21 สิงหาคม เวลา 11:00 น. PT – 25 สิงหาคม เวลา 10:00 น. PT
ผู้ที่พรีออร์เดอร์ Modern Warfare 4 หรือใช้ Beta Code ที่ถูกต้อง สามารถเข้าเล่นช่วงแรกได้บนแพลตฟอร์มต่อไปนี้
ผู้เล่นสามารถดาวน์โหลดเกมล่วงหน้าได้บนแพลตฟอร์มที่รองรับใน Weekend One และหากตั้งใจเล่นทั้ง 2 ช่วง จะติดตั้งเบตาเพียงครั้งเดียวก็พอ เพราะอัปเดตและความคืบหน้าจะส่งต่อไปยัง Weekend Two
28 สิงหาคม เวลา 10:00 น. PT – 1 กันยายน เวลา 10:00 น. PT
ช่วงที่สองเปิดให้ผู้เล่นทุกคนเข้าร่วมได้ ไม่ว่าจะแพลตฟอร์มใดหรือมีสถานะพรีออร์เดอร์หรือไม่ก็ตาม โดย Nintendo Switch 2 จะเข้าร่วมได้ตั้งแต่ Weekend Two นับเป็นครั้งแรกที่ผู้เล่นบนแพลตฟอร์มดังกล่าวจะได้สัมผัสเบตานี้
Activision ระบุว่า Weekend Two จะเพิ่มคอนเทนต์อย่างแผนที่ Ground War และแผนที่ใหม่สำหรับโหมด Warzone Resurgence โดยเบตาช่วงนี้รองรับ PlayStation 5, Xbox Series X|S, PC และ Nintendo Switch 2
จุดเด่นสำคัญของเบตาครั้งนี้คือ ผู้เล่นจะได้ทดลองภารกิจเนื้อเรื่องแบบเล่นคนเดียวชื่อ “Entrenched” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เบตาของซีรีส์ Call of Duty เปิดให้เล่นภารกิจแคมเปญควบคู่กับโหมดมัลติเพลเยอร์
การมีภารกิจแคมเปญทำให้เบตาครั้งนี้สะท้อนภาพรวมของเกมเต็มได้มากกว่าการทดสอบเฉพาะมัลติเพลเยอร์ อย่างไรก็ตาม ภารกิจเดียวคงยังไม่เพียงพอที่จะบอกได้ว่าเนื้อเรื่องทั้งหมดจะมีคุณภาพหรือจังหวะการเล่นเป็นอย่างไร
Weekend One มีแผนที่มัลติเพลเยอร์ 6v6 หลักดังนี้
รายชื่อดังกล่าวมาจากข้อมูลของ Activision และบทสรุปเบตาหลายแหล่ง แต่โหมดที่เปิดให้เล่นในแต่ละแผนที่อาจแตกต่างกันไปตามเพลย์ลิสต์และช่วงสุดสัปดาห์
โหมดที่มีรายงานว่าจะเปิดให้เล่นใน Weekend One ได้แก่
Kill Block ถูกนำเสนอแยกจากกลุ่มแผนที่ 6v6 หลัก และอาจเปิดให้เล่นในรูปแบบทีมขนาดต่างกัน เช่น 3v3 และ 10v10
ข้อมูลจากแต่ละแหล่งยังนับจำนวนโหมดไม่ตรงกันทั้งหมด โดยบางแห่งเรียกเฉพาะโหมดหลักว่าเป็น “8 โหมด” ขณะที่บางแห่งรวมรูปแบบย่อยของ Kill Block เข้าไปด้วย ดังนั้นคำอธิบายที่ปลอดภัยที่สุดคือ Weekend One มีโหมดมาตรฐาน 6 โหมด พร้อมกิจกรรม Kill Block และโหมดที่เน้นการเคลื่อนที่เพิ่มเติม
Kill Block คือสนามมัลติเพลเยอร์แบบโมดูลาร์ที่สามารถปรับเส้นทาง จุดมองเห็น และพื้นที่ปะทะใหม่ในแต่ละแมตช์ Activision ระบุว่าระบบนี้สามารถสร้างรูปแบบสนามได้ มากกว่า 500 รูปแบบ
แนวคิดนี้แตกต่างจากแผนที่ทั่วไปที่ผู้เล่นสามารถจำตำแหน่งและเส้นทางได้ตายตัว เพราะ Kill Block บังคับให้ต้องอ่านสถานการณ์และปรับแผนใหม่ทุกครั้งที่ลงเล่น นอกจากนี้ การมีทั้งรูปแบบ 3v3 และ 10v10 ยังเปิดโอกาสให้ทีมพัฒนาเก็บข้อมูลว่าดีไซน์สนามแบบเปลี่ยนแปลงได้ทำงานอย่างไรกับจำนวนผู้เล่นที่ต่างกัน
