หน้าจอด้านนอกมีขนาด 5.5 นิ้ว เป็น Dynamic AMOLED 2X อัตราส่วน 10:16 ซึ่งใกล้เคียงหน้าจอมือถือทรงปกติมากกว่าเดิม ขณะที่หน้าจอด้านในมีขนาด 7.6 นิ้วและอัตราส่วนเกือบ 4:3 ทั้งสองจอรองรับรีเฟรชเรตแบบปรับได้สูงสุด 120Hz และหน้าจอด้านในมีความสว่างสูงสุด 3,000 นิต
สัดส่วนใหม่นี้เป็นจุดที่ได้รับคำชมสม่ำเสมอที่สุดจากรีวิวต่าง ๆ PCMag ยกให้เป็น “Fold ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา” และระบุว่าดีไซน์ใหม่นี้ทำให้ใช้งานมือเดียวสะดวกขึ้น ส่วน Tom’s Guide ใช้ชื่อรีวิวว่า “Wide for the win” ขณะที่ Times of India มองว่า Fold 8 “เปิดบทใหม่ให้กับมือถือจอพับ”
พูดง่าย ๆ คือ Samsung ไม่ได้แค่ทำให้จอใหญ่ขึ้นเมื่อกาง แต่พยายามแก้ปัญหาที่ผู้ใช้ Fold เจอมานาน นั่นคือหน้าจอด้านนอกที่แคบและพิมพ์หรือเลื่อนดูคอนเทนต์ได้ไม่เป็นธรรมชาติ
Galaxy Z Fold 8 ใช้เทคโนโลยี Flex Titanium ซึ่งเป็นการปรับโครงสร้างชั้นหน้าจอแบบครั้งใหญ่ของ Samsung บริษัทเปลี่ยนจากชั้นฟิล์มโพลิเมอร์แบบเดิมมาใช้ ฟิล์มโลหะผสมไทเทเนียมที่อยู่ด้านหลัง OLED พร้อมแผ่นไทเทเนียมด้านล่างที่มีโครงสร้างแบบตาข่าย ซึ่งเจาะด้วยเลเซอร์เป็นลวดลายขนาดเล็ก เพื่อให้บริเวณบานพับยังคงยืดหยุ่น ขณะที่ส่วนอื่นของหน้าจอยังคงความแข็งแรง
ผลลัพธ์คือรอยพับลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้รีวิวหลายรายอธิบายว่ารอยพับ “แทบมองไม่เห็น” และพื้นผิวหน้าจอมีความสม่ำเสมอกว่ารุ่นก่อน ๆ ตัวเครื่องยังมีน้ำหนัก 201 กรัม ทำให้เป็น Galaxy Z Fold ที่เบาที่สุดของ Samsung จนถึงปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม Samsung ยังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขความทนทานแบบระบุจำนวนรอบการพับของ Flex Titanium โดยตรง ดังนั้น แม้ประสบการณ์ด้านรูปลักษณ์และสัมผัสจะดีขึ้นมาก แต่ยังไม่มีตัวเลขทางการให้ใช้เปรียบเทียบเรื่องอายุการใช้งานในระยะยาว
การตัดสินใจที่สร้างเสียงวิจารณ์มากที่สุดอยู่ที่ระบบกล้องของรุ่นพื้นฐาน Galaxy Z Fold 8 มีกล้องหลัง 2 ตัว ได้แก่ กล้องหลัก 50MP และกล้องอัลตราไวด์ 50MP พร้อมกล้องเซลฟี 10MP บนหน้าจอด้านนอกและกล้องใต้หน้าจอ 10MP บนจอด้านใน แต่ ไม่มีกล้องเทเลโฟโต้โดยเฉพาะ
การซูมจึงอาศัยการครอปจากเซนเซอร์สำหรับระยะ 2 เท่า และซูมดิจิทัลได้สูงสุด 10 เท่า PCMag ระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า ผู้ใช้จะไม่พบเลนส์เทเลโฟโต้เฉพาะบน Z Fold 8 และต้องเลือก Z Fold 8 Ultra หากต้องการฟังก์ชันดังกล่าว
