์" ที่มาพร้อมพลังแห่งความโกลาหลและเสียงหัวเราะแบบไม่มีกั๊ก
Beatspell คือจุดอ่อนที่ชัดเจนที่สุด ทุกสำนักให้ความเห็นตรงกันว่าโหมด RPG นี้ยังรู้สึกไม่สุกงอม และดูไม่เข้ากับสิ่งที่ทำให้ซีรีส์นี้ยอดเยี่ยม
โดยรวมแล้ว Groove คือคำตอบที่ใช่สำหรับแฟนๆ ที่รอคอยมานาน แม้จะมีหนึ่งโหมดใหม่อย่าง Beatspell ที่ยังพลาดเป้าไปบ้าง แต่นั่นก็ไม่ได้ลดทอนความยอดเยี่ยมของเกมแต่อย่างใด
Rhythm Heaven Groove อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ เพราะนอกจากจะเป็นหนึ่งในเกมสุดท้ายของ Switch แล้ว ยังเล่นต่อได้บน Switch 2 โดยทำหน้าที่เป็น "สะพานเชื่อม" ให้ผู้เล่นข้ามผ่านยุคสมัยของเครื่องเกม Nintendo ทั้งสองรุ่น
Comments
0 comments