| Starbase ยังเป็นแกนหลักของการทดสอบและการปล่อยในเท็กซัส แต่เพดานที่ปรากฏต่อสาธารณะยังห่างมากจากระบบระดับหลักพันเที่ยวต่อปี |
เมื่อนำตัวเลขการปล่อยที่ระบุไว้ต่อสาธารณะมารวมกัน 25 + 44 + 76 จะได้ประมาณ 145 เที่ยวปล่อย Starship ต่อปี ตัวเลขนี้ถือว่าเปลี่ยนเกมเมื่อเทียบกับจังหวะการทดสอบในปัจจุบัน แต่ยังต่ำกว่า 1,000 เที่ยวต่อปีมาก และเพดานในเอกสารสิ่งแวดล้อมก็ไม่เท่ากับความสามารถในการเดินเครื่องจริงแบบต่อเนื่อง
ที่สำคัญ เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุท่าอวกาศ Starship ของ SpaceX นอกสหรัฐฯ ที่ได้รับอนุมัติแล้ว เครือข่ายระดับโลกหรือฐานปล่อยนอกชายฝั่งอาจสมเหตุสมผลในอนาคต หาก Starship ต้องบินหลักพันครั้งต่อปีจริง แต่ยังไม่ใช่สิ่งที่ยืนยันได้จากบันทึกกำกับดูแลชุดนี้
Starship ไม่ได้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นจรวดสำหรับภารกิจใหญ่เป็นครั้งคราวเท่านั้น รายงานที่อ้าง Reuters ระบุว่า SpaceX ใช้เงินมากกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการพัฒนา Starship และยานนี้เป็นหัวใจของการส่งดาวเทียม Starlink จำนวนมากขึ้น การพาคนไปดวงจันทร์และดาวอังคาร รวมถึงธุรกิจในอนาคตของบริษัท สรุปของ TNW ที่อ้าง Reuters อธิบายความทะเยอทะยานนี้ว่า SpaceX ต้องการทำให้ปฏิบัติการจรวดมีตารางถี่คล้ายสายการบิน
เมื่อเป้าหมายเป็นแบบนั้น คอขวดไม่ได้อยู่ที่ตัวยานอย่างเดียว แต่อยู่ที่ระบบทั้งหมดรอบการปล่อย ได้แก่ แท่นปล่อย โครงสร้างพื้นฐานสำหรับลงจอด การผลิตและเก็บเชื้อเพลิง การจัดการ payload การควบคุมพื้นที่ปลอดภัย ถนน การลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการหมุนเวียนยานกลับมาใช้ใหม่ เอกสาร LC-39A สะท้อนชัดว่า Starship ต้องใช้มากกว่าแท่นปล่อย เพราะมีทั้งโครงสร้างปล่อยและลงจอด รวมถึงระบบไครโอเจนิกและระบบทำก๊าซธรรมชาติเหลวในพื้นที่
ประเด็นที่มีหลักฐานหนักแน่นที่สุดคือภาพกว้าง ไม่ใช่ตารางปล่อยเฉพาะรุ่น: Starship ถูกออกแบบให้ช่วยส่งดาวเทียม Starlink ได้เป็นชุดใหญ่ขึ้น นั่นทำให้ Starlink เป็นแรงผลักดันที่สมเหตุสมผลสำหรับแท่นปล่อยกำลังสูงและการหมุนเวียนยานที่เร็วขึ้น
แต่เอกสารทางการเกี่ยวกับไซต์ปล่อยที่ให้มาไม่ได้กำหนดจังหวะการส่ง Starlink V3 แบบเฉพาะเจาะจง รายงานข่าวบางชิ้นเชื่อม Starlink V3 กับแนวคิดคอมพิวติงในวงโคจรที่ทะเยอทะยานกว่าเดิม แต่รายงานเหล่านั้นไม่ใช่ตารางปล่อยที่หน่วยงานกำกับดูแลอนุมัติแล้ว
Artemis เป็นแรงขับเคลื่อนนอกเหนือจาก Starlink ที่เป็นรูปธรรมที่สุดในบันทึกสาธารณะ เอกสาร NASA ระบุว่าในปี 2021 หน่วยงานมอบสัญญาราคาคงที่ให้ SpaceX จัดหา lunar lander ขั้นต้นสำหรับ Artemis III และในปี 2022 ได้แก้ไขสัญญาเพื่อ lander ที่มีความสามารถมากขึ้นสำหรับ Artemis IV NASA ยังระบุว่ากำลังทำงานกับ SpaceX ในระบบ Starship Human Landing System หรือ HLS สำหรับภารกิจ Artemis III และ Artemis IV ใกล้ขั้วใต้ของดวงจันทร์