ตัวเลขอาวุธเป็นประเด็นที่ต้องใส่หมายเหตุไว้ก่อน เดิมมีการพูดถึงอาวุธ 14 ชิ้น ใน Weekend One แต่ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่ยืนยันตัวเลขนี้อย่างสอดคล้องกัน ขณะที่บทสรุปคอนเทนต์อีกแหล่งระบุว่ามีอาวุธมัลติเพลเยอร์ 19 ชิ้น ในช่วงแรก และจะมีอาวุธเพิ่มเติมปลดล็อกใน Weekend Two
ความแตกต่างอาจเกิดจากการนับหมวดอาวุธ สถานะการปลดล็อก หรือการนับเฉพาะส่วนหนึ่งของคลังอาวุธในเบตา ดังนั้นจึงยังไม่ควรสรุปว่าตัวเลขใดเป็นยอดสุดท้าย ผู้เล่นควรคาดหวังว่าจะมีอาวุธให้ทดลองจำนวนมาก แต่จำนวนที่แน่นอนของ Weekend One ยังไม่ชัดเจนจากข้อมูลที่เผยแพร่
Activision กำลังปรับปรุงปัญหาทางเทคนิค 2 เรื่องที่ผู้เล่น Call of Duty คุ้นเคยกันดี ได้แก่ การคอมไพล์เชดเดอร์และข้อความ “Update Requires Restart”
บน PC ระบบ Shader Preloading จะเริ่มทำงานหลังติดตั้งหรืออัปเดตเบตา ผู้ใช้ Windows อาจเห็นการแจ้งเตือนใน System Tray ว่ากระบวนการโหลดเชดเดอร์ล่วงหน้าเริ่มขึ้นแล้ว เพื่อเตรียมข้อมูลไว้ก่อนเข้าเล่นจริง
เบตายังลดจำนวนสถานการณ์ที่เกมแสดงข้อความ “Update Requires Restart” โดยผู้เล่นบน PC และ PS5 ควรพบการบังคับรีสตาร์ตน้อยลงในกรณีส่วนใหญ่ แต่ยังต้องรีสตาร์ตหากมีแพตช์ข้อมูลใหม่เข้ามาระหว่างที่เกมกำลังทำงานอยู่
ข้อจำกัดจะแตกต่างกันตามแพลตฟอร์ม ผู้เล่น Xbox Series X|S ยังคงต้องรีสตาร์ตเมื่อมีการอัปเดตบางประเภทในช่วงเบตา ขณะที่ Nintendo Switch 2 จะยังคงมีข้อกำหนดนี้ทั้งในช่วงเบตาและตอนเปิดตัว Activision ระบุว่าจะปรับปรุงระบบเพิ่มเติมสำหรับเวอร์ชันวางจำหน่ายจริง
เบตาของ Modern Warfare 4 จะเปิดให้ทดสอบแนวทางการจับคู่ผู้เล่น 2 แบบ เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลและความคิดเห็นจากผู้เล่นจริง
Activision อธิบายระบบ Classic ว่าได้รับแรงบันดาลใจจากการจับคู่ใน Call of Duty ยุคก่อน โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับสมดุลทีมให้ดีขึ้น เพิ่มความหลากหลายของแมตช์ ทำให้ล็อบบี้มีผู้เล่นเต็มมากขึ้น และยกระดับประสบการณ์โดยรวม
คุณภาพการเชื่อมต่อยังเป็นปัจจัยสำคัญ ระบบยังพิจารณาข้อมูลอื่น ๆ เช่น ตำแหน่งของผู้เล่น ช่วงเวลา เพลย์ลิสต์ จำนวนสมาชิกในปาร์ตี้ แพลตฟอร์ม การตั้งค่า Cross-play และจำนวนผู้เล่นที่กำลังออนไลน์
Activision ใช้ข้อมูลจากการทดสอบเพื่อสนับสนุนระบบดังกล่าว โดยรายงานว่าผู้เล่นมีแนวโน้มอยู่ในเกมนานขึ้นและเล่นหลายแมตช์มากขึ้น ขณะที่อัตราการออกจากแมตช์ลดลงในกลุ่มผู้เล่นที่มีระดับทักษะแตกต่างกัน
