จุดที่สร้างสีสันที่สุดคือแคมเปญการตลาดของ Google ซึ่งหันมาใช้ดีไซน์ทรงกลมของ Pixel Watch เป็นจุดขายเพื่อจิกกัดคู่แข่งโดยตรง ขณะที่ข้อแลกเปลี่ยนสำคัญยังคงเป็นชิปประมวลผลเดิม ราคาที่เพิ่มขึ้น และฟีเจอร์ AI ที่อาจยังไม่พร้อมใช้งานตั้งแต่วันแรก
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2026 Google ปล่อยทีเซอร์ Pixel Watch 5 ที่พุ่งเป้าไปยัง Apple Watch Series 11 และ Samsung Galaxy Watch ซึ่งใช้ตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมหรือสี่เหลี่ยมมุมมน โดยผู้บรรยายกล่าวว่า Pixel Watch 5 “ยังมีมารยาทพอที่จะดูเหมือนนาฬิกา”
โฆษณาชูว่า Pixel Watch 5 ยังคงติดตามสุขภาพ การนอนหลับ และการออกกำลังกายได้ แต่ไม่ทำให้ข้อมือดูเหมือนมี “คอมพิวเตอร์แปะอยู่” รายงานจาก 9to5Google ระบุว่านี่อาจเป็นครั้งแรกที่ Google ใช้รูปทรงกลมแบบนาฬิกาคลาสสิกเป็นจุดแตกต่างทางการแข่งขันอย่างชัดเจน
เมื่อมองจากภายนอก Pixel Watch 5 แทบไม่ต่างจาก Pixel Watch 4 โดยยังใช้กระจกหน้าปัดทรงกลมโค้งนูน เม็ดมะยมดิจิทัลแบบหมุน ปุ่มด้านข้าง และระบบติดสายนาฬิกาเฉพาะของ Google
ตัวเลือกขนาดยังมี 2 แบบ ได้แก่ 41 มม. และ 45 มม. พร้อมสีตัวเรือน 4 แบบ
สาย Active Band รุ่นที่ 2 เปลี่ยนจากฟลูออโรอีลาสโตเมอร์มาเป็นยาง HNBR ซึ่งมีรายงานว่าให้ความทนทานและเป็นมิตรต่อผิวมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงหลักของ Pixel Watch 5 อยู่ใต้ตัวเรือนมากกว่าบนหน้าปัด โดยสเปกที่มีรายงานมีดังนี้
| ส่วนประกอบ | Pixel Watch 4 | Pixel Watch 5 |
|---|---|---|
| ชิป SoC | Snapdragon W5 Gen 2 (SW5100) | Snapdragon W5 Gen 2 “Accelerated” (SW5100) พร้อมโคโปรเซสเซอร์ Cortex-M55 |
| CPU / GPU | Cortex-A53 4 คอร์ ความเร็ว 1.7GHz / Adreno 702 | เหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง |
| RAM | 2GB | 3GB เพิ่มขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 |
| พื้นที่จัดเก็บ | 32GB | 64GB เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า |
| หน้าจอ | Actua AMOLED สว่างสูงสุด 3,000 นิต | Actua 360 LTPO AMOLED สว่างสูงสุด 3,000 นิต ความหนาแน่น 320ppi รีเฟรชเรต 1–60Hz |
| แบตเตอรี่ | ประมาณ 310mAh รุ่น 41 มม. / 420mAh รุ่น 45 มม. | 332mAh รุ่น 41 มม. / 465mAh รุ่น 45 มม. |
| การเชื่อมต่อ | Wi‑Fi 5, Bluetooth 5.x | Wi‑Fi 6, Bluetooth 6.0 |
| กระจกหน้าจอ | 3D Gorilla Glass 5 | Custom 3D Gorilla Glass 5 เช่นเดิม |
