ปลั๊กอิน Apple Messages ของ OpenAI ใช้ค้นหา สรุป วิเคราะห์ ร่างคำตอบ และส่งข้อความ iMessage, SMS กับ RCS ได้บน Mac ที่ใช้ชิป Apple ใน ChatGPT Work และ Codex คำว่า “สปายแวร์” เป็นคำวิจารณ์ต่อรูปแบบสิทธิ์และปัญหาความยินยอม ไม่ใช่ข้อสรุปที่ยืนยันว่า OpenAI แอบสอดส่องผู้ใช้ ความเสี่ยงสำคัญคือ Full Disk Access เป็นสิทธิ์...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the capabilities, availability, and required permissions of OpenAI’s Apple Messages plugin for ChatGPT Work and Codex on Apple Sili. Article summary: OpenAI’s Apple Messages plugin gives ChatGPT Work and Codex unusually broad access to a Mac’s Messages data: it can search iMessage, SMS, and RCS conversations, analyze or summarize them, draft replies, and send messages. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
ปลั๊กอิน Apple Messages เปลี่ยนแอป ChatGPT บนเดสก์ท็อปให้ทำงานร่วมกับแอป Messages ของ Apple ได้ บน Mac ที่รองรับ ผู้ใช้สามารถค้นหาบทสนทนา วิเคราะห์หรือสรุปเธรด ร่างคำตอบ และส่งข้อความผ่าน Messages ได้โดยตรง ฟีเจอร์นี้ใช้ได้ผ่าน ChatGPT Work และ Codex ไม่ใช่แชต ChatGPT ทั่วไป และปัจจุบันยังไม่ใช่การเชื่อมต่อบน iPhone หรือมือถือ 7
23
39
ความสะดวกดังกล่าวมาพร้อมการตัดสินใจด้านสิทธิ์ที่มีผลกระทบสูง เพราะการเปิดใช้งานอาจทำให้ ChatGPT เข้าถึงคลังการสื่อสารส่วนตัว ซึ่งรวมข้อความของคนที่ไม่เคยตกลงให้แชร์ข้อมูลกับระบบ AI มาก่อน
ปลั๊กอินทำงานกับข้อความ 3 ประเภทที่แอป Messages รองรับ ได้แก่
ภายใน ChatGPT Work และ Codex ผู้ใช้สามารถสั่งให้ระบบอ่านและค้นหาบทสนทนา ดึงข้อมูลจากข้อความ สรุปเธรด เตรียมคำตอบ และส่งข้อความผ่านแอป Messages ได้ 8
19
39
นี่จึงไม่ใช่แค่ผู้ช่วยที่ช่วยร่างข้อความจากสิ่งที่ผู้ใช้คัดลอกมาแปะในแชตเท่านั้น ระบบยังสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับบทสนทนาและมองหารูปแบบจากประวัติข้อความ เช่น ผู้ใช้ติดต่อกับใครบ่อย หรือบทสนทนาเหล่านั้นเกี่ยวกับเรื่องใด ความสามารถในการวิเคราะห์ภาพรวมของคลังข้อความนี่เองที่ทำให้ฟีเจอร์ถูกจับตามองมากกว่าการช่วยเขียนข้อความเดียว 8
ปลั๊กอินนี้ออกแบบมาสำหรับ แอป ChatGPT บนเดสก์ท็อปสำหรับ macOS และขณะนี้รองรับเฉพาะ Mac ที่ใช้ชิป Apple โดยเปิดให้ใช้งานใน ChatGPT Work และ Codex ไม่ใช่แชต ChatGPT ทั่วไป เว็บไซต์ ChatGPT หรือแอปมือถือ 7
20
23