นอกจาก Classic แล้ว เบตาจะมี Open playlists ซึ่งให้ความสำคัญกับทักษะในการจับคู่น้อยที่สุด หรือเรียกได้ว่าเป็นเพลย์ลิสต์ที่มี SBMM ในระดับต่ำกว่า เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้เล่นที่ต้องการแมตช์ที่มีความหลากหลายและไม่ถูกจัดกลุ่มตามฝีมืออย่างเข้มงวด
การมี 2 ระบบในเบตาช่วยให้ Activision เปรียบเทียบพฤติกรรมและเสียงตอบรับภายใต้แนวคิดการจับคู่ที่แตกต่างกัน แต่ก็ยังไม่ยุติข้อถกเถียงเรื่อง SBMM นักวิจารณ์มองว่าการใช้ปัจจัยด้านทักษะในระบบเริ่มต้นยังไม่ใช่การจับคู่แบบเปิดกว้างที่ผู้เล่นจำนวนมากต้องการ ขณะที่ Activisionย้ำว่าระบบจับคู่ไม่เคยมีเพียงสวิตช์เปิดหรือปิดปุ่มเดียว และคุณภาพการเชื่อมต่อยังเป็นลำดับความสำคัญ
ดังนั้น เบตาอาจช่วยให้มีข้อมูลมากขึ้น แต่ยังไม่จำเป็นว่าจะสามารถหาข้อสรุปสุดท้ายให้กับประเด็น SBMM ที่ถกเถียงกันมานานได้
Call of Duty: Modern Warfare 4 มีกำหนดวางจำหน่ายวันที่ 23 ตุลาคม 2026 บน PlayStation 5, Xbox Series X|S, PC และ Nintendo Switch 2
เบาครั้งนี้จึงมีเป้าหมาย 2 ด้านพร้อมกัน คือเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ลองเนื้อหาหลากหลายกว่าการทดสอบทั่วไป ทั้งแคมเปญและมัลติเพลเยอร์ ไปจนถึงคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับ Warzone ใน Weekend Two และช่วยให้ Infinity Ward กับ Activision เก็บข้อมูลเกี่ยวกับสมดุลเกม ระบบอัปเดต ประสิทธิภาพทางเทคนิค และ Matchmaking ก่อนเกมเปิดตัวจริง
21 สิงหาคม เวลา 11:00 น. PT – 25 สิงหาคม เวลา 10:00 น. PT
ผู้ที่พรีออร์เดอร์ Modern Warfare 4 หรือใช้ Beta Code ที่ถูกต้อง สามารถเข้าเล่นช่วงแรกได้บนแพลตฟอร์มต่อไปนี้
ผู้เล่นสามารถดาวน์โหลดเกมล่วงหน้าได้บนแพลตฟอร์มที่รองรับใน Weekend One และหากตั้งใจเล่นทั้ง 2 ช่วง จะติดตั้งเบตาเพียงครั้งเดียวก็พอ เพราะอัปเดตและความคืบหน้าจะส่งต่อไปยัง Weekend Two
28 สิงหาคม เวลา 10:00 น. PT – 1 กันยายน เวลา 10:00 น. PT
ช่วงที่สองเปิดให้ผู้เล่นทุกคนเข้าร่วมได้ ไม่ว่าจะแพลตฟอร์มใดหรือมีสถานะพรีออร์เดอร์หรือไม่ก็ตาม โดย Nintendo Switch 2 จะเข้าร่วมได้ตั้งแต่ Weekend Two นับเป็นครั้งแรกที่ผู้เล่นบนแพลตฟอร์มดังกล่าวจะได้สัมผัสเบตานี้
Activision ระบุว่า Weekend Two จะเพิ่มคอนเทนต์อย่างแผนที่ Ground War และแผนที่ใหม่สำหรับโหมด Warzone Resurgence โดยเบตาช่วงนี้รองรับ PlayStation 5, Xbox Series X|S, PC และ Nintendo Switch 2
จุดเด่นสำคัญของเบตาครั้งนี้คือ ผู้เล่นจะได้ทดลองภารกิจเนื้อเรื่องแบบเล่นคนเดียวชื่อ “Entrenched” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เบตาของซีรีส์ Call of Duty เปิดให้เล่นภารกิจแคมเปญควบคู่กับโหมดมัลติเพลเยอร์
การมีภารกิจแคมเปญทำให้เบตาครั้งนี้สะท้อนภาพรวมของเกมเต็มได้มากกว่าการทดสอบเฉพาะมัลติเพลเยอร์ อย่างไรก็ตาม ภารกิจเดียวคงยังไม่เพียงพอที่จะบอกได้ว่าเนื้อเรื่องทั้งหมดจะมีคุณภาพหรือจังหวะการเล่นเป็นอย่างไร
