บทความนี้จะพาไปรู้จัก Pixel Tag แบบละเอียด ทั้งดีไซน์ สเปก เทคโนโลยีที่ใช้ ระบบซอฟต์แวร์ และข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ
Pixel Tag มาในรูปทรง เม็ดยา ที่แตกต่างจาก AirTag และ SmartTag ที่เป็นทรงกลม ขนาด 46.1 × 28 × 5.4 มม. (ประมาณ 1.8 × 1.1 × 0.21 นิ้ว) น้ำหนักเพียง 11.8 กรัม (8.8 กรัมเมื่อไม่รวมแบตเตอรี่)
Pixel Tag มาพร้อมเทคโนโลยีไร้สายที่ทันสมัยหลายอย่างเพื่อการติดตามตำแหน่งที่แม่นยำ:
Pixel Tag ทำงานกับอุปกรณ์ Android ทุกรุ่นที่ใช้ Android 9.0 ขึ้นไป และทำงานร่วมกับ Pixel Watch ได้ การตั้งค่าใช้ระบบ Fast Pair ของ Android
หัวใจสำคัญคือเครือข่าย Find Hub ของ Google (เดิมชื่อ Find My Device) ซึ่งใช้เครือข่าย อุปกรณ์ Android กว่า 1 พันล้านเครื่อง ช่วยค้นหาของที่หายไป แม้จะอยู่นอกระยะ Bluetooth ข้อมูลตำแหน่งทั้งหมดถูก เข้ารหัสแบบ end-to-end แม้แต่ Google ก็ไม่สามารถอ่านข้อมูลตำแหน่งได้
ถึงแม้จะใช้งานได้ดี แต่ Find Hub ยังมีข้อจำกัดหลายอย่างเมื่อเทียบกับระบบของ Apple:
Pixel Tag รองรับมาตรฐาน Detecting Unwanted Location Trackers (DULT) ที่ Apple และ Google พัฒนาร่วมกันตั้งแต่ปี 2024 ซึ่งหมายความว่าทั้งผู้ใช้ Android และ iOS จะได้รับการแจ้งเตือนอัตโนมัติหากมี Pixel Tag ที่ไม่รู้จักเดินทางไปกับคุณ แอป Find Hub ยังมีฟีเจอร์หยุดการส่งตำแหน่งจากแท็กที่ไม่รู้จักชั่วคราวเป็นเวลา 24 ชั่วโมง
| ฟีเจอร์ | รายละเอียด |
|---|---|
| ราคา | 29 ดอลลาร์ (1 ชิ้น), 99 ดอลลาร์ (4 ชิ้น); 34.90 ยูโรในยุโรป |
| วันที่วางขาย | ประกาศ 12 สิงหาคม 2026, วางขาย 11 พฤศจิกายน 2026 |
| ขนาด | 46.1 × 28 × 5.4 มม. |
| น้ำหนัก | 11.8 กรัม (8.8 กรัมไม่รวมแบต) |
| สี | Fog |
| กันน้ำ | IP67 |
| แบตเตอรี่ | CR2032 เปลี่ยนได้, อายุ >1 ปี |
| การเชื่อมต่อ | Bluetooth 6.0 (Channel Sounding), UWB |
| ระบบปฏิบัติการ | Android 9.0+ |
| เครือข่าย | Google Find Hub (เข้ารหัส end-to-end) |
บทความนี้จะพาไปรู้จัก Pixel Tag แบบละเอียด ทั้งดีไซน์ สเปก เทคโนโลยีที่ใช้ ระบบซอฟต์แวร์ และข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ
Pixel Tag มาในรูปทรง เม็ดยา ที่แตกต่างจาก AirTag และ SmartTag ที่เป็นทรงกลม ขนาด 46.1 × 28 × 5.4 มม. (ประมาณ 1.8 × 1.1 × 0.21 นิ้ว) น้ำหนักเพียง 11.8 กรัม (8.8 กรัมเมื่อไม่รวมแบตเตอรี่)
Pixel Tag มาพร้อมเทคโนโลยีไร้สายที่ทันสมัยหลายอย่างเพื่อการติดตามตำแหน่งที่แม่นยำ:
Pixel Tag ทำงานกับอุปกรณ์ Android ทุกรุ่นที่ใช้ Android 9.0 ขึ้นไป และทำงานร่วมกับ Pixel Watch ได้ การตั้งค่าใช้ระบบ Fast Pair ของ Android
หัวใจสำคัญคือเครือข่าย Find Hub ของ Google (เดิมชื่อ Find My Device) ซึ่งใช้เครือข่าย อุปกรณ์ Android กว่า 1 พันล้านเครื่อง ช่วยค้นหาของที่หายไป แม้จะอยู่นอกระยะ Bluetooth ข้อมูลตำแหน่งทั้งหมดถูก เข้ารหัสแบบ end-to-end แม้แต่ Google ก็ไม่สามารถอ่านข้อมูลตำแหน่งได้
ถึงแม้จะใช้งานได้ดี แต่ Find Hub ยังมีข้อจำกัดหลายอย่างเมื่อเทียบกับระบบของ Apple:
Pixel Tag รองรับมาตรฐาน Detecting Unwanted Location Trackers (DULT) ที่ Apple และ Google พัฒนาร่วมกันตั้งแต่ปี 2024 ซึ่งหมายความว่าทั้งผู้ใช้ Android และ iOS จะได้รับการแจ้งเตือนอัตโนมัติหากมี Pixel Tag ที่ไม่รู้จักเดินทางไปกับคุณ แอป Find Hub ยังมีฟีเจอร์หยุดการส่งตำแหน่งจากแท็กที่ไม่รู้จักชั่วคราวเป็นเวลา 24 ชั่วโมง
| ฟีเจอร์ | รายละเอียด |
|---|---|
| ราคา | 29 ดอลลาร์ (1 ชิ้น), 99 ดอลลาร์ (4 ชิ้น); 34.90 ยูโรในยุโรป |
| วันที่วางขาย | ประกาศ 12 สิงหาคม 2026, วางขาย 11 พฤศจิกายน 2026 |
| ขนาด | 46.1 × 28 × 5.4 มม. |
| น้ำหนัก | 11.8 กรัม (8.8 กรัมไม่รวมแบต) |
| สี | Fog |
| กันน้ำ | IP67 |
| แบตเตอรี่ | CR2032 เปลี่ยนได้, อายุ >1 ปี |
| การเชื่อมต่อ | Bluetooth 6.0 (Channel Sounding), UWB |
| ระบบปฏิบัติการ | Android 9.0+ |
| เครือข่าย | Google Find Hub (เข้ารหัส end-to-end) |