สหรัฐฯ แจ้งลดกำลังตามแบบจำลองกำลังนาโตครั้งใหญ่ ทั้งเครื่องบินขับไล่หนึ่งในสาม เครื่องบินทิ้งระเบิดครึ่งหนึ่ง เรือดำน้ำและโดรนทั้งหมด อ้างเหตุเพื่อ "ปรับสมดุลความสัมพันธ์ที่พึ่งพากันเกินไป" [1][4][5][7] ยังไม่กำหนดเส้นตายการถอนกำลังที่ชัดเจน ทำให้ยุโรปต้องเร่งวางแผนรับมือความไม่แน่นอน ขณะที่สหรัฐฯ ยัน "ร่มนิวเคลียร์...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the details of the U.S. formally notifying NATO allies that it is cutting back fighter jets, bombers, warships, drones, and other c. Article summary: Here is a comprehensive breakdown of what has been reported and confirmed across multiple sources.. Topic tags: general, general web, user generated, government. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Brianna Chickenfry calls ‘bulls–t’ on West Wilson, Amanda Batula hookup timeline: ‘Let’s just call it what it is’" source context "US plans to cut bombers, fighter jets and warships available to ..." Reference image 2: visual subject "A military personnel in the role of an opposition force pilots a DJI Matrice drone during a military exercise." source context "US plans to cut bombers, fighter jets and warships available
รัฐบาลทรัมป์ได้ส่งหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการแก่พันธมิตรนาโตถึงการปรับลดบทบาทด้านกำลังรบตามแบบแผนการป้องกันร่วมขนานใหญ่ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วยุโรปเมื่อรายละเอียดที่ส่งมอบในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2026 ทำให้เห็นภาพการตัดลดที่ "หักดิบเกินกว่าที่หลายฝ่ายในยุโรปคาดการณ์ไว้"
นายอเล็กซานเดอร์ เวเลซ-กรีน ผู้แทนกระทรวงสงครามสหรัฐฯ เป็นผู้บรรยายสรุปครั้งแรกในการประชุมลับกับผู้อำนวยการนโยบายกลาโหมของนาโต ณ กรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม และขอบเขตการปรับลดถูกยืนยันต่อสาธารณะในเวลาต่อมาโดยกองบัญชาการทหารสหรัฐฯ ประจำยุโรป (USEUCOM) โดยมีรายละเอียดดังนี้:
พล.อ.อ. อเล็กซัส จี. กรินเควิช ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ในยุโรป (USEUCOM) ได้ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนว่า พันธมิตรนาโตได้พัฒนาภาวะ "พึ่งพากำลังรบของสหรัฐฯ ในสัดส่วนที่ไม่ดีต่อสุขภาพ (unhealthy co-dependence)" และถึงเวลาแล้วที่จะต้องแก้ไขความไม่สมดุลนี้ ด้านกระทรวงสงครามสหรัฐฯ ใช้คำว่าเป็นการ "ปรับขนาดบทบาท (rightsizing)" ให้เหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ป้องกันชาติปี 2026 ซึ่งให้น้ำหนักกับ "ความเป็นไปได้" ที่สหรัฐฯ อาจต้องรับมือกับสงครามใหญ่ในหลายภูมิภาคพร้อมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมรภูมิอินโด-แปซิฟิก
นอกจากการแจ้งลดกำลังแล้ว เพนตากอนยังเรียกร้องอย่างชัดเจนให้บรรดาชาติยุโรปและแคนาดาเร่งเพิ่มสัดส่วนยุทโธปกรณ์ทางอากาศทั้งที่มีคนขับและไร้คนขับ รวมถึงกำลังรบทางทะเลของตนเอง เพื่ออุดช่องว่างที่เกิดขึ้น โดยแรงกดดันมีกำหนดเวลาชัดเจน เพนตากอนคาดหวังที่จะเห็นความคืบหน้าหรือพันธสัญญาที่เป็นรูปธรรมจากชาติพันธมิตรภายในกำหนดการประชุมสุดยอดผู้นำนาโต ซึ่งมีขึ้นในวันที่ 7-8 กรกฎาคม ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี
