ก่อนเข้ารับตำแหน่งที่ NTU เขาเป็น รองประธานฝ่ายวิจัยของ ETH Zurich โดยมีส่วนช่วยจัดตั้งความพยายามด้าน AI ระดับชาติของสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึง Swiss National AI Institute และ Swiss AI Initiative
ประสบการณ์ทั้งสองด้านมีความสำคัญต่อ AISG เพราะองค์กรทำงานตั้งแต่งานวิจัยพื้นฐาน โครงการประยุกต์ใช้ การนำ AI ไปใช้ในบริษัท ไปจนถึงการพัฒนาทักษะแรงงาน บทบาทที่ NTU ยังช่วยให้ Wolfrum เชื่อมโยงโดยตรงกับการวิจัยและการศึกษา ขณะที่ประสบการณ์เดิมเกี่ยวข้องกับการประสานงานโครงการวิจัยในระดับประเทศ
Ho Teck Hua ซึ่งส่งต่อหน้าที่ประธานบริหารให้ Wolfrum เรียกเขาว่าเป็น “นักวิทยาศาสตร์และผู้นำทางวิชาการระดับโลก” พร้อมชื่นชมความมุ่งมั่นในการส่งเสริม AI ในงานวิจัยและการศึกษา รวมถึงการแปลงงานวิจัยให้เกิดผลกระทบในโลกจริง
Ho ดำรงตำแหน่งประธานบริหารผู้ก่อตั้ง AISG ตั้งแต่ก่อตั้งองค์กรในปี 2017 จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2026 หน่วยงานรัฐบาลของสิงคโปร์ระบุว่า เขามีบทบาทสำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์ของ AISG เดินหน้าความทะเยอทะยานด้าน AI ของประเทศ และสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคอุตสาหกรรม และรัฐบาล
ภายใต้การนำของ Ho AISG พัฒนาชุดโครงการที่ผสานงานวิจัยเข้ากับการสร้างขีดความสามารถ โครงการสำคัญได้แก่
ตัวเลขผลลัพธ์ที่ AISG รายงานสะท้อนขนาดของรากฐานดังกล่าว องค์กรดำเนินโครงการ AI เสร็จแล้ว มากกว่า 300 โครงการ และฝึกอบรมวิศวกร AI เกือบ 500 คน ขณะเดียวกัน โครงการ “AI for Everyone” เข้าถึงผู้คน มากกว่า 96,000 คนตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2018 ตามรายงานครบรอบ 5 ปีของ AISG
Ho ยังมีบทบาทสำคัญในแวดวงการศึกษา โดยเป็นประธานคนที่ 5 ของ NTU และศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยดีเด่น นอกจากนี้ NTU ระบุว่าเขาดำรงตำแหน่งประธาน Association of Pacific Rim Universities และประธาน Academy of Engineering, Singapore ด้วย
มรดกของ Ho จึงไม่ได้มีเพียงตัวเลขโครงการหรือจำนวนบุคลากร แต่ยังเป็นโครงสร้างสถาบันที่ทำให้งานวิจัย เป้าหมายระดับชาติ ภาคธุรกิจ และโครงการพัฒนาคนส่งเสริมกันเอง Wolfrum กำลังรับช่วงต่อแพลตฟอร์มที่มีอยู่ ไม่ได้เริ่มโครงการ AI แห่งชาติชุดใหม่จากศูนย์
SEA-LION ย่อมาจาก Southeast Asian Languages in One Network เป็นหนึ่งในตัวอย่างชัดเจนที่สุดของความพยายามด้าน AI ของ AISG ที่พัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์จริง โดยเป็นตระกูลโมเดลภาษาขนาดใหญ่แบบเปิดที่รองรับหลายภาษาและหลายรูปแบบข้อมูล ออกแบบมาเพื่อสะท้อนภาษา วัฒนธรรม และบริบทที่หลากหลายของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ดีขึ้น
ความสำคัญของ SEA-LION ไม่ได้อยู่ที่การสร้างโมเดลภาษาขนาดใหญ่อีกหนึ่งตัวเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การแก้ข้อจำกัดของโมเดลทั่วไป ซึ่งอาจทำงานกับภาษาและบริบททางวัฒนธรรมได้ไม่เท่ากัน เมื่อข้อมูลฝึกส่วนใหญ่สะท้อนตลาดขนาดใหญ่และสมมติฐานจากภูมิภาคอื่น AISG ระบุว่านักพัฒนาและนักวิจัยในภูมิภาคสามารถนำโมเดลไปใช้ ปรับแต่ง และฝึกเพิ่มเติม เพื่อสร้างแอปพลิเคชัน AI ที่ตอบโจทย์ท้องถิ่นได้
โครงการ National Multimodal Large Language Model Programme ยังช่วยให้นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรในสิงคโปร์สะสมความเชี่ยวชาญด้านการฝึกและปรับแต่งโมเดล การสร้างชุดข้อมูล และการปรับระบบให้เข้ากับบริบททางภาษาและวัฒนธรรมของภูมิภาค โครงการนี้ครอบคลุมทั้ง SEA-LION และ MERaLiON โดยรัฐบาลสิงคโปร์ระบุว่าองค์กรอย่าง Monetary Authority of Singapore และ GoTo Group ของอินโดนีเซียได้นำตระกูลโมเดลเหล่านี้ไปพัฒนาแอปพลิเคชัน