สำหรับท่าอวกาศ ประเด็นสำคัญคือ Artemis HLS ไม่ใช่แค่การปล่อยครั้งเดียวแล้วจบ รายงานเกี่ยวกับงาน HLS ของ NASA กล่าวถึงการถ่ายโอนเชื้อเพลิงระหว่าง Starship ในอวกาศ และการปล่อยยาน tanker หลายเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสู่ภารกิจลงจอดบนดวงจันทร์ ดังนั้นจังหวะการปล่อยบนภาคพื้น โลจิสติกส์เชื้อเพลิง และความน่าเชื่อถือของปฏิบัติการจึงเป็นหัวใจของกรณี Artemis
รายงานที่อ้าง Reuters อธิบายว่า Starship เป็นแกนกลางของความทะเยอทะยานของ SpaceX ในการพามนุษย์ไปดวงจันทร์และดาวอังคาร การขยายในเท็กซัสและฟลอริดาจึงมองได้ว่าเป็นฐานอุตสาหกรรมระยะแรกของเป้าหมายนั้น แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่า SpaceX รองรับการเดินทางระดับดาวอังคารได้แล้ว เพราะยังต้องพัฒนาอีกมาก ทั้งแคมเปญขนส่ง cargo ระบบสำหรับลูกเรือ การใช้ซ้ำอย่างรวดเร็ว การเติมเชื้อเพลิงในวงโคจร และโอกาสปล่อยที่มากกว่ากรอบสาธารณะในวันนี้
ศูนย์ข้อมูล AI ในวงโคจรควรถูกมองเป็นกรณีความต้องการเชิงคาดการณ์ ไม่ใช่แผนท่าอวกาศระยะใกล้ที่มีน้ำหนักเท่า Artemis รายงานของ SpaceConnect ระบุว่าหน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ เปิดให้สาธารณะตรวจสอบคำขอของ SpaceX สำหรับระบบ Orbital Data Center ที่อาจเกี่ยวข้องกับดาวเทียมมากถึง 1 ล้านดวง Morningstar / MarketWatch รายงานว่า นักวิเคราะห์ของ MoffettNathanson มองว่าความต้องการเงินทุนจะมหาศาล และค่าใช้จ่ายอาจแตะ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขึ้นอยู่กับแนวทางดำเนินแผนดังกล่าว
ต่อให้ศูนย์ข้อมูลในวงโคจรกลายเป็นแรงผลักดันการปล่อยจริงในอนาคต บันทึกไซต์ปล่อยที่อ้างถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้แสดงเครือข่ายท่าอวกาศที่ใหญ่พอสำหรับภารกิจแบบนั้น สิ่งที่เห็นคือชิ้นส่วนแรก ๆ ในประเทศสหรัฐฯ ของระบบที่อาจต้องใหญ่กว่านี้มาก
การอนุญาตเป็นเรื่องรายไซต์ FAA ระบุว่าการพิจารณาใบอนุญาตปล่อยต้องทบทวนความปลอดภัยสาธารณะ เช่น การบินผ่านพื้นที่มีประชากรและเนื้อหา payload รวมถึงประเด็นความมั่นคงหรือนโยบายต่างประเทศ ประกันภัย และผลกระทบสิ่งแวดล้อม นั่นหมายความว่าการเพิ่ม cadence ไม่ได้อนุมัติแบบเหมารวมทั่วโลก แต่ต้องประเมินตามสถานที่และรูปแบบภารกิจ