แม้ไดเรกทอรีปลั๊กอินอาจมองเห็นได้ในหลายแพ็กเกจของ ChatGPT แต่การติดตั้งหรือใช้งานจริงขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ การตั้งค่าเวิร์กสเปซ บทบาทของสมาชิก อินเทอร์เฟซ และสิทธิ์ของแอปที่เกี่ยวข้อง สำหรับเวิร์กสเปซ Business และ Enterprise/Edu ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการการติดตั้งปลั๊กอินและสิทธิ์ของแอปได้ รวมถึงปิด Apple Messages ผ่านการควบคุม Computer Use ที่มีอยู่ 32
38
39
40
ดังนั้นนี่จึง ไม่ใช่ฟีเจอร์สำหรับ iPhone ผู้ใช้ไม่สามารถติดตั้งปลั๊กอินบน iPhone แล้วสั่งให้ ChatGPT ควบคุม Messages ที่นั่นได้ ความเสี่ยงที่กำลังพูดถึงเกิดขึ้นบน Mac ซึ่งมีประวัติข้อความของผู้ใช้อยู่ในเครื่อง 7
20
สิทธิ์ที่สำคัญที่สุดคือ Full Disk Access ในการตั้งค่าระบบของ macOS นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าการตั้งค่าอาจเกี่ยวข้องกับสิทธิ์เข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อและสิทธิ์ Automation เพื่อให้แอประบุผู้รับและโต้ตอบกับ Messages ได้ 19
23
ปัญหาคือ Full Disk Access ไม่ใช่สิทธิ์แบบจำกัดเฉพาะ “แอป Messages เท่านั้น” คำอธิบายของ macOS ระบุว่าสิทธิ์นี้อาจเปิดทางให้แอปเข้าถึงข้อมูลที่ได้รับการปกป้องจากแอปอื่น ๆ ได้ รายงานเกี่ยวกับการเชื่อมต่อนี้จึงตั้งข้อสังเกตว่า สิทธิ์ดังกล่าวอาจครอบคลุมข้อมูลใน Mail ข้อมูล Safari และข้อมูลสำรองด้วย 20
ความแตกต่างนี้มีความหมายมาก ผู้ใช้อาจเข้าใจว่ากำลังอนุญาตให้ ChatGPT อ่านเฉพาะข้อความ แต่สิทธิ์ระดับระบบที่อยู่เบื้องหลังเป็นการมอบความไว้วางใจที่กว้างกว่าวัตถุประสงค์บนหน้าฟีเจอร์ แม้กระบวนการทำงานของปลั๊กอินอาจดึงเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคำสั่ง แต่ขอบเขตของสิทธิ์จากระบบปฏิบัติการนั้นกว้างกว่า Messages โดยตรง
คำว่า “สปายแวร์” ในกรณีนี้เป็นคำวิจารณ์ต่อการออกแบบและรูปแบบความเสี่ยง ไม่ใช่ข้อค้นพบทางกฎหมายหรือทางเทคนิคที่ยืนยันว่า OpenAI แอบเฝ้าติดตามผู้ใช้ นักวิจัยด้านความเป็นส่วนตัว Paul Walsh ระบุว่า การใช้ Full Disk Access ร่วมกับสิทธิ์ Automation ทำให้ ChatGPT เข้าถึงสำเนาที่อ่านได้ของบทสนทนา iMessage, SMS และ RCS บน Mac ขณะที่นักพัฒนา Steve Moraco และผู้วิจารณ์คนอื่น ๆ ตั้งข้อกังวลคล้ายกันว่า ข้อความที่ถูกดึงมาอาจถูกส่งต่อไปยังโครงสร้างพื้นฐานของระบบโมเดล 30
31
ข้อวิจารณ์หลักมี 3 ประเด็น
Full Disk Access อาจเปิดเผยข้อมูลที่ได้รับการปกป้องจากแอปมากกว่าหนึ่งตัว นักวิจารณ์จึงมองว่า ผู้ช่วย AI ที่สามารถค้นหาและดำเนินการกับการสื่อสารส่วนตัวไม่ควรต้องพึ่งสิทธิ์ซึ่งมีขอบเขตกว้างเช่นนี้ 20
31
เจ้าของ Mac เป็นผู้เลือกเปิดใช้ปลั๊กอิน แต่เนื้อหาในเธรดข้อความมักเป็นการสื่อสารระหว่างหลายคน คู่สนทนาเหล่านั้นอาจไม่ได้ใช้ ChatGPT ไม่รู้ว่าการเชื่อมต่อถูกเปิดใช้งาน หรือไม่มีช่องทางเทียบเท่าในการถอนข้อความของตนออกจากกระบวนการนี้
