เพื่อรองรับสิ่งนี้ Microsoft ได้เปลี่ยน Windows ให้เป็นรันไทม์สำหรับเอเจนต์โดยเฉพาะด้วยการเปิดพรีวิว Windows Agent Runtime ที่มี API สำหรับเอเจนต์ในระบบปฏิบัติการโดยตรง นอกจากนี้ยังเปิดตัว Windows Agent Store ที่แบ่งรายได้ให้นักพัฒนาสูงถึง 85% โดยมี Adobe และ Zoom เป็นพาร์ทเนอร์กลุ่มแรก
สำหรับผู้ใช้งาน Microsoft 365 ฟีเจอร์ Copilot Agent Mode จะเปิดให้ใช้งานทั่วไปในเดือนมิถุนายน 2026 ซึ่งจะทำให้ Copilot สามารถวางแผนและทำงานหลายขั้นตอนด้วยตัวเองได้ภายในขอบเขตที่ฝ่าย IT กำหนด
ก่อนประตูงานเปิดเพียงสัปดาห์เดียว (26 พฤษภาคม 2026) Microsoft ได้ปล่อยอัปเดต Copilot Studio ครั้งใหญ่ โดยปลดล็อกฟีเจอร์สำคัญ 3 อย่างจากโหมดทดสอบสู่การใช้งานจริง:
โดยเฉพาะฟีเจอร์ควบคุมคอมพิวเตอร์ นับเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญ เพราะมันสามารถใช้งานโปรแกรมเก่าๆ ที่ไม่มี API ได้ทันที รองรับโมเดล AI จาก OpenAI และ Anthropic โดยมีระบบความปลอดภัยระดับองค์กร เช่น การเก็บรหัสผ่านใน Key Vault และการบันทึกหน้าจอเพื่อการตรวจสอบย้อนหลัง (Session Replay)
อีกหนึ่งข่าวใหญ่ที่จับต้องได้มากที่สุดคือการเปิดตัว พีซี Windows รุ่นแรกที่ใช้ชิป Nvidia เป็นซีพียูหลัก ซึ่งเปิดตัวพร้อมกันทั้งที่งาน Build และงาน Computex ที่ไต้หวัน
ข่าวดีสำหรับวงการพีซีคือ ค่ายแรกที่ออกพีซีกลุ่มนี้คือ Microsoft Surface และ Dell โดยใช้ชิป Arm รุ่น N1X ของ Nvidia การย้ายสถาปัตยกรรมจาก x86 (Intel/AMD) ไปใช้ Arm ของ Nvidia ในครั้งนี้มีความพร้อมมากกว่ายุค Surface RT มาก เนื่องจาก Windows 11 มี Emulator (Prism) สำหรับรันแอป x86 จนเป็นที่ยอมรับในตลาดพรีเมียมแล้ว
ขณะที่งาน Build กำลังดำเนินไป เพนตากอนก็ประกาศสัญญาแบบครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี มูลค่า 9.69 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ผ่านโครงการ Core Enterprise Technology Agreement (CETA)
ดีลนี้มีเป้าหมายเพื่อรวบรวมการจัดซื้อซอฟต์แวร์ Microsoft (เช่น Microsoft 365) ที่กระจัดกระจายของกองทัพเรือ, กองทัพบก, กองทัพอากาศ, หน่วยข่าวกรอง และหน่วยยามฝั่ง ให้เข้ามาอยู่ภายใต้สัญญาเดียว โดย Dell Federal Systems เป็นผู้รับสัญญาหลัก
Kirsten Davies CIO ของเพนตากอน ระบุว่า การรวมศูนย์ครั้งนี้จะช่วยประหยัดเงินภาษีของสหรัฐฯ ได้มากถึง ปีละ 422 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 15,000 ล้านบาท) และยุติปัญหาการซื้อใบอนุญาตซ้ำซ้อนที่เกิดขึ้นมานานหลายปี
Comments
0 comments