ในทางตรงกันข้าม Z Fold 8 Ultra มีกล้องครบ 3 ตัว ได้แก่ กล้องหลัก 200MP กล้องอัลตราไวด์ 50MP และเทเลโฟโต้ 10MP ที่รองรับออปติคัลซูม 3 เท่า
Samsung วางตำแหน่ง Z Fold 8 รุ่นพื้นฐานให้เหมาะกับการดูคอนเทนต์และการใช้งานหน้าจอขนาดใหญ่ พร้อมตั้งราคาให้ต่ำกว่า Ultra แต่ผลกระทบก็สะท้อนในรีวิวอย่างชัดเจน โดย Gadgets Now ให้คะแนนกล้อง 80/100 เทียบกับ 98 คะแนนด้านดีไซน์ 96 คะแนนด้านหน้าจอ และ 94 คะแนนด้านประสิทธิภาพ
สรุปคือ ถ้าคุณถ่ายภาพบุคคล สัตว์ หรือวัตถุระยะไกลเป็นประจำ การขยับไป Ultra อาจคุ้มค่ากว่า แต่ถ้าเน้นอ่าน ดูวิดีโอ ทำงานหลายหน้าต่าง หรือใช้งานทั่วไป กล้องคู่ของรุ่นพื้นฐานอาจเพียงพอ
Galaxy Z Fold 8 เริ่มต้นที่ 1,899.99 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับรุ่น RAM 12GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 256GB ซึ่งถูกกว่าราคาเปิดตัวของ Z Fold 7 อยู่ 100 ดอลลาร์
รุ่นความจุ 512GB ราคาอยู่ที่ประมาณ 2,099 ดอลลาร์ ส่วนรุ่น RAM 16GB พร้อมพื้นที่เก็บข้อมูล 1TB อยู่ที่ประมาณ 2,399 ดอลลาร์ สำหรับอินเดีย รุ่น 12GB/256GB มีราคา 179,999 รูปี
ภายในใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 8 Elite Gen 5 for Galaxy ผลิตด้วยกระบวนการ 3 นาโนเมตร และใช้ GPU Adreno 840 ในทุกตลาดทั่วโลก โดยไม่มีรุ่นที่ใช้ Exynos รุ่น 256GB และ 512GB มาพร้อม RAM 12GB ส่วนรุ่น 1TB ให้ RAM 16GB
Z Fold 8 ใช้แบตเตอรี่ซิลิคอนคาร์บอนความจุ 4,800mAh เพิ่มจาก 4,400mAh ใน Z Fold 7 Samsung ระบุว่าสามารถเล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 26 ชั่วโมง และผู้รีวิวส่วนใหญ่รายงานว่าใช้งานได้ครบวันโดยไม่ใช่เรื่องยาก
การชาร์จประกอบด้วย:
ส่วน Z Fold 8 Ultra ให้แบตเตอรี่ 5,000mAh และรองรับชาร์จผ่านสาย 45W
ความต้องการ Galaxy Z Fold 8 สูงกว่าที่ Samsung คาดการณ์ไว้ทั้งในสหรัฐฯ และอินเดีย แม้บริษัทจะเพิ่มกำลังการผลิตก่อนเปิดตัวแล้วก็ตาม แต่รายงานระบุว่ารุ่นนี้ขายในช่วงพรีออร์เดอร์ได้เร็วเกินคาด
ในสหรัฐฯ สี Cream, Graphite และ Pistachio ซึ่งเป็นสีเอ็กซ์คลูซีฟบนช่องทางออนไลน์ รวมถึงหลายรุ่นความจุ 256GB ถูกขายหมดหรือมีระยะเวลาจัดส่งล่าช้าอย่างน้อยสองสัปดาห์บนเว็บไซต์ Samsung มีรายงานว่า Samsung จัดสรรการผลิต Z Fold 8 ไว้ราว 2.8 ล้านเครื่อง เทียบกับ 2 ล้านเครื่องสำหรับ Z Fold 8 Ultra แต่จำนวนดังกล่าวก็ยังอาจไม่เพียงพอกับความต้องการ