โครงสร้างพื้นฐานต้องโตตามความถี่ เอกสาร LC-39A ครอบคลุมการสร้างโครงสร้างปล่อย ลงจอด และระบบเกี่ยวข้อง ส่วนเอกสาร SLC-37 พูดถึงสูงสุด 76 เที่ยวปล่อย 152 การลงจอด และการทดสอบ static-fire ในหนึ่งปี ระบบระดับ 1,000 เที่ยวปล่อยต่อปีจะต้องใช้แท่นปล่อย ระบบลงจอด สายการประกอบ การซ่อมบำรุง และความสามารถของ range มากกว่าที่ไซต์สหรัฐฯ ในเอกสารปัจจุบันระบุไว้มาก
เชื้อเพลิงคือโจทย์อุตสาหกรรม Starship ต้องใช้เชื้อเพลิงไครโอเจนิกปริมาณมาก เอกสาร LC-39A ระบุชัดถึงการผลิตออกซิเจนเหลวและไนโตรเจนเหลว การผลิตก๊าซธรรมชาติเหลวในพื้นที่ และความสามารถในการเก็บของเหลวไครโอเจนิก หาก cadence สูงกว่านี้มาก การจัดหา methane การผลิต oxygen การขนส่งด้วย tanker การเก็บรักษา และการควบคุมการระเหยจะกลายเป็นข้อจำกัดระดับท่าอวกาศ
น้ำและสิ่งแวดล้อมท้องถิ่นไม่หายไปเมื่อปล่อยถี่ขึ้น รายงานท้องถิ่นเกี่ยวกับการทบทวน Boca Chica ระบุว่า FAA ตรวจประเด็นต่าง ๆ เช่น มลพิษ การจราจร ความปลอดภัยการปล่อย เสียง และระบบน้ำ deluge สำหรับลดแรงและเสียงใต้จรวด รายงานอื่นเกี่ยวกับกระบวนการทบทวนยังกล่าวถึงคุณภาพอากาศ การใช้น้ำ และการอนุรักษ์สัตว์ป่าเป็นหัวข้อที่ FAA ตรวจสอบ
การเติมเชื้อเพลิงในวงโคจรต้องกลายเป็นงานประจำ ภารกิจแบบ Artemis ต้องพึ่งพาการถ่ายโอนเชื้อเพลิงในอวกาศ และรายงานเกี่ยวกับงาน HLS ของ NASA อธิบายว่าการปล่อยยาน tanker การเทียบท่า และการถ่ายโอนเชื้อเพลิงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนภารกิจลงจอดบนดวงจันทร์ นี่เป็นหมุดหมายด้านปฏิบัติการอีกชุดหนึ่ง แยกจากการสร้างแท่นปล่อยเพิ่ม
พื้นที่ปลอดภัย อากาศยาน และการเดินเรืออาจเป็นเพดานจริง กรอบการพิจารณาของ FAA รวมประเด็นความปลอดภัยสาธารณะ เช่น การบินผ่านพื้นที่มีประชากรและ payload ส่วนรายงาน LC-39A Final EIS วิเคราะห์ทางเลือกการลงจอดและการกำจัดที่เกี่ยวข้องกับ LC-39A droneship และพื้นที่มหาสมุทร ต่อให้มียานและแท่นปล่อยพอ การปล่อยก็ยังต้องเข้ากับพื้นที่อันตรายและข้อจำกัดการจราจรที่กำกับดูแลอยู่ดี
แผนท่าอวกาศ Starship ที่ปรากฏต่อสาธารณะของ SpaceX รองรับการไต่ระดับไปสู่ปฏิบัติการความถี่สูงในสหรัฐฯ โดยเฉพาะสำหรับ Starlink, Artemis HLS และความทะเยอทะยานระยะยาวเรื่องดาวอังคาร เรื่องที่มีเอกสารรองรับแน่นที่สุดในระยะใกล้จึงไม่ใช่เครือข่ายทั่วโลก แต่คือการขยายในเท็กซัสและฟลอริดา พร้อมแท่นปล่อยขนาดใหญ่ขึ้น โครงสร้างลงจอด ระบบเชื้อเพลิง และการทบทวนผลกระทบสิ่งแวดล้อม
แผนนี้มีความหมายมาก แต่ยังไม่ได้แสดงเส้นทางกำกับดูแลสาธารณะไปสู่การปล่อย Starship หลักพันครั้งต่อปี การไปถึงระดับนั้นจะต้องใช้ไซต์จำนวนมากขึ้นหรือโครงสร้างนอกชายฝั่ง การใช้ซ้ำอย่างรวดเร็วที่พิสูจน์แล้ว ระบบเชื้อเพลิงระดับอุตสาหกรรม ระบบน้ำและ deluge ที่ยั่งยืน การขยาย range และการเติมเชื้อเพลิงในวงโคจรให้กลายเป็นงานประจำ
Comments
0 comments