ข่าวลือก่อนหน้านี้เคยคาดว่า Google จะเปลี่ยนมาใช้ชิป Tensor สำหรับอุปกรณ์สวมใส่ แต่ข้อมูลที่ปรากฏยังไม่พบการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
คำว่า “Accelerated” มีแนวโน้มจะหมายถึงการใช้โคโปรเซสเซอร์ Cortex-M55 และการปรับแต่งซอฟต์แวร์ มากกว่าจะเป็น CPU รุ่นใหม่ ดังนั้น Pixel Watch 5 จึงยังใช้แกน CPU และ GPU ชุดเดียวกับที่อยู่ใน Pixel Watch 2, 3 และ 4
Pixel Watch 5 คาดว่าจะมาพร้อม Wear OS 7.0 ซึ่งผสาน Gemini Intelligence ระบบ AI ของ Google ที่ออกแบบมาให้ทำงานบนอุปกรณ์
การเพิ่ม RAM จาก 2GB เป็น 3GB และการขยายพื้นที่จัดเก็บเป็น 64GB ถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับการรองรับฟีเจอร์ Gemini บนอุปกรณ์โดยตรง ภาพเรนเดอร์ที่หลุดออกมายังแสดงหน้าปัดใหม่ที่มีปุ่มเฉพาะสำหรับเรียกใช้ Gemini
อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ Gemini อาจยังไม่พร้อมใช้งานทันทีในวันวางจำหน่าย 20 สิงหาคม โดย Android Police รายงานว่า Google อาจปล่อยความสามารถ AI ผ่านอัปเดตหลังเปิดตัว ซึ่งคาดว่าเป็นช่วงปลายปี 2026 แต่ยังไม่มีวันที่แน่นอน
Pixel Watch 5 มีรายงานว่าจะขึ้นราคาเป็นครั้งแรกในรอบ 4 รุ่น โดยราคาของแต่ละรุ่นเพิ่มขึ้นประมาณ 50 ดอลลาร์จากรุ่นก่อนหน้า
สำหรับยุโรป มีรายงานว่ารุ่น 41 มม. Wi‑Fi จะอยู่ที่ 419 ยูโร และรุ่น 45 มม. Wi‑Fi อยู่ที่ 449 ยูโร ส่วนรุ่น LTE จะเพิ่มขึ้นประมาณ 100 ยูโร
ราคาเริ่มต้น 399 ดอลลาร์ทำให้ Pixel Watch 5 รุ่นพื้นฐานอยู่ในระดับเดียวกับราคาเริ่มต้นที่รายงานของ Apple Watch Series 11
กำหนดการนี้เร็วกว่าการเปิดตัว Pixel Watch 4 ในเดือนตุลาคม 2025 ราว 10 สัปดาห์ และอาจทำให้ Google ออกสู่ตลาดก่อนกำหนดการเปิดตัว Apple Watch รุ่นถัดไปที่มีข่าวลือว่าจะเกิดขึ้นในเดือนกันยายน
Pixel Watch 5 ดูเป็นการปรับปรุงแบบเน้นรายละเอียดมากกว่าการยกเครื่องใหม่ จุดเด่นคือ RAM 3GB ความจุ 64GB ระบบ Wear OS 7 และการรองรับ Gemini Intelligence รวมถึงดีไซน์ทรงกลมที่ Google ตั้งใจใช้เป็นอาวุธทางการตลาดเหน็บ Apple และ Samsung
แต่ผู้ซื้อควรชั่งน้ำหนักกับการใช้ CPU และ GPU เดิม ราคาที่สูงขึ้น และความเป็นไปได้ที่ฟีเจอร์ Gemini จะยังไม่พร้อมในวันเปิดตัว หากต้องการดีไซน์ใหม่หรือประสิทธิภาพชิปที่ก้าวกระโดด Pixel Watch 5 อาจยังไม่ใช่คำตอบ แต่ถ้าต้องการ Pixel Watch ที่มีพื้นที่เก็บข้อมูลมากขึ้นและพร้อมรองรับ AI รุ่นนี้ก็ถือเป็นการอัปเกรดที่น่าสนใจ