จุดขายที่สะดุดตาที่สุดของ MateBook Pro S คือ น้ำหนักเพียง 798 กรัม หรือประมาณ 1.76 ปอนด์ Huawei ระบุว่านี่คือโน้ตบุ๊กขนาด 14 นิ้วที่เบาที่สุดในโลก โดยเบากว่า MacBook Air M5 ขนาด 13.6 นิ้ว ซึ่งหนัก 1,230 กรัม ราว 35%
ตัวเครื่องมีความหนาประมาณ 11.9 มม. แม้บางแหล่งรายงานตัวเลข 11.2 มม. การลดน้ำหนักดังกล่าวมาจากสถาปัตยกรรมภายในที่ Huawei เรียกว่า “Yunsun” หรือ “Cloud Falcon” ซึ่งใช้โครงสร้างแมกนีเซียม-ลิเทียมและจัดวางชิ้นส่วนภายในใหม่ทั้งหมด
MateBook Pro S เป็นโน้ตบุ๊กเครื่องแรกที่ใช้แบตเตอรี่ซึ่งมี แอโนดซิลิคอนสูง 10% โดย Huawei อ้างว่าแบตเตอรี่มีความหนาแน่นพลังงานเพิ่มขึ้น 15% และน้ำหนักลดลง 10% เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ทั่วไปที่มีความจุเท่ากัน บริษัทเคลมว่าสามารถเล่นวิดีโอความละเอียด 1080p ต่อเนื่องได้นานสูงสุด 18 ชั่วโมง ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
ด้านขุมพลัง รุ่นนี้ใช้ HiSilicon Kirin XE90 ชิป ARM ที่เน้นประสิทธิภาพต่อพลังงาน โดยมีโครงสร้าง 10 คอร์แบบ 4+4+2 ประกอบด้วย
Huawei ระบุว่า Kirin XE90 มีประสิทธิภาพแบบคอร์เดี่ยวสูงขึ้น 23% ประหยัดพลังงานขึ้น 25% และมีพลังประมวลผล NPU เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับ Kirin X90 รุ่นแรก การเพิ่มประสิทธิภาพของ NPU มีความสำคัญต่อฟีเจอร์ AI ที่ประมวลผลบนอุปกรณ์โดยตรงภายใน HarmonyOS
ระบบระบายความร้อนใช้แพ็กเกจเซรามิกคอมโพสิต ซึ่ง Huawei ระบุว่าช่วยเพิ่มความสามารถในการจัดการความร้อนขึ้น 70% และทำให้ชิปรักษาประสิทธิภาพต่อเนื่องที่ระดับ 20W ได้
ข้อมูลที่ Huawei เปิดเผยเกี่ยวกับ MateBook Pro S ยังมีดังนี้
ข้อมูลจากการรั่วไหลระบุว่าอาจมีตัวเลือก RAM 16GB, 24GB และ 32GB จับคู่กับพื้นที่เก็บข้อมูล 512GB หรือ 1TB รวมถึงสีให้เลือกสูงสุด 5 สี อีกจุดที่ไม่ค่อยพบในโน้ตบุ๊กทั่วไปคือการติดตั้ง ชุดกล้องไว้ด้านหลังตัวเครื่อง
สำหรับรุ่นเรือธง MateBook Fold Ultimate Design 2026 ยังคงแนวคิดคอมพิวเตอร์จอพับขนาดใหญ่ โดยใช้หน้าจอ OLED LTPO แบบยืดหยุ่นสองชั้นขนาด 18 นิ้ว เมื่อกางออก และพับลงมาเป็นรูปแบบโน้ตบุ๊กขนาดประมาณ 13 นิ้ว
สเปกหน้าจอที่เปิดเผยมีดังนี้
Huawei ใช้บานพับแบบ Basalt waterdrop พร้อมชั้นลามิเนต UTG ที่มีของไหลชนิดไม่เป็นนิวตัน และเสริมชั้นคาร์บอนไฟเบอร์ใต้หน้าจอ โดยมีรายงานว่าวัสดุและโครงสร้างดังกล่าวช่วยเพิ่มความทนทานต่อแรงกระแทกได้ประมาณ 3 เท่า
จุดเด่นของดีไซน์นี้คือ ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบากว่า MacBook Air ขนาด 13 นิ้ว แต่สามารถกางออกเป็นพื้นที่ทำงาน OLED ขนาด 18 นิ้วได้
MateBook Fold ใช้ชิป HiSilicon Kirin X90 Plus ซึ่ง Huawei วางตำแหน่งเป็นชิปพีซีประสิทธิภาพสูงสุดของบริษัท โดยอ้างว่ามีประสิทธิภาพดีกว่า Kirin X90 รุ่นมาตรฐาน 25%
ในงานบรรยายสรุปวันที่ 29 กรกฎาคม Huawei ยังสาธิตการเล่นเกมที่ใช้ Ray Tracing แบบเร่งด้วยฮาร์ดแวร์ บนชิปดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการสาธิตครั้งแรกของเทคโนโลยีนี้บนพีซีที่ใช้ HarmonyOS ตามข้อมูลที่เผยแพร่
อย่างไรก็ตาม Huawei ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดโครงสร้างคอร์ของ Kirin X90 Plus อย่างครบถ้วน โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าเป็นรุ่นที่ยกระดับจาก Kirin X90 เดิม ซึ่งมี 10 คอร์ 20 เธรด และความเร็วสูงสุด 4.2 GHz
ข้อมูลเบื้องต้นของ MateBook Fold Ultimate Design 2026 ระบุว่าอาจมี RAM สูงสุด 32GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 1TB หรือ 2TB นอกจากนี้ยังรองรับการใช้งานปากกาสไตลัส
รายงานเรื่องสีมีรายละเอียดต่างกันไปตามแหล่งข้อมูล โดยชุดหนึ่งระบุสี Shadow Black, Cloud Blue, Sky White และ Crimson Red ขณะที่อีกแหล่งระบุสี Flowing Gold, Phantom Black และ Skyline White จึงควรรอการยืนยันจาก Huawei ในวันวางจำหน่าย
Huawei ยืนยันกำหนดเปิดตัวและวางจำหน่าย MateBook Pro S และ MateBook Fold Ultimate Design 2026 ในวันที่ 5 สิงหาคม 2026 ที่ประเทศจีน งานดังกล่าวคาดว่าจะมีการเปิดตัวสมาร์ทโฟน nova 16 SE และแท็บเล็ต MatePad Pro รุ่นใหม่ ร่วมด้วย
ความสำคัญของผลิตภัณฑ์ทั้งสองรุ่นไม่ได้อยู่แค่ความบางเบาหรือหน้าจอพับได้เท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การรวมชิป Kirin ที่พัฒนาเองเข้ากับ HarmonyOS บนพีซีเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ แทนการใช้ Windows และแพลตฟอร์มชิปจาก Intel หรือ AMD ในการผลักดันผลิตภัณฑ์ครั้งสำคัญนี้
ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศว่าจะนำ MateBook Pro S หรือ MateBook Fold Ultimate Design 2026 ไปจำหน่ายนอกประเทศจีนหรือไม่