นี่ทำให้เกิดปัญหาเรื่อง ความยินยอมจากบุคคลที่สาม คนที่ให้สิทธิ์ควบคุมอุปกรณ์ แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของข้อมูลทุกชิ้นที่เก็บอยู่ในอุปกรณ์นั้น รายงานต่าง ๆ ระบุว่าปลั๊กอินอาจเข้าถึงประวัติการสนทนาจำนวนมาก รวมถึงข้อความส่วนตัวและข้อความที่มีการเข้ารหัสแบบต้นทางถึงปลายทาง ซึ่งเดิมไม่ได้ถูกเขียนขึ้นโดยคาดว่าจะถูกนำไปวิเคราะห์ด้วย AI 22
31
ประวัติที่ซิงก์อยู่บน Mac อาจย้อนไปได้หลายปี และอาจมีบทสนทนาในกลุ่ม ข้อความ SMS, RCS ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างรายชื่อผู้ติดต่อ คนที่ส่งข้อความเหล่านี้อาจไม่เคยสมัคร ChatGPT และไม่มีใครแจ้งให้ทราบว่าผู้รับเปิดใช้งานการเชื่อมต่อดังกล่าว 15
22
คำอธิบายของ OpenAI เกี่ยวกับการประมวลผลในเครื่องอธิบายว่าปลั๊กอินเข้าถึง Messages บน Mac อย่างไร แต่ไม่ได้ตอบทุกคำถามว่า เมื่อผู้ใช้ขอให้สรุป ค้นหา หรือร่างคำตอบ เนื้อหาส่วนใดถูกส่งไปยัง ChatGPT และข้อมูลนั้นถูกจัดการอย่างไรในทุกการตั้งค่า
ดังนั้นคำกล่าวว่า “ทำงานในเครื่อง” และ “ไม่มีคลังข้อความ Messages อยู่บนเซิร์ฟเวอร์” ยังไม่เพียงพอที่จะยุติข้อถกเถียงด้านความเป็นส่วนตัว ทั้งสองประเด็นอาจลดความเสี่ยงเมื่อเทียบกับการอัปโหลดฐานข้อความทั้งหมดอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีข้อความใดออกจากเครื่องระหว่างการร้องขอให้ AI ทำงาน
มาตรการป้องกันที่รายงานออกมามีความสำคัญ แต่แต่ละข้อรับมือกับความเสี่ยงคนละส่วนกัน
มาตรการเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงบางอย่าง โดยเฉพาะการส่งข้อความผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ แต่ไม่ได้ลบคำถามสำคัญว่า เจ้าของอุปกรณ์ควรสามารถเปิดเผยคลังบทสนทนาที่มีหลายคนเกี่ยวข้องให้ผู้ช่วย AI ได้หรือไม่ โดยที่คู่สนทนาเหล่านั้นไม่รู้ตัว
การเปรียบเทียบนี้ช่วยให้เห็นประเด็นเรื่องผู้ที่ไม่ได้ให้ความยินยอม แต่กลไกไม่เหมือนกัน
กรณีของ Facebook ที่เรียกว่า “shadow profiles” เกี่ยวข้องกับการที่แพลตฟอร์มรวบรวมข้อมูลของคนที่อาจไม่ได้สมัครใช้บริการโดยตรง เช่น จากรายชื่อผู้ติดต่อที่ผู้ใช้อัปโหลดหรือสัญญาณจากเว็บไซต์อื่น ๆ
ส่วนกรณี Apple Messages ประเด็นเร่งด่วนคือ ผู้ใช้ ChatGPT คนหนึ่งสามารถทำให้ข้อความในอดีตของคนอื่น ๆ ถูกค้นหา สรุป และนำไปใช้ร่างข้อความผ่านคลังข้อมูลที่ซิงก์อยู่บน Mac ของตนได้ ยังไม่มีหลักฐานจากรายงานที่มีอยู่ว่า OpenAI กำลังสร้างโปรไฟล์ถาวรแบบ Facebook สำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้บริการจากปลั๊กอินนี้
คำอธิบายที่ตรงกว่าคือ การเปิดเผยข้อมูลโดยอ้อม การตัดสินใจของคนหนึ่งทำให้คลังบทสนทนาที่เป็นข้อมูลร่วมของหลายคนพร้อมสำหรับกระบวนการ AI นี่เป็นปัญหาด้านความยินยอมและความเป็นส่วนตัวที่จริงจัง แต่ไม่ใช่กลไกเดียวกับแพลตฟอร์มที่สร้างโปรไฟล์แยกต่างหากของผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก
ปลั๊กอินนี้กดดันภาพลักษณ์ด้านความเป็นส่วนตัวของ Apple เพราะแอป AI จากบุคคลที่สามสามารถทำงานกับเนื้อหาใน Messages ได้ เมื่อเจ้าของ Mac มอบสิทธิ์ที่จำเป็นให้ ความกังวลต่อภาพลักษณ์ดังกล่าวเป็นคนละประเด็นกับคดีที่ Apple ฟ้อง OpenAI 1
5
คดีของ Apple เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาว่า OpenAI ยักยอกความลับทางการค้าที่เชื่อมโยงกับความพยายามพัฒนาฮาร์ดแวร์สำหรับผู้บริโภคของ OpenAI โดย OpenAI ขอให้ศาลยกฟ้องและระบุว่าไม่มีและไม่ต้องการความลับทางการค้าของ Apple คดีที่มีรายงานไม่ได้เป็นคดีเกี่ยวกับปลั๊กอิน Apple Messages หรือการท้าทายโดยตรงต่อรูปแบบการเข้ารหัสของ iMessage 4
16
อย่างไรก็ตาม จังหวะเวลาทำให้การเชื่อมต่อนี้ยิ่งสร้างความกระอักกระอ่วนในเชิงธุรกิจและภาพลักษณ์ Apple วางความเป็นส่วนตัวไว้เป็นคุณค่าหลักของผลิตภัณฑ์ ขณะเดียวกันปลั๊กอินก็แสดงให้เห็นว่าแอปของบุคคลที่สามสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ระบบของ Apple ปกป้องไม่ให้คนนอกเข้าถึงโดยตรงได้ หากผู้ใช้เป็นผู้มอบสิทธิ์นั้นเอง
ปลั๊กอิน Apple Messages ไม่ใช่สปายแวร์ลับ ๆ ในความหมายทั่วไป เพราะเป็นฟีเจอร์ที่ผู้ใช้ต้องเลือกเปิด มีหน้าขอสิทธิ์อย่างชัดเจน ค่าเริ่มต้นให้อนุมัติก่อนส่งข้อความ และมีการควบคุมระดับเวิร์กสเปซ แต่คำวิจารณ์เรื่อง “สปายแวร์” ก็ชี้ให้เห็นความตึงเครียดด้านการออกแบบที่มีอยู่จริง
ฟีเจอร์นี้นำระบบ AI มารวมกับสิทธิ์ macOS ที่กว้างและคลังการสื่อสารระยะยาว ซึ่งเต็มไปด้วยถ้อยคำของคนอื่น ก่อนเปิดใช้งาน ผู้ใช้ Mac ควรตระหนักว่าไม่ได้กำลังมอบสิทธิ์เข้าถึงเฉพาะข้อความของตนเอง แต่อาจทำให้บทสนทนากับเพื่อน ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และสมาชิกกลุ่มพร้อมเข้าสู่กระบวนการทำงานของ AI ด้วย โดยคนเหล่านั้นอาจไม่ได้รับหน้าต่างขออนุญาตแยกต่างหาก
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ปลั๊กอิน Apple Messages ของ OpenAI ใช้ค้นหา สรุป วิเคราะห์ ร่างคำตอบ และส่งข้อความ iMessage, SMS กับ RCS ได้บน Mac ที่ใช้ชิป Apple ใน ChatGPT Work และ Codex
ปลั๊กอิน Apple Messages ของ OpenAI ใช้ค้นหา สรุป วิเคราะห์ ร่างคำตอบ และส่งข้อความ iMessage, SMS กับ RCS ได้บน Mac ที่ใช้ชิป Apple ใน ChatGPT Work และ Codex คำว่า “สปายแวร์” เป็นคำวิจารณ์ต่อรูปแบบสิทธิ์และปัญหาความยินยอม ไม่ใช่ข้อสรุปที่ยืนยันว่า OpenAI แอบสอดส่องผู้ใช้
ความเสี่ยงสำคัญคือ Full Disk Access เป็นสิทธิ์ระดับกว้าง ขณะที่ประวัติแชตอาจมีข้อความของคนอื่นซึ่งไม่เคยยินยอมให้ระบบ AI เข้าถึง
