ขณะที่หลายบริษัทเพิ่งเริ่มลงทุนใน AI บางบริษัทเริ่ม ทำเงินจากมันได้จริงแล้ว
แพลตฟอร์มการจัดการการดำเนินงานและฝูงรถอย่าง Samsara รายงานรายได้แบบสมัครสมาชิกประจำปี (ARR) ในปีงบประมาณ 2026 ที่ 1.9 พันล้านดอลลาร์ เติบโต 30% เมื่อเทียบปีต่อปี
บริษัทยังเพิ่ม ARR ใหม่อีก 432 ล้านดอลลาร์ ในปีเดียว ซึ่งสะท้อนว่าลูกค้าองค์กรกำลังนำเทคโนโลยี AI ของบริษัทไปใช้จริงอย่างรวดเร็ว
ลูกค้ารายใหญ่เป็นแรงขับหลัก รายได้จากลูกค้าที่ใช้บริการมากกว่า 100,000 ดอลลาร์ต่อปี เพิ่มเป็น 1.2 พันล้านดอลลาร์ ARR โต 37% จากปีก่อน
ระบบวิเคราะห์ฝูงรถ กล้อง AI เพื่อความปลอดภัย และเครื่องมือวิเคราะห์การปฏิบัติงาน กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับบริษัทโลจิสติกส์และขนส่งขนาดใหญ่
ฝั่งการลงทุนก็สะท้อนความเชื่อมั่นใน AI เช่นกัน
สตาร์ทอัปหุ่นยนต์อุตสาหกรรม Mind Robotics ซึ่งเชื่อมโยงกับ RJ Scaringe ซีอีโอของ Rivian ระดมทุนรอบใหม่ได้ 400 ล้านดอลลาร์ ทำให้มูลค่าบริษัทอยู่ที่ประมาณ 3.4 พันล้านดอลลาร์
Mind Robotics มุ่งพัฒนาหุ่นยนต์ในโรงงานที่ใช้ AI เรียนรู้จากสภาพแวดล้อมการผลิตจริง โดยโรงงานของ Rivian ถูกใช้เป็นพื้นที่ทดสอบและฝึกโมเดลหุ่นยนต์ในระดับอุตสาหกรรม
Lidar เป็นเซ็นเซอร์สำคัญสำหรับรถยนต์ไร้คนขับ การผลิตเองจะช่วยให้บริษัทควบคุมเทคโนโลยีในระบบขับขี่อัตโนมัติได้มากขึ้น ซึ่งเป็นแนวคิดที่เรียกว่า vertical integration หรือการควบคุมเทคโนโลยีตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ไปจนถึงซอฟต์แวร์
หากทำสำเร็จ Rivian จะเป็นหนึ่งในบริษัทไม่กี่รายที่ควบคุมสแต็กเทคโนโลยีอัตโนมัติแทบทั้งหมดได้เอง
สัปดาห์นี้ Tesla ก็กลายเป็นข่าวเช่นกัน หลังข้อมูลใหม่เผยว่า รถ robotaxi ของบริษัทมีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุอย่างน้อย 2 ครั้งตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 ขณะถูกควบคุมจากระยะไกลโดย teleoperator
ข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยผ่านเอกสารที่ส่งให้กับ National Highway Traffic Safety Administration (NHTSA) หน่วยงานกำกับความปลอดภัยทางถนนของสหรัฐ
Tesla เคยระบุว่าผู้ควบคุมจากระยะไกลสามารถควบคุมรถได้เมื่อวิ่งต่ำกว่า 10 ไมล์ต่อชั่วโมง เพื่อใช้ในระบบกำกับดูแลด้านความปลอดภัยระหว่างการพัฒนา
ขณะที่บางบริษัทยังอยู่ในช่วงทดลอง Waymo ของ Alphabet กำลังขยายบริการเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง
บริษัทประกาศขยายพื้นที่ให้บริการ robotaxi เป็นมากกว่า 1,400 ตารางไมล์ใน 11 เมืองของสหรัฐ เพิ่มขึ้นประมาณ 27% จากเดิม
พื้นที่ที่เกี่ยวข้องรวมถึงตลาดใหญ่ เช่น
การขยายพื้นที่ในระดับนี้สะท้อนว่า robotaxi กำลังเริ่มก้าวจากโครงการทดลองไปสู่ โครงสร้างพื้นฐานการเดินทางจริงในเมืองใหญ่
บทบาทของ Uber ในระบบนิเวศ robotaxi ก็ซับซ้อนมากขึ้น
บริษัทเคยวิจารณ์แนวทางของ Waymo ในบางประเด็น แต่ในเวลาเดียวกัน Uber ก็ลงทุนอย่างหนักในเครือข่ายรถอัตโนมัติของตัวเอง ผ่านพันธมิตรอย่าง Rivian, Lucid และ Nuro
หนึ่งในดีลสำคัญคือความร่วมมือกับ Rivian เพื่อสร้าง robotaxi รุ่น R2 โดย
เมื่อมองรวมกัน เหตุการณ์เหล่านี้ชี้ไปในทิศทางเดียวกันอย่างชัดเจน
อุตสาหกรรมการขนส่งกำลังเปลี่ยนจากโลกที่ขับเคลื่อนด้วยฮาร์ดแวร์ ไปสู่ ระบบนิเวศที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ ข้อมูล และ AI
บริษัทที่สามารถผสานเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ากับการดำเนินงานในระดับใหญ่ได้ อาจเป็นผู้กำหนดรูปแบบการเดินทางของโลกในทศวรรษต่อไป
Comments
0 comments