ขนาดของการลดกำลังสร้างความตื่นตระหนกแก่พันธมิตรหลายราย แหล่งข่าวระบุว่าแผนดังกล่าว "หักดิบเกินกว่าที่ชาวยุโรปคาดไว้" และหลายฝ่ายให้ความเห็นว่าพันธมิตรยังคงกำลัง "ประมวลผลข้อความ" และต่อสู้กับภาวะช็อกทางยุทธศาสตร์ที่เกิดขึ้น ความท้าทายในการปฏิบัติการเฉพาะหน้าทวีความซับซ้อนจากปัจจัยสำคัญที่ยังไม่มีคำตอบ นั่นคือ เพนตากอนไม่ได้ให้กรอบเวลาที่แน่ชัดว่าสินทรัพย์เหล่านี้จะถูกถอนออกจากแบบจำลองกำลังรบของนาโตเมื่อใด ความคลุมเครือนี้สร้างความยุ่งยากอย่างมากให้นักวางแผนในยุโรปที่กำลังคำนวณว่าพวกเขาต้องใช้เวลาเร่งผลิตและจัดหาเครื่องบินขับไล่ เครื่องบินทิ้งระเบิด และเรือรบมาเติมเต็มขีดความสามารถที่หายไปเร็วแค่ไหน
ท่ามกลางการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ แม่ทัพกรินเควิชและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ย้ำชัดเจนในจุดหนึ่งที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง คือ "ร่มนิวเคลียร์" (Nuclear Umbrella) ของสหรัฐฯ ที่ปกป้องพันธมิตรยังคงอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ มาตรการป้องปรามด้วยอาวุธนิวเคลียร์สำหรับพันธมิตรไม่ใช่ส่วนหนึ่งของแผนการลดกำลังรบตามแบบแผนนี้ การเปลี่ยนแปลงพุ่งเป้าไปที่บัญชีกำลังรบนอกเหนืออาวุธนิวเคลียร์ในแบบจำลองกำลังนาโตเท่านั้น เป็นการสลักเสลาหลักประกันความมั่นคงฉบับใหม่ที่จำกัดขอบเขตของสหรัฐฯ ลง โดยมุ่งเน้นไปที่การป้องปรามทางยุทธศาสตร์ มากกว่าการเป็นทัพหน้าในสงครามตามแบบ
การลดกำลังครั้งนี้คือการแสดงออกในเชิงปฏิบัติการของสิ่งที่รัฐบาลทรัมป์เรียกว่า "NATO 3.0" ซึ่งเป็นการผลักดันให้ยุโรปเป็นผู้นำในการป้องกันตนเองทางทหารตามแบบแผนของทวีปอย่างเต็มรูปแบบ ในวิสัยทัศน์นี้ สหรัฐฯ จะเปลี่ยนบทบาทเป็นฝ่ายสนับสนุนและเป็นผู้ค้ำประกันนิวเคลียร์ ขณะที่ทุ่มเทความพร้อมทางทหารไปยังภูมิศาสตร์การเมืองสำคัญในอินโด-แปซิฟิก การเปลี่ยนแปลงนี้เท่ากับการปรับโครงสร้างพื้นฐานของข้อตกลงทางทหารข้ามแอตแลนติก ซึ่งวอชิงตันส่งผ่านหน้าที่หลักในการป้องกันดินแดนให้กับเมืองหลวงของยุโรปอย่างเป็นทางการ และแบบจำลองกำลังนาโตจะกลายเป็นสนามทดสอบความเป็นจริงครั้งใหม่ของระเบียบโลกทันที
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
สหรัฐฯ แจ้งลดกำลังตามแบบจำลองกำลังนาโตครั้งใหญ่ ทั้งเครื่องบินขับไล่หนึ่งในสาม เครื่องบินทิ้งระเบิดครึ่งหนึ่ง เรือดำน้ำและโดรนทั้งหมด อ้างเหตุเพื่อ "ปรับสมดุลความสัมพันธ์ที่พึ่งพากันเกินไป" [1][4][5][7]
สหรัฐฯ แจ้งลดกำลังตามแบบจำลองกำลังนาโตครั้งใหญ่ ทั้งเครื่องบินขับไล่หนึ่งในสาม เครื่องบินทิ้งระเบิดครึ่งหนึ่ง เรือดำน้ำและโดรนทั้งหมด อ้างเหตุเพื่อ "ปรับสมดุลความสัมพันธ์ที่พึ่งพากันเกินไป" [1][4][5][7] ยังไม่กำหนดเส้นตายการถอนกำลังที่ชัดเจน ทำให้ยุโรปต้องเร่งวางแผนรับมือความไม่แน่นอน ขณะที่สหรัฐฯ ยัน "ร่มนิวเคลียร์" ยังอยู่ครบ [3][7][8]
การลดกำลังครั้งนี้คือแกนหลักของยุทธศาสตร์ 'NATO 3.0' เพื่อปรับทิศทางสหรัฐฯ ไปยังอินโด แปซิฟิก และผลักดันให้ยุโรปเป็นหัวหอกในการป้องกันภาคพื้นดินด้วยตนเอง [5][16]