Weekend One มีแผนที่มัลติเพลเยอร์ 6v6 หลักดังนี้
รายชื่อดังกล่าวมาจากข้อมูลของ Activision และบทสรุปเบตาหลายแหล่ง แต่โหมดที่เปิดให้เล่นในแต่ละแผนที่อาจแตกต่างกันไปตามเพลย์ลิสต์และช่วงสุดสัปดาห์
โหมดที่มีรายงานว่าจะเปิดให้เล่นใน Weekend One ได้แก่
Kill Block ถูกนำเสนอแยกจากกลุ่มแผนที่ 6v6 หลัก และอาจเปิดให้เล่นในรูปแบบทีมขนาดต่างกัน เช่น 3v3 และ 10v10
ข้อมูลจากแต่ละแหล่งยังนับจำนวนโหมดไม่ตรงกันทั้งหมด โดยบางแห่งเรียกเฉพาะโหมดหลักว่าเป็น “8 โหมด” ขณะที่บางแห่งรวมรูปแบบย่อยของ Kill Block เข้าไปด้วย ดังนั้นคำอธิบายที่ปลอดภัยที่สุดคือ Weekend One มีโหมดมาตรฐาน 6 โหมด พร้อมกิจกรรม Kill Block และโหมดที่เน้นการเคลื่อนที่เพิ่มเติม
Kill Block คือสนามมัลติเพลเยอร์แบบโมดูลาร์ที่สามารถปรับเส้นทาง จุดมองเห็น และพื้นที่ปะทะใหม่ในแต่ละแมตช์ Activision ระบุว่าระบบนี้สามารถสร้างรูปแบบสนามได้ มากกว่า 500 รูปแบบ
แนวคิดนี้แตกต่างจากแผนที่ทั่วไปที่ผู้เล่นสามารถจำตำแหน่งและเส้นทางได้ตายตัว เพราะ Kill Block บังคับให้ต้องอ่านสถานการณ์และปรับแผนใหม่ทุกครั้งที่ลงเล่น นอกจากนี้ การมีทั้งรูปแบบ 3v3 และ 10v10 ยังเปิดโอกาสให้ทีมพัฒนาเก็บข้อมูลว่าดีไซน์สนามแบบเปลี่ยนแปลงได้ทำงานอย่างไรกับจำนวนผู้เล่นที่ต่างกัน
ตัวเลขอาวุธเป็นประเด็นที่ต้องใส่หมายเหตุไว้ก่อน เดิมมีการพูดถึงอาวุธ 14 ชิ้น ใน Weekend One แต่ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่ยืนยันตัวเลขนี้อย่างสอดคล้องกัน ขณะที่บทสรุปคอนเทนต์อีกแหล่งระบุว่ามีอาวุธมัลติเพลเยอร์ 19 ชิ้น ในช่วงแรก และจะมีอาวุธเพิ่มเติมปลดล็อกใน Weekend Two
ความแตกต่างอาจเกิดจากการนับหมวดอาวุธ สถานะการปลดล็อก หรือการนับเฉพาะส่วนหนึ่งของคลังอาวุธในเบตา ดังนั้นจึงยังไม่ควรสรุปว่าตัวเลขใดเป็นยอดสุดท้าย ผู้เล่นควรคาดหวังว่าจะมีอาวุธให้ทดลองจำนวนมาก แต่จำนวนที่แน่นอนของ Weekend One ยังไม่ชัดเจนจากข้อมูลที่เผยแพร่
Activision กำลังปรับปรุงปัญหาทางเทคนิค 2 เรื่องที่ผู้เล่น Call of Duty คุ้นเคยกันดี ได้แก่ การคอมไพล์เชดเดอร์และข้อความ “Update Requires Restart”
บน PC ระบบ Shader Preloading จะเริ่มทำงานหลังติดตั้งหรืออัปเดตเบตา ผู้ใช้ Windows อาจเห็นการแจ้งเตือนใน System Tray ว่ากระบวนการโหลดเชดเดอร์ล่วงหน้าเริ่มขึ้นแล้ว เพื่อเตรียมข้อมูลไว้ก่อนเข้าเล่นจริง
เบตายังลดจำนวนสถานการณ์ที่เกมแสดงข้อความ “Update Requires Restart” โดยผู้เล่นบน PC และ PS5 ควรพบการบังคับรีสตาร์ตน้อยลงในกรณีส่วนใหญ่ แต่ยังต้องรีสตาร์ตหากมีแพตช์ข้อมูลใหม่เข้ามาระหว่างที่เกมกำลังทำงานอยู่