ปลั๊กอิน Apple Messages ของ OpenAI ใช้ค้นหา สรุป วิเคราะห์ ร่างคำตอบ และส่งข้อความ iMessage, SMS กับ RCS ได้บน Mac ที่ใช้ชิป Apple ใน ChatGPT Work และ Codex คำว่า “สปายแวร์” เป็นคำวิจารณ์ต่อรูปแบบสิทธิ์และปัญหาความยินยอม ไม่ใช่ข้อสรุปที่ยืนยันว่า OpenAI แอบสอดส่องผู้ใช้ ความเสี่ยงสำคัญคือ Full Disk Access เป็นสิทธิ์...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the capabilities, availability, and required permissions of OpenAI’s Apple Messages plugin for ChatGPT Work and Codex on Apple Sili. Article summary: OpenAI’s Apple Messages plugin gives ChatGPT Work and Codex unusually broad access to a Mac’s Messages data: it can search iMessage, SMS, and RCS conversations, analyze or summarize them, draft replies, and send messages. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
ปลั๊กอิน Apple Messages เปลี่ยนแอป ChatGPT บนเดสก์ท็อปให้ทำงานร่วมกับแอป Messages ของ Apple ได้ บน Mac ที่รองรับ ผู้ใช้สามารถค้นหาบทสนทนา วิเคราะห์หรือสรุปเธรด ร่างคำตอบ และส่งข้อความผ่าน Messages ได้โดยตรง ฟีเจอร์นี้ใช้ได้ผ่าน ChatGPT Work และ Codex ไม่ใช่แชต ChatGPT ทั่วไป และปัจจุบันยังไม่ใช่การเชื่อมต่อบน iPhone หรือมือถือ 7
23
39
ความสะดวกดังกล่าวมาพร้อมการตัดสินใจด้านสิทธิ์ที่มีผลกระทบสูง เพราะการเปิดใช้งานอาจทำให้ ChatGPT เข้าถึงคลังการสื่อสารส่วนตัว ซึ่งรวมข้อความของคนที่ไม่เคยตกลงให้แชร์ข้อมูลกับระบบ AI มาก่อน
ปลั๊กอินทำงานกับข้อความ 3 ประเภทที่แอป Messages รองรับ ได้แก่
ภายใน ChatGPT Work และ Codex ผู้ใช้สามารถสั่งให้ระบบอ่านและค้นหาบทสนทนา ดึงข้อมูลจากข้อความ สรุปเธรด เตรียมคำตอบ และส่งข้อความผ่านแอป Messages ได้ 8
19
39
นี่จึงไม่ใช่แค่ผู้ช่วยที่ช่วยร่างข้อความจากสิ่งที่ผู้ใช้คัดลอกมาแปะในแชตเท่านั้น ระบบยังสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับบทสนทนาและมองหารูปแบบจากประวัติข้อความ เช่น ผู้ใช้ติดต่อกับใครบ่อย หรือบทสนทนาเหล่านั้นเกี่ยวกับเรื่องใด ความสามารถในการวิเคราะห์ภาพรวมของคลังข้อความนี่เองที่ทำให้ฟีเจอร์ถูกจับตามองมากกว่าการช่วยเขียนข้อความเดียว 8
ปลั๊กอินนี้ออกแบบมาสำหรับ แอป ChatGPT บนเดสก์ท็อปสำหรับ macOS และขณะนี้รองรับเฉพาะ Mac ที่ใช้ชิป Apple โดยเปิดให้ใช้งานใน ChatGPT Work และ Codex ไม่ใช่แชต ChatGPT ทั่วไป เว็บไซต์ ChatGPT หรือแอปมือถือ 7
20
23