อินเดียสร้างสถิติที่โดดเด่นยิ่งกว่า Samsung ประกาศว่ายอดพรีออร์เดอร์รวม Galaxy Z Fold 8, Z Fold 8 Ultra และ Z Flip 8 สูงกว่า 2.71 แสนเครื่อง หรือ 271,000 เครื่อง ภายในเวลาเพียง 72 ชั่วโมงหลังเปิดตัว ซึ่งเป็นสถิติพรีออร์เดอร์มือถือจอพับสูงสุดของประเทศ
ที่น่าสนใจคือ 45% ของยอดพรีออร์เดอร์มาจากเมืองระดับ Tier 2 และพื้นที่ขนาดเล็กกว่า สะท้อนว่าความสนใจมือถือจอพับไม่ได้จำกัดอยู่แค่เมืองใหญ่ Samsung ระบุว่าไลน์อัปจอพับของปีก่อนต้องใช้เวลาถึง 15 วันจึงจะทำยอดได้ใกล้เคียงกัน
รีวิวหลายสำนักมองว่า Z Fold 8 คือการที่ Samsung เดินนำ Apple ในแนวทางมือถือจอพับทรงกว้าง MacRumors ตั้งชื่อรีวิวว่า “สิ่งที่มือถือจอพับรุ่นใหม่ของ Samsung บอกเราเกี่ยวกับ iPhone Ultra”
ข่าวลือเรียกมือถือจอพับรุ่นแรกของ Apple ว่า “iPhone Ultra” หรือ “iPhone Fold” และคาดว่าอาจยังไม่เปิดตัวก่อนช่วงปลายปี 2027 หากการคาดการณ์ดังกล่าวเป็นจริง Samsung จะมีประสบการณ์นำหน้าอีกหลายปีในดีไซน์หน้าจอด้านนอกที่กว้างและเป็นธรรมชาติมากกว่า ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับที่มีรายงานว่า Apple กำลังพิจารณา
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการเปรียบเทียบจากข่าวลือและบทวิเคราะห์ ไม่ใช่ข้อมูลยืนยันจาก Apple โดยตรง
| สำนักรีวิว | คะแนน | ความเห็นโดยสรุป |
|---|---|---|
| PCMag | 4.5/5 | “Fold ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา” ดีไซน์ยอดเยี่ยม แต่กล้องถอยหลังจากการไม่มีเทเลโฟโต้ |
| Gadgets Now | 4.5/5 | ดีไซน์ 98 หน้าจอ 96 ประสิทธิภาพ 94 กล้อง 80 |
| Tom’s Guide | 4.5/5 | “กว้างแล้วชนะ” สัดส่วนใหม่เปลี่ยนประสบการณ์ใช้งานอย่างมาก |
| Times of India | 4/5 | “เปิดบทใหม่ให้กับมือถือจอพับ” |
| TechVault AI | 8.4/10 | เป็น Fold ที่ดีที่สุดของ Samsung และคุ้มค่าขึ้นในที่สุด |
| Android Authority | เชิงบวก | แม้สเปกบางด้านจะแย่กว่ามือถือที่ผู้รีวิวใช้อยู่ แต่ดีไซน์ทำให้อยากซื้อ |
ภาพรวมจากรีวิวต่าง ๆ ค่อนข้างตรงกัน:
คำตัดสิน: Galaxy Z Fold 8 เป็นการออกแบบใหม่ที่แก้จุดอ่อนหลักของมือถือจอพับได้อย่างตรงจุด หน้าจอด้านนอกใช้งานเป็นธรรมชาติมากขึ้น ตัวเครื่องเบาลง และรอยพับลดลงอย่างโดดเด่น แต่ Samsung เลือกประหยัดต้นทุนในส่วนกล้องด้วยการตัดเทเลโฟโต้ออก ดังนั้นรุ่นนี้เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับรูปแบบการใช้งานและหน้าจอมากกว่าการถ่ายภาพระยะไกล ขณะที่สายกล้องควรเลือกรุ่น Ultra