ข้อจำกัดจะแตกต่างกันตามแพลตฟอร์ม ผู้เล่น Xbox Series X|S ยังคงต้องรีสตาร์ตเมื่อมีการอัปเดตบางประเภทในช่วงเบตา ขณะที่ Nintendo Switch 2 จะยังคงมีข้อกำหนดนี้ทั้งในช่วงเบตาและตอนเปิดตัว Activision ระบุว่าจะปรับปรุงระบบเพิ่มเติมสำหรับเวอร์ชันวางจำหน่ายจริง
เบตาของ Modern Warfare 4 จะเปิดให้ทดสอบแนวทางการจับคู่ผู้เล่น 2 แบบ เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลและความคิดเห็นจากผู้เล่นจริง
Activision อธิบายระบบ Classic ว่าได้รับแรงบันดาลใจจากการจับคู่ใน Call of Duty ยุคก่อน โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับสมดุลทีมให้ดีขึ้น เพิ่มความหลากหลายของแมตช์ ทำให้ล็อบบี้มีผู้เล่นเต็มมากขึ้น และยกระดับประสบการณ์โดยรวม
คุณภาพการเชื่อมต่อยังเป็นปัจจัยสำคัญ ระบบยังพิจารณาข้อมูลอื่น ๆ เช่น ตำแหน่งของผู้เล่น ช่วงเวลา เพลย์ลิสต์ จำนวนสมาชิกในปาร์ตี้ แพลตฟอร์ม การตั้งค่า Cross-play และจำนวนผู้เล่นที่กำลังออนไลน์
Activision ใช้ข้อมูลจากการทดสอบเพื่อสนับสนุนระบบดังกล่าว โดยรายงานว่าผู้เล่นมีแนวโน้มอยู่ในเกมนานขึ้นและเล่นหลายแมตช์มากขึ้น ขณะที่อัตราการออกจากแมตช์ลดลงในกลุ่มผู้เล่นที่มีระดับทักษะแตกต่างกัน
นอกจาก Classic แล้ว เบตาจะมี Open playlists ซึ่งให้ความสำคัญกับทักษะในการจับคู่น้อยที่สุด หรือเรียกได้ว่าเป็นเพลย์ลิสต์ที่มี SBMM ในระดับต่ำกว่า เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้เล่นที่ต้องการแมตช์ที่มีความหลากหลายและไม่ถูกจัดกลุ่มตามฝีมืออย่างเข้มงวด
การมี 2 ระบบในเบตาช่วยให้ Activision เปรียบเทียบพฤติกรรมและเสียงตอบรับภายใต้แนวคิดการจับคู่ที่แตกต่างกัน แต่ก็ยังไม่ยุติข้อถกเถียงเรื่อง SBMM นักวิจารณ์มองว่าการใช้ปัจจัยด้านทักษะในระบบเริ่มต้นยังไม่ใช่การจับคู่แบบเปิดกว้างที่ผู้เล่นจำนวนมากต้องการ ขณะที่ Activisionย้ำว่าระบบจับคู่ไม่เคยมีเพียงสวิตช์เปิดหรือปิดปุ่มเดียว และคุณภาพการเชื่อมต่อยังเป็นลำดับความสำคัญ
ดังนั้น เบตาอาจช่วยให้มีข้อมูลมากขึ้น แต่ยังไม่จำเป็นว่าจะสามารถหาข้อสรุปสุดท้ายให้กับประเด็น SBMM ที่ถกเถียงกันมานานได้
Call of Duty: Modern Warfare 4 มีกำหนดวางจำหน่ายวันที่ 23 ตุลาคม 2026 บน PlayStation 5, Xbox Series X|S, PC และ Nintendo Switch 2
เบาครั้งนี้จึงมีเป้าหมาย 2 ด้านพร้อมกัน คือเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ลองเนื้อหาหลากหลายกว่าการทดสอบทั่วไป ทั้งแคมเปญและมัลติเพลเยอร์ ไปจนถึงคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับ Warzone ใน Weekend Two และช่วยให้ Infinity Ward กับ Activision เก็บข้อมูลเกี่ยวกับสมดุลเกม ระบบอัปเดต ประสิทธิภาพทางเทคนิค และ Matchmaking ก่อนเกมเปิดตัวจริง