ในห้วงเวลาเดียวกัน โดรนได้โจมตีเมืองท่าตากันร็อก (Taganrog) ในแคว้นรอสตอฟ (Rostov) ยูรี สลูซาร์ (Yury Slyusar) ผู้ว่าการแคว้นรอสตอฟ รายงานว่าเกิดไฟไหม้บนเรือบรรทุกน้ำมันและที่โครงสร้างพื้นฐานคลังเก็บเชื้อเพลิงภายในท่าเรืออันเป็นผลมาจากการโจมตีดังกล่าว สลูซาร์กล่าวว่าเหตุเพลิงไหม้ได้รับการดับแล้วโดยไม่มีรายงานการรั่วไหลของน้ำมัน แม้จะมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บสองคน
สเวตลานา คัมบูโลวา (Svetlana Kambulova) นายกเทศมนตรีเมืองตากันร็อก กล่าวว่าได้มีการขยายเวลาการประกาศภาวะฉุกเฉินในท้องถิ่น ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม
แหล่งข่าวทางทหารของยูเครนระบุในภายหลังว่า การโจมตีดังกล่าวยังมุ่งเป้าไปที่ระบบโลจิสติกส์น้ำมันของ "กองเรือเงา" (Shadow Fleet) ของรัสเซีย ซึ่งรวมถึงคลังน้ำมันคูร์แกนเนฟโตโปรดุกต์ (Kurganneftoprodukt) ในพื้นที่ตากันร็อก และคลังน้ำมันทางทะเลอีกด้วย
ในคืนวันที่ 31 พฤษภาคม โดรนของยูเครนได้โจมตี โรงกลั่นน้ำมันซาราตอฟ (Saratov Oil Refinery) ซึ่งเป็นโรงงานหลักของบริษัทรอสเนฟต์ (Rosneft) ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำวอลก้า ห่างจากแนวหน้าหลายร้อยกิโลเมตร
การโจมตีครั้งนี้—ซึ่งเป็นครั้งที่สองนับตั้งแต่เดือนมีนาคม ค.ศ. 2026—ได้ทำให้เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ โดยมีกลุ่มควันดำหนาทึบที่ชาวบ้านในพื้นที่สามารถมองเห็นได้จากระยะทางหลายสิบกิโลเมตร
กองเสนาธิการใหญ่ของยูเครนยืนยันว่าโจมตีถูกเป้าหมาย โดยระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการที่เข้มข้นขึ้นเพื่อต่อต้านโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย
โรมัน บูซาร์กิน (Roman Busargin) ผู้ว่าการแคว้นซาราตอฟ ยอมรับว่า "โครงสร้างพื้นฐานพลเรือน" ได้รับความเสียหาย แต่ให้รายละเอียดเพียงเล็กน้อย ขณะที่บางรายงานระบุว่าเขาปฏิเสธว่าไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นกับตัวโรงกลั่นน้ำมันเอง ซึ่งอาจแสดงให้เห็นถึงข้อมูลที่ขัดแย้งกันในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของรัสเซีย
การโจมตีครั้งนี้เป็นปฏิบัติการล่าสุดในแคมเปญการโจมตีเชิงลึกที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งยังรวมถึงโรงสูบน้ำมันในท่อส่งและคลังเชื้อเพลิงทั่วหลายภูมิภาคของรัสเซีย
การโจมตีในวันที่ 30-31 พฤษภาคม ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เกิดขึ้นท่ามกลางวงจรการข่มขู่ การโจมตี และคำเตือนที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้ความตึงเครียดทวีสูงขึ้นอย่างมากในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2026
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม เซอร์เก ลาฟรอฟ (Sergey Lavrov) รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย แจ้งต่อมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ว่ามอสโกจะเริ่ม "การโจมตีอย่างเป็นระบบ" ต่อสถานที่ทางทหารและ "ศูนย์กลางการตัดสินใจ" ในกรุงเคียฟ กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียได้ติดตามด้วยการขู่ว่าจะเปิด "การโจมตีอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ" ต่อโรงงานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของยูเครนในเมืองหลวง โดยระบุชื่อสถานที่สำหรับการออกแบบ ผลิต และตั้งโปรแกรมโดรนโดยเฉพาะ
