เสียงตอบรับช่วงแรกถือว่าดีมาก หลายสำนักมองว่านี่คือโน้ตบุ๊กที่ขัดเกลามากที่สุดของ Framework แต่เส้นทางเปิดตัวไม่ได้ราบรื่นนัก เพราะการส่งมอบล็อตแรกเลื่อนออกไปราวหนึ่งเดือน ขณะที่ต้นทุนหน่วยความจำที่พุ่งขึ้นกะทันหันบีบให้บริษัทต้องปรับทั้งสเปกและราคาสำหรับคำสั่งซื้อใหม่
Framework Laptop 13 Pro ทิ้งภาพจำของโน้ตบุ๊กอะลูมิเนียมขึ้นรูปจากรุ่นก่อนหน้า และหันมาใช้ตัวเครื่องอะลูมิเนียม 6063 ที่กัดขึ้นรูปด้วยเครื่อง CNC จากก้อนอะลูมิเนียมทั้งชิ้น ซึ่งเป็นครั้งแรกของ Framework โดยมีสีดำอะโนไดซ์และสีเงินให้เลือก
จุดเปลี่ยนสำคัญมีดังนี้
Framework Laptop 13 Pro เป็นโน้ตบุ๊กเครื่องแรกของบริษัทที่ได้รับ การรับรอง Ubuntu อย่างเป็นทางการ หมายความว่า Canonical ผู้ดูแล Ubuntu รับรองความเข้ากันได้ของฮาร์ดแวร์จากโรงงาน ผู้ซื้อจึงไม่ต้องเริ่มต้นจากการลองผิดลองถูกเหมือนการติดตั้ง Linux บนโน้ตบุ๊กทั่วไป
Framework ยังรองรับการอัปเดตเฟิร์มแวร์ผ่าน LVFS หรือ Linux Vendor Firmware Service และมีส่วนร่วมในการส่งแพตช์กลับเข้าสู่โครงการต้นน้ำของ Linux บริษัทเปิดให้เลือก Ubuntu แบบติดตั้งมาล่วงหน้า นอกเหนือจาก Windows และยังระบุว่ารองรับดิสโทรอื่น ๆ ผ่านชุมชนด้วย
ความสนใจจากผู้ใช้ Linux ดูจะมีมากกว่าคำโฆษณา เพราะในช่วงพรีออร์เดอร์แรก รุ่นที่ติดตั้ง Linux มาให้มียอดสั่งซื้อมากกว่ารุ่น Windows
Framework ยังคงใช้โมเดลขายสองแบบ คือรุ่น DIY Edition สำหรับผู้ที่ต้องการประกอบและเลือกชิ้นส่วนเอง กับรุ่นประกอบสำเร็จที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ
| รุ่น | ราคาเริ่มต้น |
|---|---|
| DIY Edition รุ่น Intel Core Ultra | 1,199 ดอลลาร์สหรัฐ |
| รุ่นประกอบสำเร็จ Intel พร้อมระบบปฏิบัติการ | 1,599 ดอลลาร์สหรัฐ |
| DIY Edition รุ่น AMD Ryzen AI 300 | 1,399 ดอลลาร์สหรัฐ |
| รุ่นประกอบสำเร็จ AMD ระดับสูง | 2,299 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป |
ข้อควรรู้คือ DIY Edition ไม่รวม RAM, SSD หรือระบบปฏิบัติการ ผู้ซื้อจึงต้องจัดหาและติดตั้งเอง แม้ราคาเริ่มต้นจะดูคุ้ม แต่ต้นทุนจริงจะเพิ่มขึ้นตามหน่วยความจำ พื้นที่เก็บข้อมูล และซอฟต์แวร์ที่เลือกใช้
เดิมทีรุ่นประกอบสำเร็จ Intel เปิดราคาที่ 1,499 ดอลลาร์ แต่ถูกปรับขึ้นเป็น 1,599 ดอลลาร์สำหรับคำสั่งซื้อใหม่ หลัง Framework ได้รับแจ้งว่าต้นทุนหน่วยความจำเพิ่มขึ้นอย่างมาก
เดิม Framework วางกำหนดส่งมอบไว้ในเดือนมิถุนายน 2026 แต่การส่งมอบล็อตแรกถูกเลื่อนออกไปราวหนึ่งเดือน เนื่องจากพบปัญหาการต่อกราวด์ในวงจรทัชแพดแบบแฮปติก และบั๊กในเฟิร์มแวร์ของจอภาพ
บริษัทตั้งเป้าเริ่มส่งสินค้าล็อตแรกภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม โดยบางรายการอาจไปถึงต้นเดือนสิงหาคม ส่วนลูกค้าที่สั่งรุ่น SSD 500GB ได้รับการอัปเกรดเป็น 1TB ในราคาที่ต่ำลงเพื่อชดเชยผลกระทบ
ก่อนเริ่มส่งมอบไม่นาน Framework แจ้งว่าซัพพลายเออร์ LPCAMM2 ปรับต้นทุนหน่วยความจำขึ้นมากกว่าสองเท่าจากสต็อกเดิม เหตุการณ์นี้ทำให้บริษัทต้องลดหรือปรับชุดหน่วยความจำในบางรุ่น และเปลี่ยนราคาสำหรับคำสั่งซื้อใหม่ The Verge เรียกสถานการณ์นี้ว่า “RAMageddon”
ผลกระทบเห็นได้ชัดจากเครื่องรีวิวรุ่นสูงที่เดิมควรมีราคา 2,299 ดอลลาร์ แต่เมื่อถึงมือผู้รีวิว ราคาตามการปรับต้นทุนใหม่ขยับเป็น 3,099 ดอลลาร์ สำหรับพรีออร์เดอร์เดิม Framework ระบุว่าจะยังคงราคาเดิม ส่วนลูกค้าที่สั่งซื้อใหม่ต้องรับราคาที่สูงขึ้น
ภาพรวมจากรีวิวคือ Framework Laptop 13 Pro เป็นโน้ตบุ๊กที่สมบูรณ์แบบและประณีตที่สุดของบริษัทจนถึงตอนนี้ จุดที่ได้รับคำชมมากที่สุดคือวัสดุ หน้าจอ และทัชแพดแฮปติก ซึ่งหลายสำนักมองว่าดีที่สุดในกลุ่มที่ไม่ใช่ของ Apple
Framework Laptop 13 Pro ทำตามคำสัญญาได้หลายด้าน ทั้งงานประกอบระดับพรีเมียม ความสามารถในการซ่อมและอัปเกรด แบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น หน้าจอคุณภาพดี และการรองรับ Linux ที่เป็นทางการมากขึ้น จึงเข้าใกล้ภาพ “MacBook Pro สำหรับผู้ใช้ Linux” มากกว่าผลิตภัณฑ์ Framework รุ่นก่อน ๆ
อย่างไรก็ตาม การส่งมอบที่ล่าช้าและความผันผวนของราคา LPCAMM2 เป็นข้อจำกัดจริง โดยเฉพาะเหตุการณ์ “RAMageddon” ที่ทำให้ราคาบางรุ่นพุ่งขึ้นในช่วงใกล้ส่งสินค้า สำหรับนักพัฒนาและผู้ใช้ระดับสูงที่ให้ความสำคัญกับการถือเครื่องระยะยาวและการเปลี่ยนชิ้นส่วนเอง รุ่น DIY ราคาเริ่มต้น 1,199 ดอลลาร์ยังดูคุ้มค่า เพียงต้องยอมรับว่าค่า RAM และค่าอุปกรณ์เสริมอาจทำให้ราคาสุทธิสูงขึ้นได้