ภายในเครื่อง Honor X80 Pro Max นับเป็นอุปกรณ์เชิงพาณิชย์เครื่องแรกที่มาพร้อมกับชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 6 Gen 5 ซึ่งผลิตด้วยเทคโนโลยี 4 นาโนเมตร หน่วยประมวลผล (CPU) แบบ Octa-core ประกอบด้วยแกนประสิทธิภาพ Cortex-A720 ความเร็ว 2.6 GHz จำนวน 4 แกน และแกนประหยัดพลังงาน Cortex-A520 ความเร็ว 2.0 GHz อีก 4 แกน
นี่ไม่ใช่ชิประดับเรือธงและไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นเช่นนั้น แต่มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานทั่วไปที่ลื่นไหล ในขณะเดียวกันก็ช่วยดึงประสิทธิภาพจากแบตเตอรี่ 11,000 mAh ให้ได้สูงสุด โดยตัวเครื่องจะมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 16 และ MagicOS 10 ตั้งแต่แกะกล่อง
ความทนทานเป็นอีกหนึ่งจุดขายที่โดดเด่นของรุ่นนี้ Honor X80 Pro Max มาพร้อมมาตรฐานกันน้ำและกันฝุ่นระดับ IP68 และ IP69K ซึ่งหมายความว่ามันสามารถทนต่อการจุ่มน้ำลึกสูงสุด 6 เมตร และทนต่อแรงดันน้ำที่พุ่งด้วยความเร็วสูงได้ นอกจากนี้ยังได้รับการรับรองว่าทนต่อการตกกระแทกจากความสูงถึง 2.5 เมตร ซึ่งบริษัทได้ตอกย้ำด้วยการรับรอง "Gold-Label Anti-Fall"
เพื่อตอกย้ำความมั่นใจนี้ Honor ได้แถมแพ็กเกจบริการ 5 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 1,088 หยวนให้กับผู้ซื้อ ซึ่งรวมถึงการดูแลแบตเตอรี่ 2 ปี, การดูแลฝาหลัง 1 ปี, การดูแลความเสียหายจากน้ำ 1 ปี, การดูแลกล้องหลัง 1 ปี และที่สำคัญที่สุดคือบริการเปลี่ยนหน้าจอฟรี 2 ปี นี่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า Honor ตั้งใจให้มือถือรุ่นนี้ถูกโยนลงกระเป๋า ส่งต่อให้เด็กๆ เล่น หรือใช้ในสภาพอากาศที่เลวร้ายโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าซ่อมที่อาจตามมา
Honor X80 Pro Max มาพร้อมหน้าจอ AMOLED แบบแบนขนาด 6.79-6.8 นิ้ว ความละเอียด 2788×1280 พิกเซล (ประมาณ 1.5K), อัตรารีเฟรช 120Hz และระบบหรี่แสง PWM 3840Hz เพื่อช่วยถนอมสายตา สเปกที่หลุดออกมาระบุว่าความสว่างสูงสุดเฉพาะจุดอาจสูงถึง 10,000 nits
แม้ว่าตัวเลขนี้จะหมายถึงความสว่างสูงสุดแบบ HDR เฉพาะจุดมากกว่าความสว่างเต็มหน้าจอที่ปรับได้เองก็ตาม
งานด้านการถ่ายภาพใช้กล้องหลักความละเอียด 50MP ที่สามารถบันทึกวิดีโอที่ 2160p ได้ Honor ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของเลนส์เสริมอื่นๆ ทั้งหมด ดังนั้นสเปกของกล้องมุมกว้างพิเศษ, กล้องมาโคร และกล้องหน้ายังคงไม่ได้รับการยืนยันจนกว่าจะถึงวันเปิดตัว
ตัวเลือกสีที่ได้รับการยืนยันแล้ว ได้แก่ Energetic Orange (ส้มสดใส), Lightning Red (แดงสายฟ้า), Moon Shadow White (ขาวเงาจันทร์) และ Mystic Black (ดำมืดมิด)
ตัวเลือกหน่วยความจำที่ได้รับการยืนยันสำหรับ X80 Pro Max ได้แก่ 8GB/128GB, 8GB/256GB, 8GB/512GB และ 12GB/512GB โดยรุ่น 8GB/256GB เป็นรุ่นที่ถูกอ้างถึงบ่อยที่สุดในรายชื่อจากร้านค้าปลีกช่วงแรก
คาดการณ์ราคาอยู่ในช่วง 2,000 - 2,800 หยวน (ประมาณ 9,300 - 13,000 บาท) โดยอิงจากราคาของรุ่นก่อนหน้าอย่าง X70 Pro Max ที่ตั้งไว้ที่ 1,999 หยวน สำหรับรุ่น 8GB/256GB และราคาลงขายของร้านค้าปลีกในจีนที่ระบุไว้ที่ 2,793 หยวน การคาดการณ์ราคานี้ทำให้ X80 Pro Max อยู่ในกลุ่มสมาร์ทโฟนระดับกลาง-บนที่เน้นความคุ้มค่า และมีราคาต่ำกว่ามือถือรุ่นอื่นๆ ที่มีสเปกแบตเตอรี่หรือความทนทานในระดับใกล้เคียงกัน
มีข้อมูลของ Honor X80 อีกรุ่นหนึ่งหลุดออกมาผ่านข่าวลือและการยื่นขอใบรับรอง ซึ่งใช้แนวทางที่แตกต่างออกไป โดย Honor X80 รุ่นมาตรฐานมีข่าวว่าจะมาพร้อมแบตเตอรี่ประมาณ 10,000 mAh (ความจุที่กำหนดไว้ที่ 9,755 mAh) และชาร์จไว 90W ซึ่งแตกต่างจาก X80 Pro Max ที่ใช้ชิป Snapdragon 6 Gen 5 อย่างแน่นอน โดยข่าวลือก่อนหน้านี้ของ Honor X80 ชี้ไปที่ทั้งชิป Snapdragon 6 Gen 5 และ Snapdragon 7 series ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทอาจเปิดตัวรุ่นย่อยที่แตกต่างกันตามภูมิภาคหรือราคา
คาดว่า X80 รุ่นมาตรฐานจะเป็นรุ่นที่ราคาย่อมเยากว่า โดยบางการประเมินชี้ว่าราคาอาจต่ำกว่า 1,000 หยวน
ยังไม่มีวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับ X80 รุ่นมาตรฐาน และข้อมูลดังกล่าวควรถือเป็นการคาดการณ์จากข่าวลือเบื้องต้นเท่านั้น
ในขณะที่สเปกหลักๆ ค่อนข้างชัดเจนแล้ว แต่รายละเอียดอีกหลายอย่างยังคงต้องรอการประกาศในงานวันที่ 22 มิถุนายนนี้:
Comments
0 comments