แม้ไดเรกทอรีปลั๊กอินอาจมองเห็นได้ในหลายแพ็กเกจของ ChatGPT แต่การติดตั้งหรือใช้งานจริงขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ การตั้งค่าเวิร์กสเปซ บทบาทของสมาชิก อินเทอร์เฟซ และสิทธิ์ของแอปที่เกี่ยวข้อง สำหรับเวิร์กสเปซ Business และ Enterprise/Edu ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการการติดตั้งปลั๊กอินและสิทธิ์ของแอปได้ รวมถึงปิด Apple Messages ผ่านการควบคุม Computer Use ที่มีอยู่ 32
38
39
40
ดังนั้นนี่จึง ไม่ใช่ฟีเจอร์สำหรับ iPhone ผู้ใช้ไม่สามารถติดตั้งปลั๊กอินบน iPhone แล้วสั่งให้ ChatGPT ควบคุม Messages ที่นั่นได้ ความเสี่ยงที่กำลังพูดถึงเกิดขึ้นบน Mac ซึ่งมีประวัติข้อความของผู้ใช้อยู่ในเครื่อง 7
20
สิทธิ์ที่สำคัญที่สุดคือ Full Disk Access ในการตั้งค่าระบบของ macOS นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าการตั้งค่าอาจเกี่ยวข้องกับสิทธิ์เข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อและสิทธิ์ Automation เพื่อให้แอประบุผู้รับและโต้ตอบกับ Messages ได้ 19
23
ปัญหาคือ Full Disk Access ไม่ใช่สิทธิ์แบบจำกัดเฉพาะ “แอป Messages เท่านั้น” คำอธิบายของ macOS ระบุว่าสิทธิ์นี้อาจเปิดทางให้แอปเข้าถึงข้อมูลที่ได้รับการปกป้องจากแอปอื่น ๆ ได้ รายงานเกี่ยวกับการเชื่อมต่อนี้จึงตั้งข้อสังเกตว่า สิทธิ์ดังกล่าวอาจครอบคลุมข้อมูลใน Mail ข้อมูล Safari และข้อมูลสำรองด้วย 20
ความแตกต่างนี้มีความหมายมาก ผู้ใช้อาจเข้าใจว่ากำลังอนุญาตให้ ChatGPT อ่านเฉพาะข้อความ แต่สิทธิ์ระดับระบบที่อยู่เบื้องหลังเป็นการมอบความไว้วางใจที่กว้างกว่าวัตถุประสงค์บนหน้าฟีเจอร์ แม้กระบวนการทำงานของปลั๊กอินอาจดึงเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคำสั่ง แต่ขอบเขตของสิทธิ์จากระบบปฏิบัติการนั้นกว้างกว่า Messages โดยตรง
คำว่า “สปายแวร์” ในกรณีนี้เป็นคำวิจารณ์ต่อการออกแบบและรูปแบบความเสี่ยง ไม่ใช่ข้อค้นพบทางกฎหมายหรือทางเทคนิคที่ยืนยันว่า OpenAI แอบเฝ้าติดตามผู้ใช้ นักวิจัยด้านความเป็นส่วนตัว Paul Walsh ระบุว่า การใช้ Full Disk Access ร่วมกับสิทธิ์ Automation ทำให้ ChatGPT เข้าถึงสำเนาที่อ่านได้ของบทสนทนา iMessage, SMS และ RCS บน Mac ขณะที่นักพัฒนา Steve Moraco และผู้วิจารณ์คนอื่น ๆ ตั้งข้อกังวลคล้ายกันว่า ข้อความที่ถูกดึงมาอาจถูกส่งต่อไปยังโครงสร้างพื้นฐานของระบบโมเดล 30
31
ข้อวิจารณ์หลักมี 3 ประเด็น
Full Disk Access อาจเปิดเผยข้อมูลที่ได้รับการปกป้องจากแอปมากกว่าหนึ่งตัว นักวิจารณ์จึงมองว่า ผู้ช่วย AI ที่สามารถค้นหาและดำเนินการกับการสื่อสารส่วนตัวไม่ควรต้องพึ่งสิทธิ์ซึ่งมีขอบเขตกว้างเช่นนี้ 20
31
เจ้าของ Mac เป็นผู้เลือกเปิดใช้ปลั๊กอิน แต่เนื้อหาในเธรดข้อความมักเป็นการสื่อสารระหว่างหลายคน คู่สนทนาเหล่านั้นอาจไม่ได้ใช้ ChatGPT ไม่รู้ว่าการเชื่อมต่อถูกเปิดใช้งาน หรือไม่มีช่องทางเทียบเท่าในการถอนข้อความของตนออกจากกระบวนการนี้