การพัฒนา SEA-LION ยังอาศัยความร่วมมือกับภาคเอกชน Google DeepMind ระบุว่า AISG ใช้ตระกูลโมเดล Gemma ในการพัฒนา SEA-LION ขณะที่ Dell Technologies ร่วมกับ AISG ทดสอบและปรับประสิทธิภาพโมเดลให้เหมาะกับ AI PC และโครงสร้างพื้นฐานแบบ Edge ความร่วมมือเหล่านี้สะท้อนทิศทางที่ภารกิจของ Wolfrum ให้ความสำคัญ นั่นคือการเปลี่ยนขีดความสามารถด้านงานวิจัยให้กลายเป็นเครื่องมือและการใช้งานที่เข้าถึงได้จริง
ประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการส่งสัญญาณสำคัญต่อวาระข้างหน้าอย่างน้อย 3 ประการ
AISG ถูกคาดหวังให้สนับสนุน National AI Strategy 2.0 และแผนวิจัยและพัฒนา AI แห่งชาติ ในทางปฏิบัติ นั่นหมายถึงการรักษาความลึกของงานวิจัยไว้ พร้อมให้น้ำหนักมากขึ้นกับคำถามว่าโครงการสามารถแก้ปัญหาสำคัญ สร้างขีดความสามารถในประเทศ และเข้าถึงผู้ใช้หรือองค์กรได้จริงหรือไม่
เป้าหมายของสิงคโปร์ไม่ได้มีเพียงการสร้างระบบ AI ที่ก้าวหน้า แต่ยังต้องการเป็นศูนย์กลางของ AI ที่ผู้คนไว้วางใจและสร้างผลลัพธ์ได้จริง บทบาทของ Wolfrum จึงอยู่ตรงจุดตัดระหว่างคุณภาพงานวิจัย การใช้งานอย่างรับผิดชอบ การนำไปใช้เชิงพาณิชย์ และคุณค่าต่อสาธารณะ
อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งไม่ได้รับประกันผลลัพธ์เฉพาะด้าน เพียงแต่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า AISG ต้องเชื่อมความก้าวหน้าทางเทคนิคเข้ากับความเชื่อมั่นและประโยชน์ใช้สอยในโลกจริง
จุดเด่นของ AISG คือการรวมมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ นักวิจัย สตาร์ตอัป และบริษัทขนาดใหญ่ไว้ด้วยกัน ตำแหน่งที่ Wolfrum ดำรงอยู่ใน NTU ประกอบกับประสบการณ์การนำงานวิจัยระดับนานาชาติ อาจช่วยกระชับความเชื่อมโยงดังกล่าว ขณะที่โครงการเดิมของ Ho ก็มีทั้งบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานด้านโครงการให้ต่อยอด
การพัฒนาคนยังคงเป็นหัวใจสำคัญ ผลงานของ AISG ชี้ให้เห็นว่าศักยภาพ AI ระดับชาติไม่ได้ขึ้นอยู่กับโมเดลหรือบทความวิจัยเท่านั้น แต่ยังต้องมีวิศวกรที่สามารถสร้าง ปรับใช้ และนำระบบไปใช้งานจริงได้ ความท้าทายของ Wolfrum คือการขยายขีดความสามารถดังกล่าว พร้อมทำให้โครงการอย่าง SEA-LION กลายเป็นทรัพยากรด้านงานวิจัยและอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน
การแต่งตั้ง Christian Wolfrum ทำให้ AI Singapore ได้ผู้นำที่มีประสบการณ์ตรงกับโจทย์ระยะต่อไปขององค์กร นั่นคือการเชื่อมงานวิจัยขั้นสูงเข้ากับการนำไปใช้จริง เขาได้รับมอบหมายให้เดินหน้ากลยุทธ์ AI ของสิงคโปร์ เสริมผลลัพธ์ด้านวิจัยและนวัตกรรม และสนับสนุนเป้าหมายด้าน AI ที่น่าเชื่อถือและสร้างผลกระทบ
ขณะเดียวกัน เขายังรับช่วงต่อรากฐานที่มีขนาดไม่น้อยจาก Ho Teck Hua ซึ่งสร้างโครงการ AI มากกว่า 300 โครงการ ฝึกอบรมวิศวกร AI เกือบ 500 คน และวางโครงการตั้งแต่งานวิจัย การทดลองใช้ การให้ความรู้สาธารณะ ไปจนถึง AI หลายภาษาสำหรับภูมิภาค
ท้ายที่สุด ความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จะวัดจากการลงมือทำ หาก AISG รักษาความลึกของงานวิจัยไว้ได้ พร้อมขยายการใช้ AI ในภาคอุตสาหกรรม พัฒนาบุคลากรท้องถิ่น และผลักดันระบบที่เข้าใจบริบทภูมิภาคอย่าง SEA-LION ให้เติบโต การนำของ Wolfrum ก็อาจเป็นจุดเปลี่ยนจากการสร้างขีดความสามารถ AI ระดับชาติ ไปสู่การขยายผลกระทบในวงกว้าง