ผลการตรวจสอบพบว่า:
องค์กรผู้บริโภคมองว่าอัตราการลบที่ต่ำเช่นนี้สะท้อนว่าระบบตรวจจับและบังคับใช้นโยบายของแพลตฟอร์มยังไม่สามารถตอบสนองต่อการแจ้งเตือนเรื่องการฉ้อโกงทางการเงินได้ดีพอ
รายงานสาธารณะระบุว่า Google ลบโฆษณาประมาณ 60% ของรายการที่ถูกแจ้งโดยตรงต่อบริษัท หลังจากรับทราบข้อมูล
อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้บริโภคระบุว่าภาพรวมของการตอบสนองจากแพลตฟอร์มยังถือว่าไม่เพียงพอ เนื่องจากโฆษณาที่สงสัยว่าเป็นการหลอกลวงจำนวนมากยังคงออนไลน์หรือยังแพร่กระจายต่อไปแม้จะถูกตรวจพบแล้ว
ในช่วงรายงานข่าวเกี่ยวกับคำร้องครั้งนี้ ยังมีรายละเอียดการตอบสนองจาก Meta และ TikTok ต่อข้อกล่าวหาดังกล่าวค่อนข้างจำกัด
กรณีนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของ Digital Services Act (DSA) ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญของสหภาพยุโรปที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่
ภายใต้ DSA แพลตฟอร์มขนาดใหญ่มากต้อง:
ข้อมูลจากสหภาพยุโรประบุว่า แพลตฟอร์มรายงานการตัดสินใจเกี่ยวกับการควบคุมเนื้อหามากกว่า 9 พันล้านครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 โดยส่วนใหญ่เกิดจากระบบตรวจจับเชิงรุกของแพลตฟอร์มเอง
กลุ่มผู้บริโภคมองว่าการที่โฆษณาหลอกลงทุนยังคงปรากฏอยู่เป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าจำเป็นต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดมากขึ้น
เนื่องจากคำร้องถูกยื่นต่อทั้งคณะกรรมาธิการยุโรปและหน่วยงานกำกับดูแลระดับประเทศ หน่วยงานเหล่านี้สามารถตรวจสอบหลักฐานเพื่อพิจารณาว่าแพลตฟอร์มละเมิดข้อกำหนดของ DSA หรือไม่
หากหน่วยงานกำกับดูแลสรุปว่าบริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้จัดการความเสี่ยงจากโฆษณาหลอกลวงอย่างเหมาะสม กระบวนการนี้อาจนำไปสู่ การสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือมาตรการบังคับใช้กฎหมายของสหภาพยุโรป ต่อบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เหล่านี้
คำร้องครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งกรณีสำคัญที่จะทดสอบว่ากฎหมาย Digital Services Act จะถูกใช้เพื่อควบคุมแพลตฟอร์มเทคโนโลยีระดับโลกอย่างจริงจังเพียงใด
Comments
0 comments