นี่ทำให้เกิดปัญหาเรื่อง ความยินยอมจากบุคคลที่สาม คนที่ให้สิทธิ์ควบคุมอุปกรณ์ แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของข้อมูลทุกชิ้นที่เก็บอยู่ในอุปกรณ์นั้น รายงานต่าง ๆ ระบุว่าปลั๊กอินอาจเข้าถึงประวัติการสนทนาจำนวนมาก รวมถึงข้อความส่วนตัวและข้อความที่มีการเข้ารหัสแบบต้นทางถึงปลายทาง ซึ่งเดิมไม่ได้ถูกเขียนขึ้นโดยคาดว่าจะถูกนำไปวิเคราะห์ด้วย AI 22
31
ประวัติที่ซิงก์อยู่บน Mac อาจย้อนไปได้หลายปี และอาจมีบทสนทนาในกลุ่ม ข้อความ SMS, RCS ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างรายชื่อผู้ติดต่อ คนที่ส่งข้อความเหล่านี้อาจไม่เคยสมัคร ChatGPT และไม่มีใครแจ้งให้ทราบว่าผู้รับเปิดใช้งานการเชื่อมต่อดังกล่าว 15
22
คำอธิบายของ OpenAI เกี่ยวกับการประมวลผลในเครื่องอธิบายว่าปลั๊กอินเข้าถึง Messages บน Mac อย่างไร แต่ไม่ได้ตอบทุกคำถามว่า เมื่อผู้ใช้ขอให้สรุป ค้นหา หรือร่างคำตอบ เนื้อหาส่วนใดถูกส่งไปยัง ChatGPT และข้อมูลนั้นถูกจัดการอย่างไรในทุกการตั้งค่า
ดังนั้นคำกล่าวว่า “ทำงานในเครื่อง” และ “ไม่มีคลังข้อความ Messages อยู่บนเซิร์ฟเวอร์” ยังไม่เพียงพอที่จะยุติข้อถกเถียงด้านความเป็นส่วนตัว ทั้งสองประเด็นอาจลดความเสี่ยงเมื่อเทียบกับการอัปโหลดฐานข้อความทั้งหมดอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีข้อความใดออกจากเครื่องระหว่างการร้องขอให้ AI ทำงาน
มาตรการป้องกันที่รายงานออกมามีความสำคัญ แต่แต่ละข้อรับมือกับความเสี่ยงคนละส่วนกัน
มาตรการเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงบางอย่าง โดยเฉพาะการส่งข้อความผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ แต่ไม่ได้ลบคำถามสำคัญว่า เจ้าของอุปกรณ์ควรสามารถเปิดเผยคลังบทสนทนาที่มีหลายคนเกี่ยวข้องให้ผู้ช่วย AI ได้หรือไม่ โดยที่คู่สนทนาเหล่านั้นไม่รู้ตัว
การเปรียบเทียบนี้ช่วยให้เห็นประเด็นเรื่องผู้ที่ไม่ได้ให้ความยินยอม แต่กลไกไม่เหมือนกัน
กรณีของ Facebook ที่เรียกว่า “shadow profiles” เกี่ยวข้องกับการที่แพลตฟอร์มรวบรวมข้อมูลของคนที่อาจไม่ได้สมัครใช้บริการโดยตรง เช่น จากรายชื่อผู้ติดต่อที่ผู้ใช้อัปโหลดหรือสัญญาณจากเว็บไซต์อื่น ๆ
ส่วนกรณี Apple Messages ประเด็นเร่งด่วนคือ ผู้ใช้ ChatGPT คนหนึ่งสามารถทำให้ข้อความในอดีตของคนอื่น ๆ ถูกค้นหา สรุป และนำไปใช้ร่างข้อความผ่านคลังข้อมูลที่ซิงก์อยู่บน Mac ของตนได้ ยังไม่มีหลักฐานจากรายงานที่มีอยู่ว่า OpenAI กำลังสร้างโปรไฟล์ถาวรแบบ Facebook สำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้บริการจากปลั๊กอินนี้
คำอธิบายที่ตรงกว่าคือ การเปิดเผยข้อมูลโดยอ้อม การตัดสินใจของคนหนึ่งทำให้คลังบทสนทนาที่เป็นข้อมูลร่วมของหลายคนพร้อมสำหรับกระบวนการ AI นี่เป็นปัญหาด้านความยินยอมและความเป็นส่วนตัวที่จริงจัง แต่ไม่ใช่กลไกเดียวกับแพลตฟอร์มที่สร้างโปรไฟล์แยกต่างหากของผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก
ปลั๊กอินนี้กดดันภาพลักษณ์ด้านความเป็นส่วนตัวของ Apple เพราะแอป AI จากบุคคลที่สามสามารถทำงานกับเนื้อหาใน Messages ได้ เมื่อเจ้าของ Mac มอบสิทธิ์ที่จำเป็นให้ ความกังวลต่อภาพลักษณ์ดังกล่าวเป็นคนละประเด็นกับคดีที่ Apple ฟ้อง OpenAI 1
5
คดีของ Apple เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาว่า OpenAI ยักยอกความลับทางการค้าที่เชื่อมโยงกับความพยายามพัฒนาฮาร์ดแวร์สำหรับผู้บริโภคของ OpenAI โดย OpenAI ขอให้ศาลยกฟ้องและระบุว่าไม่มีและไม่ต้องการความลับทางการค้าของ Apple คดีที่มีรายงานไม่ได้เป็นคดีเกี่ยวกับปลั๊กอิน Apple Messages หรือการท้าทายโดยตรงต่อรูปแบบการเข้ารหัสของ iMessage 4
16
อย่างไรก็ตาม จังหวะเวลาทำให้การเชื่อมต่อนี้ยิ่งสร้างความกระอักกระอ่วนในเชิงธุรกิจและภาพลักษณ์ Apple วางความเป็นส่วนตัวไว้เป็นคุณค่าหลักของผลิตภัณฑ์ ขณะเดียวกันปลั๊กอินก็แสดงให้เห็นว่าแอปของบุคคลที่สามสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ระบบของ Apple ปกป้องไม่ให้คนนอกเข้าถึงโดยตรงได้ หากผู้ใช้เป็นผู้มอบสิทธิ์นั้นเอง
ปลั๊กอิน Apple Messages ไม่ใช่สปายแวร์ลับ ๆ ในความหมายทั่วไป เพราะเป็นฟีเจอร์ที่ผู้ใช้ต้องเลือกเปิด มีหน้าขอสิทธิ์อย่างชัดเจน ค่าเริ่มต้นให้อนุมัติก่อนส่งข้อความ และมีการควบคุมระดับเวิร์กสเปซ แต่คำวิจารณ์เรื่อง “สปายแวร์” ก็ชี้ให้เห็นความตึงเครียดด้านการออกแบบที่มีอยู่จริง
ฟีเจอร์นี้นำระบบ AI มารวมกับสิทธิ์ macOS ที่กว้างและคลังการสื่อสารระยะยาว ซึ่งเต็มไปด้วยถ้อยคำของคนอื่น ก่อนเปิดใช้งาน ผู้ใช้ Mac ควรตระหนักว่าไม่ได้กำลังมอบสิทธิ์เข้าถึงเฉพาะข้อความของตนเอง แต่อาจทำให้บทสนทนากับเพื่อน ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และสมาชิกกลุ่มพร้อมเข้าสู่กระบวนการทำงานของ AI ด้วย โดยคนเหล่านั้นอาจไม่ได้รับหน้าต่างขออนุญาตแยกต่างหาก
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ปลั๊กอิน Apple Messages ของ OpenAI ใช้ค้นหา สรุป วิเคราะห์ ร่างคำตอบ และส่งข้อความ iMessage, SMS กับ RCS ได้บน Mac ที่ใช้ชิป Apple ใน ChatGPT Work และ Codex
ปลั๊กอิน Apple Messages ของ OpenAI ใช้ค้นหา สรุป วิเคราะห์ ร่างคำตอบ และส่งข้อความ iMessage, SMS กับ RCS ได้บน Mac ที่ใช้ชิป Apple ใน ChatGPT Work และ Codex คำว่า “สปายแวร์” เป็นคำวิจารณ์ต่อรูปแบบสิทธิ์และปัญหาความยินยอม ไม่ใช่ข้อสรุปที่ยืนยันว่า OpenAI แอบสอดส่องผู้ใช้
ความเสี่ยงสำคัญคือ Full Disk Access เป็นสิทธิ์ระดับกว้าง ขณะที่ประวัติแชตอาจมีข้อความของคนอื่นซึ่งไม่เคยยินยอมให้ระบบ AI เข้าถึง