กระทรวงเรียกร้องให้ชาวต่างชาติ นักการทูต และองค์กรระหว่างประเทศ อพยพออกจากกรุงเคียฟ และขอให้ผู้อยู่อาศัยหลีกเลี่ยงพื้นที่ทางทหารและเขตของรัฐบาล สถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม (Institute for the Study of War - ISW) ประเมินว่าคำขู่ดังกล่าวมีแนวโน้มเป็นการแสดงท่าทีเพื่อแสดงแสนยานุภาพ หลังจากความล้มเหลวที่น่าอับอายของข้อตกลงหยุดยิงในวันแห่งชัยชนะ (Victory Day ceasefire) มากกว่าจะเป็นการตอบโต้โดยตรงต่อการกระทำใดๆ ของยูเครน
เป็นที่น่าสังเกตว่า เพียงวันเดียวให้หลัง เจ้าหน้าที่รัสเซียบางคนดูเหมือนจะถอยหลังให้กับคำขู่ดังกล่าว โดยอันเดรย์ คาร์ตาโปลอฟ (Andrei Kartapolov) ประธานคณะกรรมการกลาโหมแห่งสภาดูมา อ้างว่ารัสเซียไม่ได้ข่มขู่ที่จะโจมตีรัฐสภาหรือทำเนียบประธานาธิบดีของยูเครนแต่อย่างใด
การโจมตีของยูเครนในวันที่ 30 พฤษภาคม เกิดขึ้นหลายสัปดาห์หลังจากที่รัสเซียระดมยิงโดรนครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นเครื่องหมายการสิ้นสุดของข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว ในคืนวันที่ 11-12 พฤษภาคม ทันทีหลังจากที่สิ่งที่เรียกว่าข้อตกลงหยุดยิงในวันแห่งชัยชนะสิ้นสุดลง รัสเซียได้ส่ง โดรนโจมตีจำนวน 216 ลำ เข้าใส่ยูเครน ซึ่งรวมถึงรุ่น Shahed, Gerbera, Italmas และโดรนล่อเป้า
กองทัพอากาศยูเครนรายงานว่าโดรน 192 ลำจากทั้งหมด 216 ลำถูกยิงตกหรือถูกระงับการทำงานด้วยสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่อีก 25 ลำสามารถพุ่งเข้าใส่เป้าหมายได้ใน 10 จุด
การระดมโจมตีครั้งนี้—ซึ่งเป็นหนึ่งในครั้งที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น—แสดงให้เห็นถึงความเต็มใจของรัสเซียที่จะกลับมาโจมตีทางอากาศขนาดใหญ่อีกครั้งทันทีที่กรอบเวลาหยุดยิงสิ้นสุดลง
ในระหว่างที่การโจมตีในวันที่ 30 พฤษภาคมดำเนินไป ประธานาธิบดีเซเลนสกีได้ออกมาเตือนต่อสาธารณชนในวันที่ 29 พฤษภาคมว่า ยูเครนมีข้อมูลข่าวกรองที่บ่งชี้ว่ารัสเซียกำลังเตรียม "การโจมตีครั้งใหญ่ครั้งใหม่" หรือ "การโจมตีขนานใหญ่" ต่อประเทศ
คำเตือนนี้มีขึ้นท่ามกลางเบื้องหลังของคำขู่ "การโจมตีอย่างเป็นระบบ" จากกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย และการระดมยิงโดรน 216 ลำก่อนหน้านี้หลังการหยุดยิง ซึ่งบ่งชี้ว่ากรุงเคียฟคาดการณ์ถึงการโจมตีระลอกใหม่ของรัสเซียทั้งทางอากาศและภาคพื้นดินที่อาจรุนแรงยิ่งขึ้น
ความสับสนอาจเกิดขึ้นได้กับตัวเลข "216 โดรน" เนื่องจากปรากฏในหลายบริบทในช่วงเวลานี้ ข้อแตกต่างที่สำคัญคือ:
เหตุการณ์เหล่านี้ซึ่งแยกจากกัน แสดงให้เห็นถึงขนาดของสงครามโดรนที่ทวีความรุนแรงขึ้นในทั้งสองฝ่าย โดยปัจจุบันมีการใช้ยานพาหนะทางอากาศไร้คนขับหลายร้อยลำในการปฏิบัติการเพียงคืนเดียวเป็นประจำ
การโจมตีในวันที่ 30-31 พฤษภาคม เน้นให้เห็นพลวัตหลายประการที่กำลังก่อตัวในความขัดแย้งช่วงกลางปี ค.ศ. 2026:
ณ ช่วงต้นเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2026 สถานการณ์ยังคงไม่แน่นอน โดยยูเครนยังคงปฏิบัติการโจมตีเชิงลึกต่อไป และทั้งสองเมืองหลวงต่างเตรียมพร้อมรับมือสิ่งที่อาจเป็นช่วงต่อไปของการปฏิบัติการทางอากาศและภาคพื้นดินครั้งสำคัญ
Comments
0 comments